ไปทำไมอินโด ? ไปบาหลีหรอ ? อินโดช่วงนี้มีแผ่นดินไหวนะ พายุเข้านะ ฝนตกนะ
เป็นคำถามที่ผมต้องครุ่นคริดทุกครั้งตั้งแต่ที่ผมได้ตัดสินใจไปเที่ยวที่แห่งหนึ่งซึ่งจะเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่สุดในชีวิตของผม
แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้เห็นโบรโม่ แม้ฝนจะตกตลอดทริป อากาศเลวร้าย แต่ผมก็ได้สัมผัสกับความงดงาม ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ความน่ารักของชวา เป็นอย่างไรต้องติดตามกันครับ
กระทู้นี้จะไม่มีรายละเอียดของการเดินทาง ไม่มีข้อมูลในการตัดสินใจ มีแต่ความมั่วซั่วตลอดทริป 555
การเดินทางครั้งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ อสท ฉบับ พ.ย. 2556

หลังจากเปิดอ่านดูก็ไปสะดุดตรงคำว่าตามรอยลมหายใจของพระเจ้า คำๆนี้สะเทือนไปถึงต่อมตีนของผมจนอยากจะลุกขึ้นเก็บกระเป๋าและออกไปเดี๋ยวนั้น แต่มันคงจะเพ้อเจ้อเกินไป มันต้องมีการวางแผนซิครับ
ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นที่มีโปรของแอร์เอเชีย พอดี (พระเจ้าดลบันดาลให้ผมไปพบท่านรึเปล่า) รวบรวมสมัครพรรคพวกได้ทั้งหมดสามคนถ้วน เป็นกระเทย 2 ชาย 1 ก็ตัดสินใจจองแล้วค่อยหาข้อมูลกันทีหลัง ซึ่งก็มารู้ว่าจองไปปลายเดือนมกราคม ซึ่งเป็นrainy season หรือ low season นั่นเอง ก็เอาวันที่ใกล้จะเดินทาง

แผนการเดืนทางคร่าวๆ เดินทาง 29/1/57-2/2/57
day1 ออกจากกทม ไปถึงมาเลย์ ต่อเครื่องไป ยอร์คยา
day2 บุโรพุทโธ เมราปี ปรามบานัน
day3 หารถไปสุราบายา เพื่อไปขึ้นโบรโม่
day4 เที่ยวโบรโม่
day5 กลับบ้านครับ
ที่พัก >ผมจองแค่สองที่คือ Yogya คืนแรก และ Surabaya คืนสุดท้าย ผมจองผ่าน hostelworld ตัด 10 % และ ผ่าน Booking.com ครับ จองไปแบบมั่วๆขอถูกไว้ก่อน เลยได้ EDU Hostel และ Ibis Surabaya Rajawali ที่เหลือก็ไปตายเอาดาบหน้า (ผมจะเล่าให้ฟังทีหลังว่าที่พักแต่ละที่เป็นอย่างไร)
พร้อมจะออกเดินทางกันหรือยังครับ
2-3 วันก่อนออกเดินทาง ผมเกิดจิตตกกับสภาพอากาศที่บอกว่าฝนตกทุกวัน ประกอบกับมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีก แทบเอาเครียดนอนไม่หลับไปหลายคืน
พยายามหาข้อมูลใน pantip ซึ่งก็มีมากมายจนตีกันมั่วไปหมด จนสุดท้ายก็ไม่เตรียมอะไรแล้วครับ ไปลุยกันที่นั่นเลยดีกว่า
วันแรก ต้องบินต่อเครื่องไปลงมาเลเซีย ผมออกเดินทางจากดอนเมือง ประมาน 09.00 น. ถึง มาเลเซีย 12.30 น. บินจริงๆก็ประมาณสองชม. แต่เวลาเร็วกว่าไปไทย 1 ชม. คนน้อยมากแค่ไหนดูเอาเอง

สนามบินที่เปลี่ยนไฟลท์ของมาเล นั้นใหญ่มากครับ ผู้คนมากมายมาเปลี่ยนเครื่องกันที่นี่ ไม่มีงวงช้างนะครับ เดินพบปะกับเครื่องบินได้จังๆเลย

รอไม่นานเครื่องก็ออกแล้วครับ
2 ชม ถึง Yogyakarta
สนามบินเล็กมากเดินผ่านประตูไปก็ถึงที่ตรวจคนเข้าเมือง แถวยาวมากยาวจนทะลุออกมาด้านนอกเลยครับรอประมาณครึ่งชม ก็เสร็จ
