วิธีรักษาโรคอกหักให้พ้นขีดอันตราย จากประสบการณ์และมุมมองของเราเอง

ก่อนอื่น ขอออกตัวก่อนว่านี่เป็นกระทู้แรกที่ตั้ง หลังจากส่องในบอร์ดนี้มานาน
ถ้าอ่านแล้วสับสน งงๆ ยังไง จขกท ก็ต้องขออภัยล่วงหน้า นะคะ มือใหม่หัดโพส

คือช่วงนี้เท่าที่เข้ามาอ่านในบอร์ด มีแต่คนเศร้า ต้องการกำลังใจ หรือแม้กระทั่งข้อคิดเล็กๆน้อยๆ
ที่ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น เราก็เลยคิดว่า อยากจะแชร์ ข้อคิดและวิธีต่างๆขจัรโรคอกหัก จากประสบการณ์ชีวิตรัก
ที่ไม่ได้เป็นอย่างในนิยายของเราเอง เผื่อบางทีอาจจะช่วยสะกิดใจให้ได้มีกำลังใจที่จะสู้กันต่อได้บ้าง ยิ้ม

เราเองก็เป็นคนนึงที่ก่อนหน้านี้ ชีวิตเราเสียศูนย์มากๆเพราะความรัก เนื่องจากว่าเวลาเรารักใครแล้วเราทุ่มสุดตัวไม่เคยเผื่อใจ
และไม่คิดที่จะเลิก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราคบกับแฟนเก่าเรามา5ปี ในระหว่าง 5ปีที่คบ ก็รักๆเลิกมาแล้ว3ครั้ง เพราะความไม่เข้าใจกัน
จนสุดท้ายแล้ว ก็จากกันไปในที่สุดด้วยความเข้าใจว่าเราไปกันไม่ได้ แต่กว่าที่เราจะเข้าใจและจากกันด้วยดีได้นั้น
เป็นอะไรที่มหาโหดมากสำหรับผญคนนึงมาก เราเข้าใจในความรู้สึกนั้นดีและก็ไม่เคยลืมมันได้สักครั้ง แต่สุดท้ายแล้วเราก็ผ่านมันมาได้

เริ่มแรก
กฏข้อที่ 1 หลังจากที่คุณเลิกกับแฟน คือ "ห้ามตั้งคำถามให้ตัวเอง หรือ มโนตามความคิดตัวเอง และรวมมิตรทุกอย่างตามอารมณ์ "
เช่น  ทำไมถึงเลิกกัน? เค้าไม่รักเราแล้วหรือ? ที่ผ่านมามันไม่มีค่าเลยใช่ไหม? หรือแม้กระทั่ง เพราะว่ามีคนอื่นใช่ไหม? หรือว่า
ยังไม่ลืมมัน(แฟนเก่าของแฟนเก่า) ใช่ไหม?
หรือถึงแม้มันจะเป็นเรื่องจริง (ในกรณีที่มีคนอื่น) "ก็ห้ามที่จะไปสืบค้นหาความหลัง" เลิกขุดขุ้ย ไม่ว่าจะเป็น เริ่มคุยเมื่อไหร่? หน้าตายังไง? ชื่ออะไร? ไปเที่ยวกันมาแล้วกี่ครั้ง? ตอนที่ยังครบกับเราอยู่หรือเปล่า บลาๆๆๆๆๆ จิกตัวเองไว้ค่ะ ว่าอย่าไปอยากรู้เรื่องของเค้า หรือ ฮี ชี อิท อีกโดยเด็ดขาด
เพราะยิ่งรู้น้อยมากเท่าไหร่ยิ่งเจ็บน้อยมากเท่านั้น ..

