ตั้งแต่ออกจากบ้านมาอยู่คนเดียวตั้งแต่ปี 2537 เพื่อเรียนใน กทม. จนถึงตอนนี้ 2557 แล้ว มีความรู้สึกว่ามีชีวิตอย่างลำพังมาโดยตลอด ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้องที่จะคอยเป็นกำลังสำคัญในยามที่ท้อแท้เลย บางทีกำลังใจจากตัวเอง มันก็ไม่พอที่จะจุดติดให้เดินต่อไหว บางทียังนึกอิจฉาเวลาที่เขามีพ่อแม่ญาติพี่น้องอบอุ่นอยู่รอบๆกาย เวลาเทศกาลต่างๆอยากกระวีกระวาดกลับบ้านเพื่อกลับมาหาใครสักคนในบ้านบ้าง แต่ก็ไม่เคยรู้สึกถึงความรู้สึกนั้นเลย ตอนนี้เราคงเป็นคนที่จิตใจแข็งกระด้าง โหยหาความรัก โดยที่เราไม่เคยได้รู้จักความรักในรูปแบบใดๆเลยก็เป็นได้
ที่บ้านค่อนข้างยากจน เงินจะเรียนก็ไม่ค่อยมี ตอนเด็กๆค่อนข้างขี้โรค จะหางานทำระหว่างเรียนคงอาจจะได้ตายก่อน มีสิ่งเดียวที่ทำได้คือการตั้งใจเรียนให้ได้ดีที่สุด เพื่อจะได้งานที่ดีและมีเงินใช้ เพื่อนก็ชวนไปเที่ยวจับจ่ายใช้สอย แต่เราก็ต้องปฏิเสธ ยกเว้นเสียว่า ณ ที่แห่งนั้นไม่ต้องใช้เงินเลยก็จะไปได้
ชีวิตรับราชการและต้องอยู่ใน กทม. ค่อนข้างเหนื่อย พยายามหาซื้อบ้านมือสองเก่าๆเพื่ออาศัยอยู่แทนห้องเช่าเล็กๆ ผ่อนถูกๆ ทำงานไปเรื่อยๆไม่ได้หวังว่าจะได้เป็นใหญ่เป็นโต ไม่ได้หวังลาภยศสรรเสริญ เพราะถ้ามีแล้ว ก็ไม่รู้จะให้ใครได้ เพราะลูกก็มีไม่ได้ เดินมาไกลถึงตรงนี้ได้ก็พอแล้วเนอะ
เวลาที่ไม่มีใคร มักจะนึกถึงเพื่อนๆในพันทิป จะซ่อมท่อ ซ่อมไฟ จัดบ้าน เหงา ก็จะมีเพื่อนที่นี่ ที่คอยดูแลกัน ขอบคุณที่ในวันอ่อนล้าก็ยังมีที่นี่ ให้ได้พูดคุยนะคะ
+ + + ชีวิตอย่างลำพัง + + +
ที่บ้านค่อนข้างยากจน เงินจะเรียนก็ไม่ค่อยมี ตอนเด็กๆค่อนข้างขี้โรค จะหางานทำระหว่างเรียนคงอาจจะได้ตายก่อน มีสิ่งเดียวที่ทำได้คือการตั้งใจเรียนให้ได้ดีที่สุด เพื่อจะได้งานที่ดีและมีเงินใช้ เพื่อนก็ชวนไปเที่ยวจับจ่ายใช้สอย แต่เราก็ต้องปฏิเสธ ยกเว้นเสียว่า ณ ที่แห่งนั้นไม่ต้องใช้เงินเลยก็จะไปได้
ชีวิตรับราชการและต้องอยู่ใน กทม. ค่อนข้างเหนื่อย พยายามหาซื้อบ้านมือสองเก่าๆเพื่ออาศัยอยู่แทนห้องเช่าเล็กๆ ผ่อนถูกๆ ทำงานไปเรื่อยๆไม่ได้หวังว่าจะได้เป็นใหญ่เป็นโต ไม่ได้หวังลาภยศสรรเสริญ เพราะถ้ามีแล้ว ก็ไม่รู้จะให้ใครได้ เพราะลูกก็มีไม่ได้ เดินมาไกลถึงตรงนี้ได้ก็พอแล้วเนอะ
เวลาที่ไม่มีใคร มักจะนึกถึงเพื่อนๆในพันทิป จะซ่อมท่อ ซ่อมไฟ จัดบ้าน เหงา ก็จะมีเพื่อนที่นี่ ที่คอยดูแลกัน ขอบคุณที่ในวันอ่อนล้าก็ยังมีที่นี่ ให้ได้พูดคุยนะคะ