จากนั้นเราก็ออกไปสู่โลกกว้างกันแล้ว โลกที่เราจะรู้จักกันแค่สามคน โลกที่จะไม่มีใครรู้จัก เราจะเข้มแข็ง จะออกไปหารถเมล์ขึ้นไปแบบแบคแพค
แต่ทันทีที่ออกไปก็เจอ ชาวแท็กซ่หน้าตาไม่เป็นมิตร พยายามเสนอราคา เดินตาม ใจผมกับเพื่อนนั้นอ่อนระทวยด้วยลูกตื้อของบรรดาลุงๆ ความเข้มแข็งที่กล่าวมานั้นไม่มีถึงนาทีก็พังทลาย ลุงชื่อMouchin เป็นลุงที่ผมเลือกคุยด้วย เค้าเสนอราคามาให้ ผมฏ้ไม่รู้หรอกว่ามันแพงไปรึเปล่า เพราะไม่หาข้อมูลมา ลุงบอก 125.000Rp ผมก็งง ตอนนั้นมันงงๆ ก็เลยเออๆออๆลุงไป เข้าทางลุงเลย พาไปที่รถเสร็จสับ ทุกคนเงียบและตามลุงไป 555
ระหว่างทางลุง เสนอ one day trip ให้เรา 600.000 Rp พาไปสามที่ บุโรพุทโธ ภูเขาไฟเมราปี ปรามบานัน พวกเราก็ขี้เกียจไปหา จัดเลยลุง เอาไงก็แล้วแต่ลุงเลย 555
ลุงแวะให้เราไปซื้อตั๋วรถไฟ เราตกลงว่าจะนอนในรถไฟไป Surabaya ในคืนพรุ่งนี้ ไปซื้อตั๋วกันเถอะ !!!
ขั้นตอนการซื้อนะครับ ไปขอบัตรคิวที่ยาม ไปเขียนใบ request ถึงสถานที่ที่เราจะไป ขบวนอะไร ชั้นไหน
แนะนำว่าควรจะดูweb
http://www.kereta-api.co.id/ ก่อนไปนะครับ ผมก็จองแบบexecutive ผมก็ไม่รู้ว่าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร เราเห็นมันดูโอเคก็เลยเลือกไป
จากนั้นลุงก็พาไปส่งโรงแรมของเรา EDU Hostel และนัดกับเราพรุ่งนี้เช้า 6 โมง (เราบอกลุงว่าอยากดู sun rise ที่ บุโรพุทโธ แต่ลุงบอกว่าฝนตกไม่มีใครไปหรอก แม่มพออีกวันฝนไม่ตกเลย ขอโทษนะครับที่ห้วนๆไปหน่อย 555)
Hostel พักแยกหญิงชายนะครับ แต่ละห้องมี หกเตียงห้องน้ำในตัว ถูก สะอาด ล็อบบี้มีไวไฟฟรี พนักงานเป็นกันเองมาก พูดอังกฤษโอเคเลยครับ
แต่ตอนที่ผมไปพักมีเด็กอินโดเยอะมาก เอะอะโวยวาย วุ่นวายมากไม่สงบเลย แต่เอาว่าถูก ซุกหัวนอนก็พอ คนละ 80.000 Rp

จากนั้นพวกเราก็ไปหาของกินที่ถนน Malioboro ไกลจากโรงแรมประมาณ สามกิโล เดินไปถึงก็หิวมากพอดี
การมาถนนเส้นนี้ พวกเราก็สรุปได้ว่า Jogja เป็นเมืองของ บุหรี่ ศิลปิน และ ผ้าบาติก

ทำไมนะหรอ เพราะว่าคนที่นี่ดูดบุหรี่กันเยอะมาก ดูดทุกที่ในห้าง ข้างถนน ร้านอาหาร เด็กก็ดูด ดูดทุกวัย ถนนนี่ก้นบุหรี่เกลื่อนเลยนะ และศิลปินก็เยอะมาก นักกีต้าร์นี่โคตรเยอะ มาร้องไห้ฟังตลอด ศิลปินของอินโดนี่คงมาจากยอร์คยาแน่เลย แต่ร้องเพราะนะ ใช้ได้เลยมีทุกเพศทุกวัย มีทั้งเดี่ยวทั้งกลุ่ม เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพมา และก็มีร้านขายผ้าบาติก ขายเสื้อ เหมือนกันแทบทุกร้าน ใครรู้ช่วยบอกทีว่าควรไปดูร้านไหน
แค่วันแรกก็สับสนวุ่นวายแล้วนะครับ ขอตัวไปนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องลุยกันแต่เช้า ฝนตกๆหยุดๆนะ ต้องลุ้นดูว่าเราจะมีดวงไหม
พรุ่งนี้เราจะไป บุโรพุทโธ ศาสนสถานของชาวพุทธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะชวา
[CR] Breath of Java: Selemat ayam ตามหาลมหายใจแห่งพระเจ้า ตอนที่ 1 : ตะลุย Yogyagarta
เป็นคำถามที่ผมต้องครุ่นคริดทุกครั้งตั้งแต่ที่ผมได้ตัดสินใจไปเที่ยวที่แห่งหนึ่งซึ่งจะเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่สุดในชีวิตของผม
แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้เห็นโบรโม่ แม้ฝนจะตกตลอดทริป อากาศเลวร้าย แต่ผมก็ได้สัมผัสกับความงดงาม ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ความน่ารักของชวา เป็นอย่างไรต้องติดตามกันครับ
กระทู้นี้จะไม่มีรายละเอียดของการเดินทาง ไม่มีข้อมูลในการตัดสินใจ มีแต่ความมั่วซั่วตลอดทริป 555
การเดินทางครั้งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ อสท ฉบับ พ.ย. 2556
หลังจากเปิดอ่านดูก็ไปสะดุดตรงคำว่าตามรอยลมหายใจของพระเจ้า คำๆนี้สะเทือนไปถึงต่อมตีนของผมจนอยากจะลุกขึ้นเก็บกระเป๋าและออกไปเดี๋ยวนั้น แต่มันคงจะเพ้อเจ้อเกินไป มันต้องมีการวางแผนซิครับ
ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นที่มีโปรของแอร์เอเชีย พอดี (พระเจ้าดลบันดาลให้ผมไปพบท่านรึเปล่า) รวบรวมสมัครพรรคพวกได้ทั้งหมดสามคนถ้วน เป็นกระเทย 2 ชาย 1 ก็ตัดสินใจจองแล้วค่อยหาข้อมูลกันทีหลัง ซึ่งก็มารู้ว่าจองไปปลายเดือนมกราคม ซึ่งเป็นrainy season หรือ low season นั่นเอง ก็เอาวันที่ใกล้จะเดินทาง
แผนการเดืนทางคร่าวๆ เดินทาง 29/1/57-2/2/57
day1 ออกจากกทม ไปถึงมาเลย์ ต่อเครื่องไป ยอร์คยา
day2 บุโรพุทโธ เมราปี ปรามบานัน
day3 หารถไปสุราบายา เพื่อไปขึ้นโบรโม่
day4 เที่ยวโบรโม่
day5 กลับบ้านครับ
ที่พัก >ผมจองแค่สองที่คือ Yogya คืนแรก และ Surabaya คืนสุดท้าย ผมจองผ่าน hostelworld ตัด 10 % และ ผ่าน Booking.com ครับ จองไปแบบมั่วๆขอถูกไว้ก่อน เลยได้ EDU Hostel และ Ibis Surabaya Rajawali ที่เหลือก็ไปตายเอาดาบหน้า (ผมจะเล่าให้ฟังทีหลังว่าที่พักแต่ละที่เป็นอย่างไร)
พร้อมจะออกเดินทางกันหรือยังครับ
2-3 วันก่อนออกเดินทาง ผมเกิดจิตตกกับสภาพอากาศที่บอกว่าฝนตกทุกวัน ประกอบกับมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีก แทบเอาเครียดนอนไม่หลับไปหลายคืน
พยายามหาข้อมูลใน pantip ซึ่งก็มีมากมายจนตีกันมั่วไปหมด จนสุดท้ายก็ไม่เตรียมอะไรแล้วครับ ไปลุยกันที่นั่นเลยดีกว่า
วันแรก ต้องบินต่อเครื่องไปลงมาเลเซีย ผมออกเดินทางจากดอนเมือง ประมาน 09.00 น. ถึง มาเลเซีย 12.30 น. บินจริงๆก็ประมาณสองชม. แต่เวลาเร็วกว่าไปไทย 1 ชม. คนน้อยมากแค่ไหนดูเอาเอง
สนามบินที่เปลี่ยนไฟลท์ของมาเล นั้นใหญ่มากครับ ผู้คนมากมายมาเปลี่ยนเครื่องกันที่นี่ ไม่มีงวงช้างนะครับ เดินพบปะกับเครื่องบินได้จังๆเลย
รอไม่นานเครื่องก็ออกแล้วครับ
2 ชม ถึง Yogyakarta
สนามบินเล็กมากเดินผ่านประตูไปก็ถึงที่ตรวจคนเข้าเมือง แถวยาวมากยาวจนทะลุออกมาด้านนอกเลยครับรอประมาณครึ่งชม ก็เสร็จ
