++ อุทาหรณ์สอนใจ - ฉันสูญเสียน้องชายที่แสนดีจากโรคอีสุกอีใส ++

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ  เจ้าของกระทู้อยากแชร์เรื่องการจากไปอย่างกะทันหันของน้องชายที่แสนดี  เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนใจว่าโรคธรรมดาๆ อย่างอีสุกอีใส ก็อาจพรากชีวิตคนที่เรารักได้

ขวัญ คือชื่อไทยของน้องชายคนนี้  ขวัญเป็นคนฟิลิปปินส์ที่มีหัวใจไทย  น้องย้ายมาอยู่เมืองไทยกับครอบครัวตั้งแต่อายุ 12 และใช้เวลาเกือบ 20 ปีในไทย  ภาษาไทยอ่านออกเขียนได้  จบมหาวิทยาลัยและทำงานในไทย  จนย้ายกลับฟิลิปปินส์ปีที่แล้ว  จขกท. รู้จักขวัญที่ทำงานตั้งแต่อยู่เมืองไทยด้วยกัน  ขวัญเป็นคนร่าเริงและดูแลจขกท.ดีมากๆ จนนับขวัญเป็นน้องชาย (จขกท.ไม่มีน้องชายแท้ๆ)  พอกลางปีก่อน  จขกท.ต้องย้ายมาอยู่มะนิลา  ขวัญเป็นที่ปรึกษาและช่วยเหลือทุกอย่าง  ขวัญเองก็ดีใจที่มีคนไทยย้ายมาเป็นเพื่อน

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ขวัญลาหยุดเพราะไม่สบายและเริ่มมีอาการของโรคอีสุกอีใส  ขวัญไปโรงพยาบาลหาหมอ และหยุดอยู่บ้าน  อย่างที่รู้ๆ กันว่าอีสุกอีใสในผู้ใหญ่อันตรายกว่าในเด็ก  ขวัญจึงหยุดนานกว่าปกติ  พอวันที่ 15 ม.ค. ขวัญล้มทั้งยืนในห้องน้ำที่บ้าน  ทางบ้านต้องพาส่งโรงพยาบาล  หมอตรวจแล้วบอกว่าเกิดจากความอ่อนเพลีย  เลยให้รักษาตัวในโรงพยาบาลก่อน  จนเช้าวันที่  19 ม.ค. หมอได้ผลตรวจทุกอย่างว่าปกติ  จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้  แต่ขวัญเองบอกพ่อกับแม่ว่ายังไม่อยากกลับเพราะต้องเสียค่าห้องอยู่แล้ว  ประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ขวัญบอกพ่อกับแม่ว่าหายใจไม่สะดวก และเจ็บหลัง  แค่ขวัญพลิกตัวเท่านั้น หน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวและชีพจรหยุดเต้น  ทีมแพทย์เข้ามาช่วยกู้ชีวิตประมาณ 30 นาที แต่ไม่เกิดผล  สุดท้ายขวัญก็จากไป  ทางครอบครัวตัดสินใจที่จะไม่ชันสูตรศพ  โดยผลการเสียชีวิตในใบมรณบัตรคือ myocarditis หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นผลมาจากไวรัสจากโรคอีสุกอีใส  ทุกคนไม่อยากจะเชื่อเมื่อขวัญจากพวกเราไปในอายุเพียง 32 ปี ทั้งๆ ที่สุขภาพแข็งแรง  เล่นกีฬา  เป็นที่รักของทุกคน  และมีอนาคตสดในรอขวัญอยู่

เรื่องของขวัญเป็นบทเรียนให้พวกเราหลายๆ อย่าง
-    ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส
-    ถ้าเป็นอีสุกอีใสในผู้ใหญ่  อยู่ในความดูแลของแพทย์ดีที่สุด  เท่าที่ได้ข้อมูล  ถ้าขวัญได้ยาต้านไวรัสตั้งแต่วันแรกที่เป็นก็อาจจะไม่จากเราไป
-    ระหว่างที่ป่วยขวัญมีอาการหายใจไม่สะดวก 3 ครั้งด้วยกัน (ครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ 3) ก่อนหน้านั้นแพทย์ให้เครื่องช่วยหายใจ  อันนี้จขกท. ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าแพทย์จะสามารถวินิจฉัยหรือช่วยอะไรได้หรือไม่
-    ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน  ให้ใช้ชีวิตเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายทั้งของเราและของคนอื่นๆ -> จขกท. มีเรื่องอยากคุยกับขวัญ  ทำให้ขวัญมากมาย  ก็ได้แต่รอเมื่อไหร่น้องจะออกจากโรงพยาบาล  สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสทำอย่างที่ตั้งใจ
ป.ล.
1. ขวัญได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลอย่างดี  ไม่ถูกทิ้งขว้างแน่นอน  เพราะแฟนขวัญเองเป็นหมอที่โรงพยาบาลด้วย
2. ขอแท็กห้องไกลบ้าน เพราะเรื่องอาจจะเป็นประโยชน์กับคนอยู่ต่างแดนซึ่งการไปโรงพยาบาลเป็นเรื่องน่ากลัวกว่าคนอยู่ไทย

หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์จากเรื่องของขวัญนะคะ  จขกท. จะยินดีมากถ้ามีคุณหมอมาช่วยให้ความเห็นเพิ่มเติมในกระทู้  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่