ดิฉันเป็นพนักงาน Telesale ขายสินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่ง ไม่มีเงินเดือนประจำ ไม่มีสวัสดิการ วันๆปฎิบัติหน้าที่โทรหาลูกค้า ขั้นต่ำก็ไม่ต่ำกว่า 200 รายต่อวัน ปฎิบัติหน้าที่เต็มเวลา เข้า 9 โมงเช้า ออก 6โมงเย็น ทุกวันตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ เรียกว่าพูดจนเจ็บคอกลับบ้านทุกวัน ณ วันนี้ดิฉันปฎิบัติหน้าครบ 4 เดือนพอดี ก็ได้เจอกับแจ็คพอตคะ
เมื่อราวๆ2 เดือนที่แล้ว ดิฉันได้ลูกค้าท่านนึงสนใจทำสินเชื่อ คุยวันนี้ พรุ่งนี้รับเอกสารเลย รวดเร็วมากเหมือนเตรียมการไว้อยู่แล้ว รายรับต่อเดือนเธอเป็นแสนคะ เป็นหัวหน้าเชลล์ขายอาหารสัตว์แห่งนึง เธอยื่นเอกสารมาดิฉันก็ปฎิบัติตามหน้าที่ จนลูกค้าได้รับข้อความว่าอนุมัติแล้ว วงเงิน หลายแสน เธอก็โทกลับมา บอกว่าจะไม่เอาแล้ว ดิฉันถึงได้คุยสอบถามถึงสาเหตุ จึงได้คุยกันจริงจัง ครั้งนั้นดิฉันเรียนกับลูกค้าท่านนี้แล้วว่า ถ้าพี่ไม่เอาจริงๆติดต่อเคาร์เตอร์ธนาคารนี้ใกล้บ้านได้เลย ห่างสักราวๆไม่กี่วัน เธอโทมาอีกคะ บอกว่าไม่คืนและ แต่ให้โอนเข้ามาเดือนหน้าได้ไหม ไม่อยากเสียดอก (คุณเริ่มรู้สึกอะไรไหมคะ) เธอบอกว่าน้องเธอจะทำธุรกิจเดือนหน้า ดิฉันเด็กใหม่ในวงการนี้ ก็ไม่สามารถให้คำตอบไรเธอได้มาก และยิ่งเธอโทมานอกเวลาทำงาน ดิฉันก็ตอบไปตามประสบการณ์ หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ดิฉันเข้าใจเองได้ว่าคงไม่มีปัญหาใดๆแล้ว เพราะตามปกติ ลูกค้าเวลาได้เงิน ก็จะแฮปปี้กันทุกคน....
ด้วยอุปนิสัย ดิฉันเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี จึงคุยสัพเพเหระ กับลูกค้า ลูกค้าคุยกับดิฉัน เกี่ยวกับสายงาน และรายได้ ดิฉันก็เรียนไปตามตรง เชื่อไหมคะ คุณลูกค้าท่านนี้ เอาสิ่งที่เราคุยกัน แต่งเติมเป็นสตอรี่ มาเล่นงานดิฉันที่หลังคะ
เวลาผ่านไป ราวๆ 2 เดือน ทางธนาคารแจ้งว่าลูกค้ามาคืนเงิน ประมาณว่าลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าปรับ คือตามเงื่อนไข สามารถปิดบัญชีได้คือต้องเลย 1 ปี ถ้าเร็วกว่านั้นต้องเสียค่าปรับ จากที่ดิฉันได้ยิน ประมาณว่าลูกค้าโบ้ยมาว่าเซลล์ไม่แจ้งให้คืนภายใน 7 วัน เขาไม่จ่าย ทั้งๆที่ดิฉันเรียนแล้วว่าสามารถคืนได้เลย โธ่คุณคะ!!!!! ถามจริง ว่าถ้าลูกค้ารายนี้ มีเจตนาจะคืนเงินจริง คงรีบติดต่อเคาน์เตอร์ธนาคารตั้งแต่ที่แรกแล้ว ไม่ใช่เอาไปใช้ ถึง2เดือน แล้วมาอ้างว่าไม่รู้ ทั้งๆที่ทำงานจนอายุขนาดนี้ แบบนี้ลูกค้าทุกท่านที่เอาเงินไปหมุนไปใช้ หรือว่าเปลี่ยนใจ หังจากได้เงินมาสักพัก ก็เอามาคืนได้ทุกคนซิคะ.....