จากนั้นเราก็ออกไปสู่โลกกว้างกันแล้ว โลกที่เราจะรู้จักกันแค่สามคน โลกที่จะไม่มีใครรู้จัก เราจะเข้มแข็ง จะออกไปหารถเมล์ขึ้นไปแบบแบคแพค
แต่ทันทีที่ออกไปก็เจอ ชาวแท็กซ่หน้าตาไม่เป็นมิตร พยายามเสนอราคา เดินตาม ใจผมกับเพื่อนนั้นอ่อนระทวยด้วยลูกตื้อของบรรดาลุงๆ ความเข้มแข็งที่กล่าวมานั้นไม่มีถึงนาทีก็พังทลาย ลุงชื่อMouchin เป็นลุงที่ผมเลือกคุยด้วย เค้าเสนอราคามาให้ ผมฏ้ไม่รู้หรอกว่ามันแพงไปรึเปล่า เพราะไม่หาข้อมูลมา ลุงบอก 125.000Rp ผมก็งง ตอนนั้นมันงงๆ ก็เลยเออๆออๆลุงไป เข้าทางลุงเลย พาไปที่รถเสร็จสับ ทุกคนเงียบและตามลุงไป 555
ระหว่างทางลุง เสนอ one day trip ให้เรา 600.000 Rp พาไปสามที่ บุโรพุทโธ ภูเขาไฟเมราปี ปรามบานัน พวกเราก็ขี้เกียจไปหา จัดเลยลุง เอาไงก็แล้วแต่ลุงเลย 555
ลุงแวะให้เราไปซื้อตั๋วรถไฟ เราตกลงว่าจะนอนในรถไฟไป Surabaya ในคืนพรุ่งนี้ ไปซื้อตั๋วกันเถอะ !!!
ขั้นตอนการซื้อนะครับ ไปขอบัตรคิวที่ยาม ไปเขียนใบ request ถึงสถานที่ที่เราจะไป ขบวนอะไร ชั้นไหน
แนะนำว่าควรจะดูweb http://www.kereta-api.co.id/ ก่อนไปนะครับ ผมก็จองแบบexecutive ผมก็ไม่รู้ว่าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร เราเห็นมันดูโอเคก็เลยเลือกไป
จากนั้นลุงก็พาไปส่งโรงแรมของเรา EDU Hostel และนัดกับเราพรุ่งนี้เช้า 6 โมง (เราบอกลุงว่าอยากดู sun rise ที่ บุโรพุทโธ แต่ลุงบอกว่าฝนตกไม่มีใครไปหรอก แม่มพออีกวันฝนไม่ตกเลย ขอโทษนะครับที่ห้วนๆไปหน่อย 555)
Hostel พักแยกหญิงชายนะครับ แต่ละห้องมี หกเตียงห้องน้ำในตัว ถูก สะอาด ล็อบบี้มีไวไฟฟรี พนักงานเป็นกันเองมาก พูดอังกฤษโอเคเลยครับ
แต่ตอนที่ผมไปพักมีเด็กอินโดเยอะมาก เอะอะโวยวาย วุ่นวายมากไม่สงบเลย แต่เอาว่าถูก ซุกหัวนอนก็พอ คนละ 80.000 Rp
จากนั้นพวกเราก็ไปหาของกินที่ถนน Malioboro ไกลจากโรงแรมประมาณ สามกิโล เดินไปถึงก็หิวมากพอดี
การมาถนนเส้นนี้ พวกเราก็สรุปได้ว่า Jogja เป็นเมืองของ บุหรี่ ศิลปิน และ ผ้าบาติก
ทำไมนะหรอ เพราะว่าคนที่นี่ดูดบุหรี่กันเยอะมาก ดูดทุกที่ในห้าง ข้างถนน ร้านอาหาร เด็กก็ดูด ดูดทุกวัย ถนนนี่ก้นบุหรี่เกลื่อนเลยนะ และศิลปินก็เยอะมาก นักกีต้าร์นี่โคตรเยอะ มาร้องไห้ฟังตลอด ศิลปินของอินโดนี่คงมาจากยอร์คยาแน่เลย แต่ร้องเพราะนะ ใช้ได้เลยมีทุกเพศทุกวัย มีทั้งเดี่ยวทั้งกลุ่ม เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพมา และก็มีร้านขายผ้าบาติก ขายเสื้อ เหมือนกันแทบทุกร้าน ใครรู้ช่วยบอกทีว่าควรไปดูร้านไหน
แค่วันแรกก็สับสนวุ่นวายแล้วนะครับ ขอตัวไปนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องลุยกันแต่เช้า ฝนตกๆหยุดๆนะ ต้องลุ้นดูว่าเราจะมีดวงไหม
พรุ่งนี้เราจะไป บุโรพุทโธ ศาสนสถานของชาวพุทธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะชวา