ชายวัย 72 ปี ที่ถูกยิงบริเวณแยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีอาการสาหัสจนถึงขั้นเป็นอัมพาต เนื่องจากกระสุนถูกอวัยวะสำคัญ หลังจากนี้แพทย์จะรักษาตามอาการจนกว่าพ้นภาวะวิกฤต ขณะที่บุตรสาวของเหยื่อกระสุน ยอมรับว่า ยังไม่ได้วางแผนอนาคต แต่ยืนยันจะดูครอบครัวให้ดีที่สุด
แม้จะไม่สามารถขยับร่างกายได้ แต่นายอะแกว แซ่ลิ้ว วัย 72 ปี ก็ตอบสนองคนรอบข้าง ผ่านการกระพริบดวงตา และพยักหน้า นายอะแกว ถูกยิงจากเหตุปะทะหน้าห้างไอทีสแควร์ ในช่วงเย็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระสุนปืนปริศนาเข้าที่ต้นคอซ้าย ทะลุไปถูกไขประสาท ส่งผลให้แขนและขา ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ซึ่งทางการแพทย์บ่งชี้ว่าเป็นอัมพาต
การรักษาหลังจากนี้ คือดูแลผู้ป่วยจะพ้นภาวะวิกฤต แล้วจึงย้ายไปรักษาต่อที่โรงยาบาลวชิรพยาบาล ตามสิทธิของผู้ป่วย โดยต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแพทย์ย้ำว่าอาการในลักษณะนี้ ผู้ป่วยต้องการกำลังใจมากที่สุด
บุตรสาวของนายอะแกว ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คิดว่าพ่อของเธอ ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง จะกลายเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมือง เธอเล่าว่าในวันเกิดเหตุ นายอะแกวโทรศัพท์มาบอกว่า มีเหตุปะทะบริเวณแยกหลักสี่ และกำลังจะเข้าไปหาเธอเพราะรู้สึกเป็นห่วง แต่ต่อมาเธอก็ติดต่อนายอะแกวไม่ได้ จนทางโรงพยาบาลแจ้งว่า เค้าถูกยิงอาการสาหัส
นายอะแกว พักอยู่กับลูกสาว และหลานอีก 2 คน ภายในบ้านส่วนตัวย่านหลักสี่ แต่ละวันเค้ามีหน้าที่ดูแลหลานๆ และออกไปขายน้ำดื่มหน้าโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 มีรายได้วันละประมาณ 200 บาท แม้เค้าจะไม่ใช่เสาหลักของบ้าน แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ครอบครัวมีความลำบากมากขึ้น
ที่มา :
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/96257.html
4 กุมภาพันธ์ 2557
แพทย์ชี้ ! เหยื่อกระสุนแยกหลักสี่ สาหัสถึงขั้น 'อัมพาต'
ชายวัย 72 ปี ที่ถูกยิงบริเวณแยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีอาการสาหัสจนถึงขั้นเป็นอัมพาต เนื่องจากกระสุนถูกอวัยวะสำคัญ หลังจากนี้แพทย์จะรักษาตามอาการจนกว่าพ้นภาวะวิกฤต ขณะที่บุตรสาวของเหยื่อกระสุน ยอมรับว่า ยังไม่ได้วางแผนอนาคต แต่ยืนยันจะดูครอบครัวให้ดีที่สุด
แม้จะไม่สามารถขยับร่างกายได้ แต่นายอะแกว แซ่ลิ้ว วัย 72 ปี ก็ตอบสนองคนรอบข้าง ผ่านการกระพริบดวงตา และพยักหน้า นายอะแกว ถูกยิงจากเหตุปะทะหน้าห้างไอทีสแควร์ ในช่วงเย็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระสุนปืนปริศนาเข้าที่ต้นคอซ้าย ทะลุไปถูกไขประสาท ส่งผลให้แขนและขา ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ซึ่งทางการแพทย์บ่งชี้ว่าเป็นอัมพาต
การรักษาหลังจากนี้ คือดูแลผู้ป่วยจะพ้นภาวะวิกฤต แล้วจึงย้ายไปรักษาต่อที่โรงยาบาลวชิรพยาบาล ตามสิทธิของผู้ป่วย โดยต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแพทย์ย้ำว่าอาการในลักษณะนี้ ผู้ป่วยต้องการกำลังใจมากที่สุด
บุตรสาวของนายอะแกว ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คิดว่าพ่อของเธอ ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง จะกลายเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมือง เธอเล่าว่าในวันเกิดเหตุ นายอะแกวโทรศัพท์มาบอกว่า มีเหตุปะทะบริเวณแยกหลักสี่ และกำลังจะเข้าไปหาเธอเพราะรู้สึกเป็นห่วง แต่ต่อมาเธอก็ติดต่อนายอะแกวไม่ได้ จนทางโรงพยาบาลแจ้งว่า เค้าถูกยิงอาการสาหัส
นายอะแกว พักอยู่กับลูกสาว และหลานอีก 2 คน ภายในบ้านส่วนตัวย่านหลักสี่ แต่ละวันเค้ามีหน้าที่ดูแลหลานๆ และออกไปขายน้ำดื่มหน้าโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 มีรายได้วันละประมาณ 200 บาท แม้เค้าจะไม่ใช่เสาหลักของบ้าน แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ครอบครัวมีความลำบากมากขึ้น
ที่มา : http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/96257.html
4 กุมภาพันธ์ 2557