ไม่ทราบเหมือนกันว่าลูกค้าไปคุยกับสาขาไหนอะไรยังไง ประมาณว่าธนาคารนี้กลัวลูกค้าคอมแพลนมาก ก็มาลงกับเซลล์ ลูกน้องตัวเองต้องรับผิดชอบค่าปรับแทนลูกค้า
คุณๆคิดดูซิคะ ดิฉันปฎิบัติหน้าที่โดยซื่อสัตย์ สุจริต ขยันทำงานหาลูกค้า โดยที่ไม่มีสวัสดิการณ์ใดๆให้เลย มาอาศัยร่มเงาใต้ผืนธนาคารแห่งนี้ แต่ไม่คิดเลย พบเจอลูกค้ากลั่นแกล้งจะไม่จ่ายค่าปรับ เต็มจำนวน( แต่จ่ายมาราว 1 หมื่น แต่ไม่ครบ )ธนาคารผู้เปรียบเสมือนเป็นผู้ปกครอง มารังแกพนักงานตัวเล็กๆ โดยที่แกล้งไม่รู้ไม่เห็น ไม่แม้แต่ฟังลูกน้องตัวเอง ลูกค้าคือพระเจ้า ดิฉันเข้าใจดี แต่ถ้ามาขูดเลือดเอาแบบนี้ เขาเรียกว่ารังแกกันชัดๆ เลยอยากเรียนสอบถาม ผู้รู้คะ แบบนี้เราไม่จ่ายได้ไหมคะ เดือนนี้ไม่ได้ลูกค้าสักราย ไม่ได้สักบาท ก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนมาให้ ธนาคารกลัวลูกค้าร้องเรียน แต่ไม่สนว่าลูกน้องจะอดตาย ดิฉันตัดสินใจจะออกด้วยคะ แบบนี้ควรออกไปเฉยๆ หรือทำเรื่องลาออกดีคะ ขอคำแนะนำด้วยคะ ถือว่าสงเคราะห์ single mom จนๆคนนึงด้วยคะ......


ขอคำปรึกษา ผู้รู้เกี่ยวกับอาชีพTelesale ด้วยคะ
เมื่อราวๆ2 เดือนที่แล้ว ดิฉันได้ลูกค้าท่านนึงสนใจทำสินเชื่อ คุยวันนี้ พรุ่งนี้รับเอกสารเลย รวดเร็วมากเหมือนเตรียมการไว้อยู่แล้ว รายรับต่อเดือนเธอเป็นแสนคะ เป็นหัวหน้าเชลล์ขายอาหารสัตว์แห่งนึง เธอยื่นเอกสารมาดิฉันก็ปฎิบัติตามหน้าที่ จนลูกค้าได้รับข้อความว่าอนุมัติแล้ว วงเงิน หลายแสน เธอก็โทกลับมา บอกว่าจะไม่เอาแล้ว ดิฉันถึงได้คุยสอบถามถึงสาเหตุ จึงได้คุยกันจริงจัง ครั้งนั้นดิฉันเรียนกับลูกค้าท่านนี้แล้วว่า ถ้าพี่ไม่เอาจริงๆติดต่อเคาร์เตอร์ธนาคารนี้ใกล้บ้านได้เลย ห่างสักราวๆไม่กี่วัน เธอโทมาอีกคะ บอกว่าไม่คืนและ แต่ให้โอนเข้ามาเดือนหน้าได้ไหม ไม่อยากเสียดอก (คุณเริ่มรู้สึกอะไรไหมคะ) เธอบอกว่าน้องเธอจะทำธุรกิจเดือนหน้า ดิฉันเด็กใหม่ในวงการนี้ ก็ไม่สามารถให้คำตอบไรเธอได้มาก และยิ่งเธอโทมานอกเวลาทำงาน ดิฉันก็ตอบไปตามประสบการณ์ หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ดิฉันเข้าใจเองได้ว่าคงไม่มีปัญหาใดๆแล้ว เพราะตามปกติ ลูกค้าเวลาได้เงิน ก็จะแฮปปี้กันทุกคน....
ด้วยอุปนิสัย ดิฉันเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี จึงคุยสัพเพเหระ กับลูกค้า ลูกค้าคุยกับดิฉัน เกี่ยวกับสายงาน และรายได้ ดิฉันก็เรียนไปตามตรง เชื่อไหมคะ คุณลูกค้าท่านนี้ เอาสิ่งที่เราคุยกัน แต่งเติมเป็นสตอรี่ มาเล่นงานดิฉันที่หลังคะ
เวลาผ่านไป ราวๆ 2 เดือน ทางธนาคารแจ้งว่าลูกค้ามาคืนเงิน ประมาณว่าลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าปรับ คือตามเงื่อนไข สามารถปิดบัญชีได้คือต้องเลย 1 ปี ถ้าเร็วกว่านั้นต้องเสียค่าปรับ จากที่ดิฉันได้ยิน ประมาณว่าลูกค้าโบ้ยมาว่าเซลล์ไม่แจ้งให้คืนภายใน 7 วัน เขาไม่จ่าย ทั้งๆที่ดิฉันเรียนแล้วว่าสามารถคืนได้เลย โธ่คุณคะ!!!!! ถามจริง ว่าถ้าลูกค้ารายนี้ มีเจตนาจะคืนเงินจริง คงรีบติดต่อเคาน์เตอร์ธนาคารตั้งแต่ที่แรกแล้ว ไม่ใช่เอาไปใช้ ถึง2เดือน แล้วมาอ้างว่าไม่รู้ ทั้งๆที่ทำงานจนอายุขนาดนี้ แบบนี้ลูกค้าทุกท่านที่เอาเงินไปหมุนไปใช้ หรือว่าเปลี่ยนใจ หังจากได้เงินมาสักพัก ก็เอามาคืนได้ทุกคนซิคะ.....
ไม่ทราบเหมือนกันว่าลูกค้าไปคุยกับสาขาไหนอะไรยังไง ประมาณว่าธนาคารนี้กลัวลูกค้าคอมแพลนมาก ก็มาลงกับเซลล์ ลูกน้องตัวเองต้องรับผิดชอบค่าปรับแทนลูกค้า
คุณๆคิดดูซิคะ ดิฉันปฎิบัติหน้าที่โดยซื่อสัตย์ สุจริต ขยันทำงานหาลูกค้า โดยที่ไม่มีสวัสดิการณ์ใดๆให้เลย มาอาศัยร่มเงาใต้ผืนธนาคารแห่งนี้ แต่ไม่คิดเลย พบเจอลูกค้ากลั่นแกล้งจะไม่จ่ายค่าปรับ เต็มจำนวน( แต่จ่ายมาราว 1 หมื่น แต่ไม่ครบ )ธนาคารผู้เปรียบเสมือนเป็นผู้ปกครอง มารังแกพนักงานตัวเล็กๆ โดยที่แกล้งไม่รู้ไม่เห็น ไม่แม้แต่ฟังลูกน้องตัวเอง ลูกค้าคือพระเจ้า ดิฉันเข้าใจดี แต่ถ้ามาขูดเลือดเอาแบบนี้ เขาเรียกว่ารังแกกันชัดๆ เลยอยากเรียนสอบถาม ผู้รู้คะ แบบนี้เราไม่จ่ายได้ไหมคะ เดือนนี้ไม่ได้ลูกค้าสักราย ไม่ได้สักบาท ก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนมาให้ ธนาคารกลัวลูกค้าร้องเรียน แต่ไม่สนว่าลูกน้องจะอดตาย ดิฉันตัดสินใจจะออกด้วยคะ แบบนี้ควรออกไปเฉยๆ หรือทำเรื่องลาออกดีคะ ขอคำแนะนำด้วยคะ ถือว่าสงเคราะห์ single mom จนๆคนนึงด้วยคะ......