2.อย่าหลอกตัวเองและคิดแทนเค้า(แฟนเก่า)ค่ะ หลายครั้งและหลายคน ที่ยังไม่หลุดพ้นจากความทรมาร ก็เป็นเพราะยังหลอกตัวเองว่า
   "มันยังมีอยู่ ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันไม่มีแล้ว " รวมถึงยังมีหวังในเรื่องต่างๆ
เช่น เรายังรักกันแต่ที่เค้าทำแบบนั้นเพราะว่าไม่อยากให้เราเสียใจ
      เค้าเองก็เสียใจที่เป็นคนบอกลาและจบความสัมพันธ์ หรือ เค้าเองก็ไม่ได้อยากมีคนอื่นแต่เพราะเป็นอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น
      และถ้าเรากลับมารักกันใหม่ เราไม่ทำแบบนั้น เราไม่ทำแบบนี้ และมันอาจจะดีกว่าเดิม .. และบลาๆๆ
หยุดดดดดดดคิดค่ะ ! นั้นมันก็คือเรื่องที่เราทั้งหลายคิดเพื่อเข้าข้างตัวเองทั้งนั้นค่ะ
      คุณรู้ได้ไงคะว่าเค้าไม่อยากทำ? คุณรู้ได้ไงว่าเค้าเองก็เสียใจที่เลิก?
      คุณรู้ได้ไงคะว่าเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบที่เค้าจะมีคนอื่น? คุณรู้ได้ไงคะว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจทำ?
ลองมองในทางกลับกัน(มุมของความเป็นจริง)
       ถ้าเราจะเข้ากันได้แต่แรก วันนั้นทำไมถึงเลิกกัน
       ถ้าในวันนั้นไม่คนอื่นเข้ามา คุณจะรู้ได้ไงว่าในอนาคตเค้าจะไม่ทำแบบนั้นกับคุณอีก?
เพราะฉะนั้นคำถามคือ สิ่งที่เราทำอยู่นี่เพื่อใคร? เพื่อตัวเอง
เพื่อตัวเองแบบผิดๆ? ด้วยการสร้างกำแพงขึ้นมา บล็อคตัวเองออกจากโลกภายนอก
และมองเฉพาะในมุมที่ฉันอยากจะมอง อยากจะเป็นเหมือนเดิม ทั้งๆที่มันก็ไม่มีแล้วแบบนั้นหรอคะ?
    *ถ้าหากใครคิดว่าสิ่งที่คุณเจอมานั้นแย่หนักหนาสาหัสเหลือเกิน ก็ลองฟังคลับฟายเดย์ ดูสักทอปปิคสองทอปปิค
คุณก็จะพบว่าที่ผ่านมา ชีวิตคุณเป็นเรื่องเล็กไปเลย จริงๆ ลองดูสักศุกร์ ก็ได้ค่ะ ฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ

3. อย่าปล่อยให้ตัวเองว่างค่ะ ในระยะที่ยังไม่พ้นขีดอันตราย  การทำความสะอาดบ้าน สะอาดห้อง ล้างรถ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีค่ะ
ได้ใช้แรงกับอะไรไปเยอะๆ มันทำให้สมองเราคิดน้อยลง และโฟกัสไปที่เรื่องอื่นมากขึ้น บางครั้งมันก็เป็นการปลดปล่อยอย่างนึงที่ดี
และได้ประโยชน์มากๆด้วย คือ บ้านสะอาด และออกกำลังกายลดความอ้วนไปในตัว วินวินทั้งคู่
แต่แรกๆมันอาจจะอยากสักหน่อย หากกวาดๆเช็ดๆอยู่เจอของเก่าๆ รูปเก่าๆเข้า ต่อมมาม่าของเราจะเริ่มทำงาน แต่
ก็ก้มหน้าก้มตาเก็บต่อไป ถ้าอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมา ไม่ต้องไปกลั้น การร้องไห้เป็นวิธีอย่างนึงที่ขจัรความทุกข์ไปจากใจเรา
แต่ก็อย่าให้ถึงขึ้นหยุดมือและนั่งอดเข่ามาม่าเป็นพอ ทำไปร้องไห้ไปๆ อยู่แบบนี้ สักอาทิตย์ สองอาทิตย์ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง ค่ะ
แล้วเวลาจะช่วยเยียวอย่าให้ชินกับการใช้ชีวิตตัวคนเดียวมากขึ้น และ ตัวเราเองก็สามารถปรับสมดุลตัวเองได้ในที่สุด


