ก่อนถึงวาเลนไทม์ ก็อยากจะเล่าเรื่องราว ความรักดีๆ ที่งดงามบ้าง
อย่างน้อยก็คงเป็นแบบอย่างให้กับคู่รักบางคนนะครับ
เริ่มต้นที่ เจ หนุ่มน้อยหน้ามน คนธรรมดา
ครอบครัวก็กลางๆ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร
เจเรียนราม ปีหนึ่ง สมัยกระโน้นต้องนั่งรถไฟชานเมืองเข้ากรุงเทพ
เพื่อไปต่อรถเมล์อีกที
ทุกๆ เช้า เจจะยืนรอรถไฟพร้อม ๆ กับผู้โดยสารอื่นๆ เยอะแยะหลายคน
ผู้คนมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก
แต่สายตาเจ ไม่เคยลดละกับนักเรียนพานิชย์หญิงคนหนึ่งเลย
เธอน่ารัก แต่งตัวเรียบร้อย นิ่ง สงบ และสง่างาม
เธอชื่อ ลิน
เจรู้ตัวมาหลายวันแล้ว ว่าใจตัวเองคิดอะไร
ก็เฉกเช่นเดียวกับผู้ชายทั่วไป ที่มีใจในหญิงที่ตัวเองสะดุดตา
แต่ที่ต่างกันก็คือ เจ ไม่กล้าแม้จะคิดดำเนินรอยตามที่หัวใจเรียกหา
เจบอกกับตัวเองว่า คงทำได้แค่แอบคิด แอบฝัน อยู่อย่างนั้น และจะตลอดไป
ทำไมหรือ...
เหตุผลก็เพราะร่างกายเจ ไม่สบประกอบนั่นเอง
เจเป็นโปลิโอขาขวา แต่ไม่ถึงกับเดินไม่ได้
เจทำได้เหมือนทุกคน แต่ไม่ถนัดนัก
ถ้าใช้คำพูดก็ เดินกระเผลก นั่นเอง
ไม่ว่าเจจะไปไหน จะทำอะไร
จะแอบๆ ทำ แอบๆ เดิน เพราะอายที่ตัวเอง
ไม่เหมือนคนอื่นเค้า
สิ่งนี้เองที่ทำให้เจ เจียมเนื้อเจียมตัวตลอดชีวิตเรื่อยมา
เจแอบมองลินคนนั้น ทุกวัน ทุกวัน อย่างท้อใจ
เจแอบฝัน อยากมีแฟนเหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่นเค้าบ้าง
แต่ก็คงเป็นแค่ ฝันที่เป็นไปไม่ได้
วันหนึ่ง เทียร เพื่อนรักของเจแอบสังเกตุและแซว
เจหลุดปากไปว่า "น้องคนนั้นน่ารักดี"
เทียรรู้จักลินเพราะเป็นเพื่อนกับน้องสาวของเทียร
ด้วยความทะเล้นของเทียร ทำให้ชีวิตของเจเปลี่ยนไป
เทียรไปบอกลิน แนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน
และจากวันนั้น ทำให้เจกับลินได้คุยกัน ทุกวัน
แต่ด้วยเจ ที่มักจมปลักกับปมด้วยของตัวเองตลอดเวลา
ทำให้ไม่กล้าแสดงออกนักว่าชอบลิน
เจไม่กล้าแม้จะเดินใกล้ กลัวลินอายที่เจพิการ
ไม่กล้าบอกใคร ว่าหัวใจเจปวดร้าวเพียงใด
แต่ลินรู้มาโดยตลอด
นานวันเข้า กลายเป็นความเคยชินขึ้นมาบ้าง
ความใกล้ชิด ทำให้เจกล้า กล้าที่จะแสดงให้ลินเห็น
ว่าเจ ชอบ ลิน
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
เจพยายามปฏิบัติตัวให้เหมือนผู้ชายทั่วไปให้มากที่สุด
