เมื่อก่อน ทำธุรกิจเจ๊ง ติดหนี้สินล้นพ้นตัว ไปขึ้นศาลไม่เว้นแต่ละเดือน
มีหมายศาลมาแปะหน้าบ้าน จนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนแถวบ้าน
ใช้เวลา 5 - 6 ปี ในการพยายามหาเงินมาใช้หนี้ จนวันหนึ่งหนี้ก็หมด
และก็มีเงินเหลือ เนื่องจากตอนใช้หนี้ ใช้ชีวิตประหยัดมากๆ
พอหนี้หมด เงินที่เคยใช้หนี้ เดือนละหลายๆ หมื่นก็หมดไป
เลยลองใช้ชีวิตแบบสุรุ่ยสุร่าย เงินก็ยังเหลือ และใช้ชีวิตไป รู้สึกมันก็ไม่ใช่เรา
ไปลองรถใหม่ จะซื้อดีๆ ก็รู้สึกว่ามันฟุ่มเฟือย คันเดิมมันก็ยังขับดีอยู่
มันติดกับชีวิตที่กินข้าวจานละ 25 - 30 บาทข้างถนน ขอข้าวแม่ค้าเยอะๆ ไปตอนร้านจะปิด ถ้ากับเหลือก็ได้เยอะ
ถ้ากับไม่เหลือ ก็ได้ข้าวราดน้ำแกงเผ็ด (เพราะเนี้อหมดแล้ว) + ไข่ดาว ราคา 10 บาท กินอิ่มไปได้ 1 มื้อ
ไปลองใช้ชีวิตแบบกินข้าวจานละ 300 - 500 บาท มา 1 เดือน มันก็ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น
หรือผมจะติดกับ การใช้ชีวิตแบบอดอยากเหมือนที่ หนังสือพ่อรวยเขียนไว้ซะแล้ว
ผมมีบ้าน มีรถ มีของที่คนทั่วไปจำเป็นต้องใช้ดำรงชีวิตครบแล้ว
ตอนนี้มองดูเงินเหลือในธนาคาร เงินมันมีแต่มันก็ยังน้อยเกินกว่าจะเอาไปทำอะไรให้งอกเงย
มาดูตัวเอง รู้สึกไฟในการหาเงินมันก็หมดไป รู้สึกว่าเราเหนื่อยเกินไปไหม เงินก็เหลือใช้แล้ว อยากทำอะไรให้มันเบาๆ กว่านี้หน่อย
แต่ผมทำงานกินเงินเดือน ตำแหน่งกลางๆ ในองค์กร แต่ความรับผิดชอบเยอะ
เมื่อก่อน ก็มีไฟเพราะมีหนี้ งานหนักแค่ไหน ก็ต้องสู้
ทุกวันนี้ งานสบายกว่าเดิม แต่กลับรู้สึกงานมันหนักเกินไป เงินก็ได้เหลือใช้แล้ว ไม่รู้จะสู้ให้หนักไปทำไม
มันเลยทำให้ผลงานของผมตกต่ำลงในสายตาของผม และคนร่วมงาน
แต่ผมก็รู้สึกไม่อยากจะต่อสู้อะไรมาก
ผมจะเติมไฟให้กลับมาลุกโชติช่วง ในการทำงาน ให้ผลงานออกมาดีเหมือนเดิมได้ยังไงกัน
มีเงิน ไม่มีหนี้ แล้วรู้สึกแปลกๆ
มีหมายศาลมาแปะหน้าบ้าน จนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนแถวบ้าน
ใช้เวลา 5 - 6 ปี ในการพยายามหาเงินมาใช้หนี้ จนวันหนึ่งหนี้ก็หมด
และก็มีเงินเหลือ เนื่องจากตอนใช้หนี้ ใช้ชีวิตประหยัดมากๆ
พอหนี้หมด เงินที่เคยใช้หนี้ เดือนละหลายๆ หมื่นก็หมดไป
เลยลองใช้ชีวิตแบบสุรุ่ยสุร่าย เงินก็ยังเหลือ และใช้ชีวิตไป รู้สึกมันก็ไม่ใช่เรา
ไปลองรถใหม่ จะซื้อดีๆ ก็รู้สึกว่ามันฟุ่มเฟือย คันเดิมมันก็ยังขับดีอยู่
มันติดกับชีวิตที่กินข้าวจานละ 25 - 30 บาทข้างถนน ขอข้าวแม่ค้าเยอะๆ ไปตอนร้านจะปิด ถ้ากับเหลือก็ได้เยอะ
ถ้ากับไม่เหลือ ก็ได้ข้าวราดน้ำแกงเผ็ด (เพราะเนี้อหมดแล้ว) + ไข่ดาว ราคา 10 บาท กินอิ่มไปได้ 1 มื้อ
ไปลองใช้ชีวิตแบบกินข้าวจานละ 300 - 500 บาท มา 1 เดือน มันก็ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น
หรือผมจะติดกับ การใช้ชีวิตแบบอดอยากเหมือนที่ หนังสือพ่อรวยเขียนไว้ซะแล้ว
ผมมีบ้าน มีรถ มีของที่คนทั่วไปจำเป็นต้องใช้ดำรงชีวิตครบแล้ว
ตอนนี้มองดูเงินเหลือในธนาคาร เงินมันมีแต่มันก็ยังน้อยเกินกว่าจะเอาไปทำอะไรให้งอกเงย
มาดูตัวเอง รู้สึกไฟในการหาเงินมันก็หมดไป รู้สึกว่าเราเหนื่อยเกินไปไหม เงินก็เหลือใช้แล้ว อยากทำอะไรให้มันเบาๆ กว่านี้หน่อย
แต่ผมทำงานกินเงินเดือน ตำแหน่งกลางๆ ในองค์กร แต่ความรับผิดชอบเยอะ
เมื่อก่อน ก็มีไฟเพราะมีหนี้ งานหนักแค่ไหน ก็ต้องสู้
ทุกวันนี้ งานสบายกว่าเดิม แต่กลับรู้สึกงานมันหนักเกินไป เงินก็ได้เหลือใช้แล้ว ไม่รู้จะสู้ให้หนักไปทำไม
มันเลยทำให้ผลงานของผมตกต่ำลงในสายตาของผม และคนร่วมงาน
แต่ผมก็รู้สึกไม่อยากจะต่อสู้อะไรมาก
ผมจะเติมไฟให้กลับมาลุกโชติช่วง ในการทำงาน ให้ผลงานออกมาดีเหมือนเดิมได้ยังไงกัน