4.หลังจากเราเลิกหลอกตัวเองได้แล้ง และไม่จมปลักกับสิ่งที่ไม่มีได้แล้ว หรือง่ายๆคือ เมินคนเก่าได้แล้ว
เราก็จะมองเห็นความจริงมากขึ้น  ฉะนั้นถอยหลังแล้วมองย้อนกลับมาที่ตัวเองว่าที่ผ่านมา ตัวเราเป็นอย่างไร?
เพราะเป็นแบบนี้หรือเปล่า ความรักของเราจึงไปไม่รอด หรือ เราใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเกินไป หรือ เราใช้เหตุผลมากเกินไป
และค่อยปรับเปลี่ยนตัวเราไปเรื่อยๆอะไรที่คิดว่าแย่ก็ปรับ เพื่อเตรียมตัวเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ย้ำนะคะว่าคนใหม่ ไม่ใช่คนเก่าที่มาขอโอกาสใหม่ 55555

5.หันกลับมาทำอะไรเพื่อนตัวเองบ้าง เช่น ดูแลสุขภาพ สุขภาพผิว แต่งสวย แต่งหล่อ ให้รางวัลกับชีวิตเราบ้าง หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยทำเพื่อคนอื่นมานาน ลองเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวดูไหม บางทีการเริ่มใหม่ๆมันอาจจะเข้ากับเรามากกว่า หรือ ทรงผมใหม่ๆที่ไฉไลกว่าเดิม คือจริงๆแล้วการที่เราเปลี่ยนอะไรใหม่ๆนั้น มันก็เพื่อบังคับให้ตัวเราเอง เจอกับสภาพแวดล้อใหม่ๆนั้นเอง

6.อยู่กับครอบครัวและเพื่อนให้มากๆ หลังจากที่พ้นจุด hurt ไปแล้ว เราก็จะเหงากันไปตามระเบียบโรงเรียนลิง
ในช่วงระหว่างนี้อย่าส่งเดชให้ความหวังคนอื่น ถ้าคิดว่าเค้ายังไม่ใช่ เราควรจะเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย นึกถึงตอนเราถูกกระทำที่ผ่านมา
กว่าเราจะผ่านมาได้ต้องใช้เวลาและน้ำตามากแค่ไหน เพราะฉะนั้นต่อให้เหงาแค่ไหน ก็อย่าทำร้ายใครเพิ่มด้วย


นั้นก็เป็นวิธีคร่าวๆที่เราใช้ในชีวิตจริงเรา หลังจากที่ประสบปัญหาคลื่นรักที่ไม่เป็นอย่างหวังของเรา
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลอยู่ดีว่า จะสู้กับมันได้มากน้อยแค่ไหน
จริงอยู่ที่เวลาจะช่วยเยียวอย่าทุกอย่าง แต่ถ้าหากในช่วงเวลาที่ผ่านไป คุณไม่ช่วยเหลือตัวเอง
เวลาก็ไม่สามารถเยียวยาให้คุณ หลุดพ้นได้เช่นกัน
ทุกวันนี้ให้คิดแค่ว่าให้มีความสุขกับปัจจุบันพอ อดีต และ อนาคต มันเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ เพราะมันก็แค่สิ่งที่เคยผ่าน กับ สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เท่านั้น

เราหว้งว่ามันอาจจะช่วยใครบางคนที่กำลังประสบปัญหาบ้างไม่มากก็น้อย
ส่วนใครมีข้อคิดอีกนอกเหนือจากนี้ ก็น้อมรับฟังนะคะ มาแบ่งปันกัน
เผื่อเราจะเก็บไว้ใช้ในครั้งยามที่เรา hurt ครั้งต่อไป  ยิ้ม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่