ผมขอเดาว่า ส่วนใหญ่ที่เข้ามาอ่านนี้ เพราะเห็นคำว่าระทึกกันละสิ


เอาเถอะ กดออกตอนนี้ยังไงทันไม่สายไปนะก่อนผมจะร่ายยาว ส่วนคนที่อยากจะอ่านต่อคงเกิดอาการ เอ๊ะ...ไอ้เบื้อกนี้มันจะเทศนา พล่ามอะไรของมันวะ เอาละมาอ่าน แต่บุคคลที่ผมอยากให้อ่านก็มีนะ คือ นักจิตวิทยา,จิตแพทย์,นักสังคมสงเคราะห์เพื่อเด็กและวันรุ่น พ่อแม่ที่มีลูกแล้วเป็นปัญหาคล้ายผม หรือคนที่รู้ตัว(แต่เหมือนไม่รู้อะไร)แบบผม เพราะนี้อาจเป็นกรณีศึกษาของพวกท่าน...
เริ่มจาก...
1.ผมเป็นคนไม่เพื่อน ตั้งแต่อนุบาลยัน ปี1ป.ตรีครั้ง3เลยละ ตอนนี้ก็อายุ20แล้ว
2.ผมแก้ไขปัญหาเรื่องการเข้ากับเพื่อนนี้มากว่า15ปี แรกๆก็ได้แต่เก็บข้อมูล ม.4ถึงเริ่มลงมือทำ แต่ก็ล้มเหลว ถึงพ่อแม่จะดุด่ามาก็เถอะ(ผมก็ทำสุดความสามารถและจนปัญญาแล้ว)
3.ผมไม่ได้โดดเดียว ไม่มีเพื่อนตลอดไปนะ แต่ปัญหาคือ ผมได้เพื่อนสนิทมา3คน เป็นตัวเมีย เอ้ยผิด เป็นผู้หญิง ทั้ง3คน แต่น่าเสียดายที่ผมทำได้แค่ วางดอกไม้จันทร์เป็นการขอบคุณที่เข้ามาเดินร่วมกับผมระยะเวลาหนึ่ง ทั้ง3คน
4.เธอทั้ง3คนไม่ได้ตายฟรี เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ผมมองเห็นปัญหา ที่ผมเก็บข้อมูลมาตลอด15ปีนั้น มันใช้ไม่ได้ เพราะผมแค่เห็นจากประสาทสัมผัสและสมองผมเอง สิ่งนี้คือจุดบอดของผม ซึ่งไม่มีปัญญาหรือแม้แต่โอกาสที่ได้ตอบแทนพวกเธอเลย ที่ไม่ได้มองผมแค่เปลือกนอกดังที่หลายๆคนมองเห็น เพียงเพราะความอยากรู้ สงสัย และอื่นๆซึ่งเธอไม่บอก แต่แค่นี้ก็พอแล้วและอยากพูดว่า ขอบคุณที่เดินไปด้วยกัน(ถึงจะมีเกรียนผิดกับหน้าตาบ้างก็เหอะ)
5.ตอนนี้แม้ผมจะทำไรหลายๆอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างไม่มีปัญหาก็จริง แต่เมื่อไหร่ที่ต้องเกิดกิจกรรมมีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่น = มีปัญหาทันที ซึ่งมองดูเหมือนคนปกติ แต่พอคุณล้วงลึก หรือนานๆเข้า คุณจะรู้เลยว่า "ตกลงว่ามันจะสื่ออะไรกันแน่วะ ???"
6.เวลาผมที่มีเพื่อใช้สร้างโจทย์สำเร็จในเวลาแค่12ปี แถมเป็นคนอื่นสร้างให้ซะงั้น...(เวรตะลัย) ที่เหลือผมจึงต้องแก้ด้วยตัวผมเอง(ก็แน่ละสิมุง...) แต่จะแก้ได้อย่างไร ถ้าตัวดำเนินการนั้นต้องอาศัยคน1คนที่รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ ที่เห็นในสิ่งที่ตัวเราไม่มีวันเห็น ที่รู้สึกในสิ่งที่ตัวเรารู้สึกไม่ได้ ซึ่งนั้นคือ "ตัวฉันเป็นยังไงในสายตาของคนรอบข้าง" ที่ปัจจุบันได้พัฒนามาเป็น มาตรฐานในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
7.สุดท้ายยาวหน่อย แต่อ่านไปเถอะ ผมรักษากับหมอท่านหนึ่ง ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งจนหมดเวลาในวันนี้ ซึ่งผมก็ไม่ติดถือโกรธอะไรหมอ เพราะสิ่งที่ผมเจอมานั้น เป็นสิ่งที่ผมได้ลงทำก่อนที่หมอจะคิดให้ผมทำ ซึ่งผมก็พยายามหาวิธีการเพื่อให้ตบโจทย์ ที่หมอเองก็ไม่มีวันรู้ ผมเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะสื่อสารให้หมอได้ และคนที่รู้จนพูดปัญหาแทนผมได้ก็ลาโลกนี้ไปแล้ว ซึ่งไม่มีเวลาพอแม้แต่จะทำใหม่หรือเจอได้ใหม่แล้ว ซึ่งผมก็อยากจะขอโทษหมอ ที่หมอต้องมาติดข้อจำกัดซึ่งเป็นเหมือนพื้นที่สีดำ ระหว่างตัวผมเอง กับ คนอื่นๆในสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็คือการสื่อสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้สร้างโจทย์นี้ให้ผมได้สำเร็จ แต่เมื่อเธอจากไปตัวดำเนินการก็หายไปด้วย และผมก็ต้องมาหาใหม่ในทุกวันนี้ เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่ผมรู้จัก ที่สื่อสารกับตัวเองได้เฉกเช่นที่สื่อสารกับคนอื่น สุดท้ายคือพ่อแม่ ที่ผมไร้ความสามารถ กลายเป็นพาระจนวันตาย ถ้าบาปมันส่งผลได้ก็อยากให้เกิดขึ้นในช่วงชีวิตนี้ เพราะหากตายไปก็ตบแค่นั้น และคงชดใช้ไม่ได้แน่เพราะผมไม่มีลูกสะใภ้ และถึงมีนั้นก็แสดงว่า ผมได้แก้ไขปัญหาของผมสำเร็จแล้ว (Bugของเวรกรรมรึเปล่าวะ???)
ปัจจุบัน... ผมทำอะไรเองไม่ได้แล้วนอกจากปล่อยผ่านไปวันๆซึ่งผมยอมรับว่า "ผมไม่ให้สิทธิ์ตัวเองตัดสินใจตราบใดที่ผมยังไม่รู้สึกถึงสิ่งแวดล้อมทางสังคมเป็น" ผมใช้ทุกความสามารถผมแล้ว แต่ผมขาดตัวดำเนินการที่สำคัญที่สุดซึ่งผมก็ไม่มีวันหามาได้ในระยะเวลาสั้นๆและไร้ความสามารถที่จะเก็บรักษาไว้ใช้จนจบกระบวนการได้ แต่ดวงผมก็ไม่มีซักเท่าไหร่(ตัดดวงทิ้งไปดีกว่ามั้ง...) ชีวิตผมจึงทำได้แค่รอให้เวลาหมดให้ไว้ๆเพื่อเป็นพาระคนอื่นให้น้อยที่สุด เหมือนที่เพื่อนดีๆ3คนที่ผมได้เจอ ได้ทำเรื่องๆดีไว้กับผม แต่ต้องมาจบชีวิตเพราะความซวยที่ไม่น่าเป็นไปได้ กับคนดีๆ3คนนี้ ถึงนี้จะเป็นปัญหาของผมแต่ผมก็ดีที่อย่างน้อยมีคนที่สนุกกับปัญหาของผมและเต็มใจที่จะจับมือเดินไปด้วยกัน ถึงปัญหาจริงๆอยู่ที่ "ตัวผมเอง" ที่มันห่วยบัดซบที่ยังต้องอยู่อย่างเหงาตาย ที่ปล่อยให้เวลาในอนาคตที่มีประโยชน์หมดค่าไป และทำให้หลายคนผิดหวังแม้กระทั้งคนที่ตายและต้องความหวังไว้ให้ว่า สักวันผมจะรู้จักการมีคนอื่นๆ ตอนนี้ป.ตรีปี1ครั้ง3ของผม กำลังจะจบลงแล้วแม้ว่าเทอม1จะเป็นตัวเต็งเกียรตินิยมTop5ของคณะ(ก็เหอะ ขอโม้หน่อย*-*) แต่เมื่อไหร่เราล้มลงเกมก็จะพลิกจากหน้ามือเป็นอุ้งตรีนได้ทันได เพราะคุณมันก็แค่ไอ้กากส์สวะที่เจือกไร้ทักษะสังคม จนล้มเหลว(ทั้งยืน)ในที่สุด...
กระทู้นี้ไม่มีประโยชน์ก็ชั่งมัน(ผมขอสัก2โลนะ) แต่ผมแค่อยากทำอะที่มันมีสาระและเป็นประโยชน์ไว้บ้าง (เท่านี้แหละตะเอง...)

กรูส่องตังนาน แมงหาสาระไม่ได้เลยวะ แล้วรูปกรูไปเกี่ยวอะไรในเรื่องนี้ด้วยวะ...
ทอมแฮงส์ ไม่ได้กล่าวไว้ แต่ผมจะกล่าวแทนเอง(มีปัญหาปะ...)
อยากตั้งกระทู้ที่ระทึกของคนขี้เหงาที่โดดเดียว...
เอาเถอะ กดออกตอนนี้ยังไงทันไม่สายไปนะก่อนผมจะร่ายยาว ส่วนคนที่อยากจะอ่านต่อคงเกิดอาการ เอ๊ะ...ไอ้เบื้อกนี้มันจะเทศนา พล่ามอะไรของมันวะ เอาละมาอ่าน แต่บุคคลที่ผมอยากให้อ่านก็มีนะ คือ นักจิตวิทยา,จิตแพทย์,นักสังคมสงเคราะห์เพื่อเด็กและวันรุ่น พ่อแม่ที่มีลูกแล้วเป็นปัญหาคล้ายผม หรือคนที่รู้ตัว(แต่เหมือนไม่รู้อะไร)แบบผม เพราะนี้อาจเป็นกรณีศึกษาของพวกท่าน...
เริ่มจาก...
1.ผมเป็นคนไม่เพื่อน ตั้งแต่อนุบาลยัน ปี1ป.ตรีครั้ง3เลยละ ตอนนี้ก็อายุ20แล้ว
2.ผมแก้ไขปัญหาเรื่องการเข้ากับเพื่อนนี้มากว่า15ปี แรกๆก็ได้แต่เก็บข้อมูล ม.4ถึงเริ่มลงมือทำ แต่ก็ล้มเหลว ถึงพ่อแม่จะดุด่ามาก็เถอะ(ผมก็ทำสุดความสามารถและจนปัญญาแล้ว)
3.ผมไม่ได้โดดเดียว ไม่มีเพื่อนตลอดไปนะ แต่ปัญหาคือ ผมได้เพื่อนสนิทมา3คน เป็นตัวเมีย เอ้ยผิด เป็นผู้หญิง ทั้ง3คน แต่น่าเสียดายที่ผมทำได้แค่ วางดอกไม้จันทร์เป็นการขอบคุณที่เข้ามาเดินร่วมกับผมระยะเวลาหนึ่ง ทั้ง3คน
4.เธอทั้ง3คนไม่ได้ตายฟรี เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ผมมองเห็นปัญหา ที่ผมเก็บข้อมูลมาตลอด15ปีนั้น มันใช้ไม่ได้ เพราะผมแค่เห็นจากประสาทสัมผัสและสมองผมเอง สิ่งนี้คือจุดบอดของผม ซึ่งไม่มีปัญญาหรือแม้แต่โอกาสที่ได้ตอบแทนพวกเธอเลย ที่ไม่ได้มองผมแค่เปลือกนอกดังที่หลายๆคนมองเห็น เพียงเพราะความอยากรู้ สงสัย และอื่นๆซึ่งเธอไม่บอก แต่แค่นี้ก็พอแล้วและอยากพูดว่า ขอบคุณที่เดินไปด้วยกัน(ถึงจะมีเกรียนผิดกับหน้าตาบ้างก็เหอะ)
5.ตอนนี้แม้ผมจะทำไรหลายๆอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างไม่มีปัญหาก็จริง แต่เมื่อไหร่ที่ต้องเกิดกิจกรรมมีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่น = มีปัญหาทันที ซึ่งมองดูเหมือนคนปกติ แต่พอคุณล้วงลึก หรือนานๆเข้า คุณจะรู้เลยว่า "ตกลงว่ามันจะสื่ออะไรกันแน่วะ ???"
6.เวลาผมที่มีเพื่อใช้สร้างโจทย์สำเร็จในเวลาแค่12ปี แถมเป็นคนอื่นสร้างให้ซะงั้น...(เวรตะลัย) ที่เหลือผมจึงต้องแก้ด้วยตัวผมเอง(ก็แน่ละสิมุง...) แต่จะแก้ได้อย่างไร ถ้าตัวดำเนินการนั้นต้องอาศัยคน1คนที่รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ ที่เห็นในสิ่งที่ตัวเราไม่มีวันเห็น ที่รู้สึกในสิ่งที่ตัวเรารู้สึกไม่ได้ ซึ่งนั้นคือ "ตัวฉันเป็นยังไงในสายตาของคนรอบข้าง" ที่ปัจจุบันได้พัฒนามาเป็น มาตรฐานในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
7.สุดท้ายยาวหน่อย แต่อ่านไปเถอะ ผมรักษากับหมอท่านหนึ่ง ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งจนหมดเวลาในวันนี้ ซึ่งผมก็ไม่ติดถือโกรธอะไรหมอ เพราะสิ่งที่ผมเจอมานั้น เป็นสิ่งที่ผมได้ลงทำก่อนที่หมอจะคิดให้ผมทำ ซึ่งผมก็พยายามหาวิธีการเพื่อให้ตบโจทย์ ที่หมอเองก็ไม่มีวันรู้ ผมเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะสื่อสารให้หมอได้ และคนที่รู้จนพูดปัญหาแทนผมได้ก็ลาโลกนี้ไปแล้ว ซึ่งไม่มีเวลาพอแม้แต่จะทำใหม่หรือเจอได้ใหม่แล้ว ซึ่งผมก็อยากจะขอโทษหมอ ที่หมอต้องมาติดข้อจำกัดซึ่งเป็นเหมือนพื้นที่สีดำ ระหว่างตัวผมเอง กับ คนอื่นๆในสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็คือการสื่อสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้สร้างโจทย์นี้ให้ผมได้สำเร็จ แต่เมื่อเธอจากไปตัวดำเนินการก็หายไปด้วย และผมก็ต้องมาหาใหม่ในทุกวันนี้ เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่ผมรู้จัก ที่สื่อสารกับตัวเองได้เฉกเช่นที่สื่อสารกับคนอื่น สุดท้ายคือพ่อแม่ ที่ผมไร้ความสามารถ กลายเป็นพาระจนวันตาย ถ้าบาปมันส่งผลได้ก็อยากให้เกิดขึ้นในช่วงชีวิตนี้ เพราะหากตายไปก็ตบแค่นั้น และคงชดใช้ไม่ได้แน่เพราะผมไม่มีลูกสะใภ้ และถึงมีนั้นก็แสดงว่า ผมได้แก้ไขปัญหาของผมสำเร็จแล้ว (Bugของเวรกรรมรึเปล่าวะ???)
ปัจจุบัน... ผมทำอะไรเองไม่ได้แล้วนอกจากปล่อยผ่านไปวันๆซึ่งผมยอมรับว่า "ผมไม่ให้สิทธิ์ตัวเองตัดสินใจตราบใดที่ผมยังไม่รู้สึกถึงสิ่งแวดล้อมทางสังคมเป็น" ผมใช้ทุกความสามารถผมแล้ว แต่ผมขาดตัวดำเนินการที่สำคัญที่สุดซึ่งผมก็ไม่มีวันหามาได้ในระยะเวลาสั้นๆและไร้ความสามารถที่จะเก็บรักษาไว้ใช้จนจบกระบวนการได้ แต่ดวงผมก็ไม่มีซักเท่าไหร่(ตัดดวงทิ้งไปดีกว่ามั้ง...) ชีวิตผมจึงทำได้แค่รอให้เวลาหมดให้ไว้ๆเพื่อเป็นพาระคนอื่นให้น้อยที่สุด เหมือนที่เพื่อนดีๆ3คนที่ผมได้เจอ ได้ทำเรื่องๆดีไว้กับผม แต่ต้องมาจบชีวิตเพราะความซวยที่ไม่น่าเป็นไปได้ กับคนดีๆ3คนนี้ ถึงนี้จะเป็นปัญหาของผมแต่ผมก็ดีที่อย่างน้อยมีคนที่สนุกกับปัญหาของผมและเต็มใจที่จะจับมือเดินไปด้วยกัน ถึงปัญหาจริงๆอยู่ที่ "ตัวผมเอง" ที่มันห่วยบัดซบที่ยังต้องอยู่อย่างเหงาตาย ที่ปล่อยให้เวลาในอนาคตที่มีประโยชน์หมดค่าไป และทำให้หลายคนผิดหวังแม้กระทั้งคนที่ตายและต้องความหวังไว้ให้ว่า สักวันผมจะรู้จักการมีคนอื่นๆ ตอนนี้ป.ตรีปี1ครั้ง3ของผม กำลังจะจบลงแล้วแม้ว่าเทอม1จะเป็นตัวเต็งเกียรตินิยมTop5ของคณะ(ก็เหอะ ขอโม้หน่อย*-*) แต่เมื่อไหร่เราล้มลงเกมก็จะพลิกจากหน้ามือเป็นอุ้งตรีนได้ทันได เพราะคุณมันก็แค่ไอ้กากส์สวะที่เจือกไร้ทักษะสังคม จนล้มเหลว(ทั้งยืน)ในที่สุด...
กระทู้นี้ไม่มีประโยชน์ก็ชั่งมัน(ผมขอสัก2โลนะ) แต่ผมแค่อยากทำอะที่มันมีสาระและเป็นประโยชน์ไว้บ้าง (เท่านี้แหละตะเอง...)
กรูส่องตังนาน แมงหาสาระไม่ได้เลยวะ แล้วรูปกรูไปเกี่ยวอะไรในเรื่องนี้ด้วยวะ...
ทอมแฮงส์ ไม่ได้กล่าวไว้ แต่ผมจะกล่าวแทนเอง(มีปัญหาปะ...)