เท่าที่ร่างกายตัวเองจะทำได้
ลินเองก็ยังมีตัวเลือกดี ๆ อีกหลายคนข้าง ๆ
เจนึกเสมอว่าสุดท้ายแล้วลินก็คงเลือกผู้ชายพวกนั้น
คงไม่มีผู้หญิงคนใดเลือกชายพิการอย่างเขาแน่ๆ
แล้วมันก็คงเป็นเพียงปราสาททราย
ที่กลืนหายไปกับคลื่นของความเป็นจริง
ก่อนวันวาเลนไทน์ไม่กี่วัน
เจบอกรักลินที่ท่าเรือข้ามฝากเจ้าพระยา
และกระซิบถามลินด้วยเสียงอันสั่นเครือว่าคิดกับเจอย่างไร
ทุกนาทีที่รอคอยแทบทำให้ใจละลาย
ผ่านไปหลายวันที่ยังไม่มีคำตอบอะไรจากลิน
เจนึกท้อใจ สุดท้ายแล้วคงจบแบบนี้
นึกโกรธตัวเองที่ไม่น่าจะเริ่ม
และควรจะเจียมสังขารอยู่อย่างนี้
บ่ายวันวาเลนไทน์
ลินเลิกเรียน
เดินมานั่งข้าง ๆ เจบนรถไฟขากลับบ้านเหมือนเฉกเช่นทุกวัน
แล้วลินก็ยืนดอกกุหลาบดอกโตสีแดงสดที่ถือแอบไว้ข้างหลัง ให้เจ
แล้วพูดเบาๆ ว่า "ต่อไปไม่ต้องถามแล้วนะว่า คิดอย่างไร"
จากวันนั้น
เจกับลินอยู่เคียงคู่กันทุกวัน
ลินไม่เคยอายที่จะเดินเคียงข้างเจไปทุกที่
ไม่เคยอายใคร ๆ ที่มีแฟนขาพิการ
ไม่เคยอายใครที่จะพยุงมือเจเดินข้ามหินกรวดบนถนน
ทั้งสองประครองรักกันเหมือนเฉกเช่นคู่รักทั่วไป
เป็นฝันที่เป็นจริงสำหรับเจ ชายพิการที่เจียมเนื้อเจียมตัวเสมอ
30 ปีผ่านไป
ทั้งคู่รับราชการ ประคองรักคู่กันมีลูกด้วยกันจนโตเป็นหนุ่ม
เป็นครอบครัวกลางๆ ที่อบอุ่น
และ เจ ยังเก็บกลีบกุหลาบดอกนั้น ซีนพลาสติกใสเอาไว้
และมักหยิบขึ้นมาดูอยู่เสมอๆ จนทุกวันนี้
******
รักที่งดงาม
อย่างน้อยก็คงเป็นแบบอย่างให้กับคู่รักบางคนนะครับ
เริ่มต้นที่ เจ หนุ่มน้อยหน้ามน คนธรรมดา
ครอบครัวก็กลางๆ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร
เจเรียนราม ปีหนึ่ง สมัยกระโน้นต้องนั่งรถไฟชานเมืองเข้ากรุงเทพ
เพื่อไปต่อรถเมล์อีกที
ทุกๆ เช้า เจจะยืนรอรถไฟพร้อม ๆ กับผู้โดยสารอื่นๆ เยอะแยะหลายคน
ผู้คนมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก
แต่สายตาเจ ไม่เคยลดละกับนักเรียนพานิชย์หญิงคนหนึ่งเลย
เธอน่ารัก แต่งตัวเรียบร้อย นิ่ง สงบ และสง่างาม
เธอชื่อ ลิน
เจรู้ตัวมาหลายวันแล้ว ว่าใจตัวเองคิดอะไร
ก็เฉกเช่นเดียวกับผู้ชายทั่วไป ที่มีใจในหญิงที่ตัวเองสะดุดตา
แต่ที่ต่างกันก็คือ เจ ไม่กล้าแม้จะคิดดำเนินรอยตามที่หัวใจเรียกหา
เจบอกกับตัวเองว่า คงทำได้แค่แอบคิด แอบฝัน อยู่อย่างนั้น และจะตลอดไป
ทำไมหรือ...
เหตุผลก็เพราะร่างกายเจ ไม่สบประกอบนั่นเอง
เจเป็นโปลิโอขาขวา แต่ไม่ถึงกับเดินไม่ได้
เจทำได้เหมือนทุกคน แต่ไม่ถนัดนัก
ถ้าใช้คำพูดก็ เดินกระเผลก นั่นเอง
ไม่ว่าเจจะไปไหน จะทำอะไร
จะแอบๆ ทำ แอบๆ เดิน เพราะอายที่ตัวเอง
ไม่เหมือนคนอื่นเค้า
สิ่งนี้เองที่ทำให้เจ เจียมเนื้อเจียมตัวตลอดชีวิตเรื่อยมา
เจแอบมองลินคนนั้น ทุกวัน ทุกวัน อย่างท้อใจ
เจแอบฝัน อยากมีแฟนเหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่นเค้าบ้าง
แต่ก็คงเป็นแค่ ฝันที่เป็นไปไม่ได้
วันหนึ่ง เทียร เพื่อนรักของเจแอบสังเกตุและแซว
เจหลุดปากไปว่า "น้องคนนั้นน่ารักดี"
เทียรรู้จักลินเพราะเป็นเพื่อนกับน้องสาวของเทียร
ด้วยความทะเล้นของเทียร ทำให้ชีวิตของเจเปลี่ยนไป
เทียรไปบอกลิน แนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน
และจากวันนั้น ทำให้เจกับลินได้คุยกัน ทุกวัน
แต่ด้วยเจ ที่มักจมปลักกับปมด้วยของตัวเองตลอดเวลา
ทำให้ไม่กล้าแสดงออกนักว่าชอบลิน
เจไม่กล้าแม้จะเดินใกล้ กลัวลินอายที่เจพิการ
ไม่กล้าบอกใคร ว่าหัวใจเจปวดร้าวเพียงใด
แต่ลินรู้มาโดยตลอด
นานวันเข้า กลายเป็นความเคยชินขึ้นมาบ้าง
ความใกล้ชิด ทำให้เจกล้า กล้าที่จะแสดงให้ลินเห็น
ว่าเจ ชอบ ลิน
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
เจพยายามปฏิบัติตัวให้เหมือนผู้ชายทั่วไปให้มากที่สุด
เท่าที่ร่างกายตัวเองจะทำได้
ลินเองก็ยังมีตัวเลือกดี ๆ อีกหลายคนข้าง ๆ
เจนึกเสมอว่าสุดท้ายแล้วลินก็คงเลือกผู้ชายพวกนั้น
คงไม่มีผู้หญิงคนใดเลือกชายพิการอย่างเขาแน่ๆ
แล้วมันก็คงเป็นเพียงปราสาททราย
ที่กลืนหายไปกับคลื่นของความเป็นจริง
ก่อนวันวาเลนไทน์ไม่กี่วัน
เจบอกรักลินที่ท่าเรือข้ามฝากเจ้าพระยา
และกระซิบถามลินด้วยเสียงอันสั่นเครือว่าคิดกับเจอย่างไร
ทุกนาทีที่รอคอยแทบทำให้ใจละลาย
ผ่านไปหลายวันที่ยังไม่มีคำตอบอะไรจากลิน
เจนึกท้อใจ สุดท้ายแล้วคงจบแบบนี้
นึกโกรธตัวเองที่ไม่น่าจะเริ่ม
และควรจะเจียมสังขารอยู่อย่างนี้
บ่ายวันวาเลนไทน์
ลินเลิกเรียน
เดินมานั่งข้าง ๆ เจบนรถไฟขากลับบ้านเหมือนเฉกเช่นทุกวัน
แล้วลินก็ยืนดอกกุหลาบดอกโตสีแดงสดที่ถือแอบไว้ข้างหลัง ให้เจ
แล้วพูดเบาๆ ว่า "ต่อไปไม่ต้องถามแล้วนะว่า คิดอย่างไร"
จากวันนั้น
เจกับลินอยู่เคียงคู่กันทุกวัน
ลินไม่เคยอายที่จะเดินเคียงข้างเจไปทุกที่
ไม่เคยอายใคร ๆ ที่มีแฟนขาพิการ
ไม่เคยอายใครที่จะพยุงมือเจเดินข้ามหินกรวดบนถนน
ทั้งสองประครองรักกันเหมือนเฉกเช่นคู่รักทั่วไป
เป็นฝันที่เป็นจริงสำหรับเจ ชายพิการที่เจียมเนื้อเจียมตัวเสมอ
30 ปีผ่านไป
ทั้งคู่รับราชการ ประคองรักคู่กันมีลูกด้วยกันจนโตเป็นหนุ่ม
เป็นครอบครัวกลางๆ ที่อบอุ่น
และ เจ ยังเก็บกลีบกุหลาบดอกนั้น ซีนพลาสติกใสเอาไว้
และมักหยิบขึ้นมาดูอยู่เสมอๆ จนทุกวันนี้
******