ตั้งแต่เรียนจบมา ผมได้มีโอกาสจากพี่ท่านหนึ่งดึงตัวเข้าไปทำงานธนาคารสัญชาติฝรั่งแห่งหนึ่งแถวสาทร ทำได้ประมาณเกือบแปดปี ก็เป็นอันต้องหาที่ใหม่เพราะหัวหน้าใหญ่ที่ผมอยู่ตรงนั้นค่อนข้างแรง เธอบีบทุกคนที่ทำงานมาเก่าแก่ออกไปเยอะมาก ทุกคนจะโดนว่าอย่างรุนแรง โดนสลับงานกันไปมาแบบไม่มีเหตุผล ทำให้งานยุ่งเหยิงและเกิดปัญหาไปหมด .. ผมเป็นอีกคนที่ทนสภาพแวดล้อมจากหัวหน้าคนนั้นไม่ได้ จึงลาออกมาได้งานธนาคารอีกที่หนึ่งสัญชาติญี่ปุ่น ที่ได้ที่นี่เพราะมีพี่ที่รู้จักนั้นแนะนำให้มาทำที่นี่เพราะเค้ารู้จักกัน พอทำมาได้สักพักประมาณ 3ปีได้ครับ .. ปัญหาก็เกิดขึ้นกับครอบครัวผมครับ คุณแม่เกิดหกล้มข้อเท้าอักเสบ ท่านไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ท่านอยู่กับคุณพ่อสองคน คุณพ่อท่านเป็นกึ่งอัมพฤกครับช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแต่ซีกซ้ายไม่ค่อยมีแรง คุณแม่ต้องเลี้ยงหลานอีกสองคนด้วยครับแต่เป็นช่วงเย็นหลังจากเด็กๆเลิกเรียน คุณแม่ต้องไปรับจากโรงเรียนมาเลี้ยงที่บ้าน..
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลท่าน ผมมีพี่น้องนะครับอยู่ด้วยกัน แต่เค้ามีครอบครัวมีลูก ส่วนผมตัวคนเดียวไม่มีภาระอะไรมาก เลยตัดสินใจออดจากงานมาเพื่อช่วยลดทอนภาระของคุณแม่ ผมบอกที่ทำงานอย่างกะทันหันครับ ขอลาออกแบบอยู่ไม่ครบเดือน โดยหักวันลาพักร้อนให้หมด และบอกกับหัวหน้าว่าผมได้ที่ใหม่ โดยไม่ได้บอกความจริงเรื่องที่บ้านไป เพราะใจผมตอนนั้นคืออยากออกมาดูแลให้เร็วที่สุด เพราะช่วงก่อนผมออก พี่กับน้องและญาติจะลาหยุดมาช่วยกันดูแลแม่ครับ..
หลังจากนั้นผมก็ได้ออกมาดูแลท่านทุกอย่าง ช่วงที่ผมออกมาผมก็จับธุรกิจขายของทางอินเตอร์เน็ตไปด้วยเล็กๆน้อยๆ ผ่านมาสี่เดือนคุณแม่ดีขึ้นแล้ว .. ผมเริ่มอยากกลับไปทำงานอีก เพราะด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในบ้านและตัวเองไม่สัมพันธ์กับรายรับ ผมจึงเริ่มสมัครงานอีกครั้ง..
สองสามเดือนที่ผ่านมาสมัครงานทางเว๊ปหางานเยอะมาก หลายประเภทงาน หลายบริษัท หลายธนาคาร แต่เชื่อมั้ยครับ ผมโดนเรียกสัมภาษณ์แค่สองครั้งในสามเดือนที่ผ่านมา แล้วผมก้อยังไม่ได้รับพิจารณา .. รู้สึกท้อเหมือนกันครับ ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร อยากจะโทรไปถามบริษัทนั้นๆนะครับว่าเพราะอะไร จะได้เอามาปรับปรุงตัวเอง 55+ แต่ไม่กล้าทำครับผิดวินัย
แต่ผมมาประเมินเหตุการณ์ของผมเองเลยอาจได้ข้อสรุปของการที่ผมยังไม่ได้งาน ดังนี้นะครับ
- ผมจบนิเทศ พีอาร์ แต่โอกาสทำให้ผมได้เข้าไปทำงานสายงานธนาคารมาโดยตลอดเกือบ 12ปี
- ผมเลือกสมัครงานสามประเภทงานคือ สายธนาคารการเงินที่ผมมีประสบการณ์, สายเลขานุการ/personal assistant ที่ผมคิดว่าอยากทำและถนัดที่จะทำ, สุดท้ายคืองานจำพวกธุรการต่างๆ เพราะผมคิดว่าทำได้ดีในการรับผิดชอบงานหลากหลายได้ จึงคิดว่าหลายบริษัทที่ไม่เรียกไป อาจเพราะประสบการณ์ไม่ตรง
- ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงพอ ถึงแม้ทำในธนาคารต่างชาติมาทั้งหมด แต่งานที่ทำนั้นจะใช้ภาษาเฉพาะการโต้ตอบเมลล์กันเท่านั้น การเขียนจึงอยู่ในระดับดีหน่อยครับ ส่วนอ่านกับพูดพอใช้ครับ
- อายุอานาม เข้าปีที่ 35ครับ แต่ตัวจริงจะไม่ได้ดูอายุเยอะเท่านั้น จะเหมือน 25ครับ พี่ๆเค้าบอกมา 55+ และด้วยรูปลักษณ์ที่ดูไม่เรียบร้อย ดูเหมือนหนุ่มสังคม แต่จริงๆเรียบร้อยครับ เหล้าบุหรี่ไม่เลย แต่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เชื่อ เลยคิดว่าการเดินเข้าไปสัมภาษณ์กับบริษัทนั้นๆจึงไม่ประทับใจ
- ฐานเงินเดือนเรียกว่าถ้าสายงานธนาคารก็อยู่ในระดับสูงพอประมาณตามประสบการณ์ครับ ทำให้เงินเดือนที่ลงไว้ในเรซูเม่ ค่อยข้างสูง ทำให้ได้งานยากขึ้น
- ตำแหน่งล่าสุดที่มีจากที่ทำงานสุดท้ายค่อนข้างอลังการไปหน่อย ทำให้ดูว่าอยู่ในระดับบริหารได้เลย แต่ประสบการณ์ที่มีจัดอยู่ในระดับเจ้าหน้าที่กึ่งหัวหน้างานเท่านั้น ยังไม่มีประสบการณ์ด้านบริหาร
อันนี้พอสรุปมาได้เท่านี้ครับ ผมเคยบอกคนอื่นว่า งานหาไม่ยากหรอกถ้าแกไม่เลือก แต่ตอนนี้สามเดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อเลยครับว่า งานหายากมากถึงจะไม่เลือกก็ยังหายากมากครับ ผมท้อเหมือนกัน แต่ก็ยังต้องสู้ครับสมัครไปเรื่อยๆ ผมไม่ค่อยกล้าสมัครแบบ walk-in เพราะตั้งแต่ทำงานมาผมไม่เคยต้องสมัครเองเลย จะมีคนช่วยตลอด ตอนนี้ผมต้องทำทุกอย่างเอง ผมเลยไม่รู้ว่าคนทำอย่างไร ควรทำยังไงครับ ที่จะสามารถสร้างความประทับใจ และมีโอกาสในงานนั้นๆได้มากขึ้น
ช่วยแนะนำติเตือนผมได้นะครับ ชี้แนะหน่อยผมอยากได้งาน อยากมาแบ่งเบาภาระที่บ้านด้วย ผมไม่อยากท้อไม่อยากสิ้นหวัง ขอบคุณที่เข้ามาฟังผมเล่าฟังผมบ่นช่วงชีวิตหนึ่งของผมนะครับ รู้สึกดีขึ้นและมีกำลังใจขึ้นทุกครั้งที่มีคนมาให้คำแนะนำจากกระทู้ท่านอื่นๆที่มีปัญหาหนักกว่าเรา บางทีผมประสบการณ์ทางโลกน้อยไปหน่อยเลยอยากมาขอให้ผู้มีประสบการณ์มากกว่าช่วยชี้นำครับ ขอบคุณครับ
ทำงานธนาคารมา 11ปี ลาออกมา 6เดือน พอจะกลับไปทำใหม่ทำไมยากจัง
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลท่าน ผมมีพี่น้องนะครับอยู่ด้วยกัน แต่เค้ามีครอบครัวมีลูก ส่วนผมตัวคนเดียวไม่มีภาระอะไรมาก เลยตัดสินใจออดจากงานมาเพื่อช่วยลดทอนภาระของคุณแม่ ผมบอกที่ทำงานอย่างกะทันหันครับ ขอลาออกแบบอยู่ไม่ครบเดือน โดยหักวันลาพักร้อนให้หมด และบอกกับหัวหน้าว่าผมได้ที่ใหม่ โดยไม่ได้บอกความจริงเรื่องที่บ้านไป เพราะใจผมตอนนั้นคืออยากออกมาดูแลให้เร็วที่สุด เพราะช่วงก่อนผมออก พี่กับน้องและญาติจะลาหยุดมาช่วยกันดูแลแม่ครับ..
หลังจากนั้นผมก็ได้ออกมาดูแลท่านทุกอย่าง ช่วงที่ผมออกมาผมก็จับธุรกิจขายของทางอินเตอร์เน็ตไปด้วยเล็กๆน้อยๆ ผ่านมาสี่เดือนคุณแม่ดีขึ้นแล้ว .. ผมเริ่มอยากกลับไปทำงานอีก เพราะด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในบ้านและตัวเองไม่สัมพันธ์กับรายรับ ผมจึงเริ่มสมัครงานอีกครั้ง..
สองสามเดือนที่ผ่านมาสมัครงานทางเว๊ปหางานเยอะมาก หลายประเภทงาน หลายบริษัท หลายธนาคาร แต่เชื่อมั้ยครับ ผมโดนเรียกสัมภาษณ์แค่สองครั้งในสามเดือนที่ผ่านมา แล้วผมก้อยังไม่ได้รับพิจารณา .. รู้สึกท้อเหมือนกันครับ ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร อยากจะโทรไปถามบริษัทนั้นๆนะครับว่าเพราะอะไร จะได้เอามาปรับปรุงตัวเอง 55+ แต่ไม่กล้าทำครับผิดวินัย
แต่ผมมาประเมินเหตุการณ์ของผมเองเลยอาจได้ข้อสรุปของการที่ผมยังไม่ได้งาน ดังนี้นะครับ
- ผมจบนิเทศ พีอาร์ แต่โอกาสทำให้ผมได้เข้าไปทำงานสายงานธนาคารมาโดยตลอดเกือบ 12ปี
- ผมเลือกสมัครงานสามประเภทงานคือ สายธนาคารการเงินที่ผมมีประสบการณ์, สายเลขานุการ/personal assistant ที่ผมคิดว่าอยากทำและถนัดที่จะทำ, สุดท้ายคืองานจำพวกธุรการต่างๆ เพราะผมคิดว่าทำได้ดีในการรับผิดชอบงานหลากหลายได้ จึงคิดว่าหลายบริษัทที่ไม่เรียกไป อาจเพราะประสบการณ์ไม่ตรง
- ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงพอ ถึงแม้ทำในธนาคารต่างชาติมาทั้งหมด แต่งานที่ทำนั้นจะใช้ภาษาเฉพาะการโต้ตอบเมลล์กันเท่านั้น การเขียนจึงอยู่ในระดับดีหน่อยครับ ส่วนอ่านกับพูดพอใช้ครับ
- อายุอานาม เข้าปีที่ 35ครับ แต่ตัวจริงจะไม่ได้ดูอายุเยอะเท่านั้น จะเหมือน 25ครับ พี่ๆเค้าบอกมา 55+ และด้วยรูปลักษณ์ที่ดูไม่เรียบร้อย ดูเหมือนหนุ่มสังคม แต่จริงๆเรียบร้อยครับ เหล้าบุหรี่ไม่เลย แต่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เชื่อ เลยคิดว่าการเดินเข้าไปสัมภาษณ์กับบริษัทนั้นๆจึงไม่ประทับใจ
- ฐานเงินเดือนเรียกว่าถ้าสายงานธนาคารก็อยู่ในระดับสูงพอประมาณตามประสบการณ์ครับ ทำให้เงินเดือนที่ลงไว้ในเรซูเม่ ค่อยข้างสูง ทำให้ได้งานยากขึ้น
- ตำแหน่งล่าสุดที่มีจากที่ทำงานสุดท้ายค่อนข้างอลังการไปหน่อย ทำให้ดูว่าอยู่ในระดับบริหารได้เลย แต่ประสบการณ์ที่มีจัดอยู่ในระดับเจ้าหน้าที่กึ่งหัวหน้างานเท่านั้น ยังไม่มีประสบการณ์ด้านบริหาร
อันนี้พอสรุปมาได้เท่านี้ครับ ผมเคยบอกคนอื่นว่า งานหาไม่ยากหรอกถ้าแกไม่เลือก แต่ตอนนี้สามเดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อเลยครับว่า งานหายากมากถึงจะไม่เลือกก็ยังหายากมากครับ ผมท้อเหมือนกัน แต่ก็ยังต้องสู้ครับสมัครไปเรื่อยๆ ผมไม่ค่อยกล้าสมัครแบบ walk-in เพราะตั้งแต่ทำงานมาผมไม่เคยต้องสมัครเองเลย จะมีคนช่วยตลอด ตอนนี้ผมต้องทำทุกอย่างเอง ผมเลยไม่รู้ว่าคนทำอย่างไร ควรทำยังไงครับ ที่จะสามารถสร้างความประทับใจ และมีโอกาสในงานนั้นๆได้มากขึ้น
ช่วยแนะนำติเตือนผมได้นะครับ ชี้แนะหน่อยผมอยากได้งาน อยากมาแบ่งเบาภาระที่บ้านด้วย ผมไม่อยากท้อไม่อยากสิ้นหวัง ขอบคุณที่เข้ามาฟังผมเล่าฟังผมบ่นช่วงชีวิตหนึ่งของผมนะครับ รู้สึกดีขึ้นและมีกำลังใจขึ้นทุกครั้งที่มีคนมาให้คำแนะนำจากกระทู้ท่านอื่นๆที่มีปัญหาหนักกว่าเรา บางทีผมประสบการณ์ทางโลกน้อยไปหน่อยเลยอยากมาขอให้ผู้มีประสบการณ์มากกว่าช่วยชี้นำครับ ขอบคุณครับ