อยากจะลองเขียนกระทู้แบบจริงๆจังๆกับเค้าบ้าง ก็หาเรื่องหาเวลามาเขียนไม่ได้ซักทีค่ะ



จนวันนี้ตัดสินใจไป บูรณะหนังหน้า กับ คลีนิค แห่งนึงดู ก็เลยคิดว่าอยากจะมาเล่าให้หลายๆคนฟังค่ะ
หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบหาหมอกับคลีนิคเพราะพอเลิกหามันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ส้มก็เป็นอีกคนค่ะ ที่เคยหาหมอรักาหน้าที่คลินิค แล้วก็เลิกหามาสักพักแล้ว โดยผ่านมือหมอมาหลายที่เหมือนกัน แต่จนแล้วจนรอด ก็ไปไม่รอดกลับตายรังที่คลีนิค แต่ไม่ใช่หมอเดิมๆที่เคยหาค่ะ
ก่อนที่จะตัดสินใจรักษาหน้าที่คลีนิคนี้ เราศึกษาและดูข้อมูลของหลายๆ ที่มาเหมือนกัน
จนมาจบที่นี่ ซึ่งเค้ามีสาขาไม่เยอะ และคิดว่าน่าจะทำการรักษาได้ไม่เหมือนที่อื่นทั้งการบริการ และโปรแกรมที่เค้ามี (คิดเอาเองนะ 555)
ร่ายมายืดยาว เข้าเรื่องเลยนะ
เมื่อวาน โทรไปนัดคลีนิค เวลา บ่ายโมง ของวันที่ 25 ค่ะ วันนี้มาถึงวันนัด ขับรถไปด้วยความรีบ เพราะออกจากบ้านช้ามากกก
พอไปถึงก็เจอพนักงานที่เค้าเตอร์ ให้กรอกประวัติ พอเสร็จแล้ว ก็ให้เค้าดูปัญหาผิวของเราว่าเป็นอะไรบ้าง
โดยปัญหาที่เรามีหลักๆก็คือ รอยดำ รอยแดง จากสิว ซึ่งวันนี้เองก็มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่อยู่ 3 เม็ดที่เจ็บและมีหนอง
พนักงานแนะนำให้ทำ ISL คือเป็นเหมือนการดูดสิว ถึงรากถึงโคน เค้าว่างั้นนะ
แล้วก็ทำ V beam
"ช่วงนี้หน้าแห้งไหมค่ะ อากาศมันหนาว " "แห้งค่ะ มีลอกตรงข้างจมูก" "ถ้างั้นเดี๋ยวมาร์กหน้าเพื่อให้ความชุ่มชื่นนะค่ะ" "ได้ค่ะ" " ISL และ V beam ครั้งละ 4,800 นะค่ะ เป็นแบบเหมาจ่าย ทั้งหน้าค่ะ" "อ่อ โอเคค่ะ" จุดนี้เราก็เลยคิดว่าทำทั้งสองอย่าง 4,800 ก็เลยโอเคไป
"นั่งรอคุณหมอสักครู่นะค่ะ " ไม่ถึง 5 นาที
"เชิญพบคุณหมอค่ะ" "สวัสดีค่ะ" ทักคุณหมอ คุณหมอทักกลับ แล้วเราก็นั่งลง
"คุณหมอขอดูหน้าหน่อยนะค่ะ" เอื้อมมือมาจับที่หน้า แล้ววิเคราะห์
"ช่วงนี้หน้าแห้งไหมค่ะ" "ก็ค่อยข้างแห้งนะคะ เหมือนมันไม่ชุ่มชื่นเลย แต่ปกติหน้ามันนะคะ" "ถ้าอย่างงั้นหมอจะให้เซรั่มที่ช่วยบำรุงในเรื่องของความชุ่มชื่นไปแล้วกันนะค่ะ จะมีสองตัว คือทาตอนเช้ากับก่อนนอน แล้วปกติใช้ครีมบำรุงของอะไรอยู่ค่ะ แล้วมีครีมทาก่อนล้างหน้าไหม" "มีทาก่อนล้างหน้าค่ะ ใช้เบนเซ็กแต่จะแต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิวไม่แต้มทั้งหน้านะค่ะ แล้วครีมที่ใช้อยู่ก็คือ วิชชี่ค่ะ ทั้งโฟมและครีมบำรุงก็โอเคใช้เรื่อยๆไม่แพ้ค่ะ กันแดดก็ใช้ของวิชชี่เหมือนกันค่ะ" "โอเคค่ะ วันนี้หมอจะ ทำ ISL และ V beam" และก็จะทำทรีตเม้นต์ให้ด้วยนะค่ะ เพื่อให้หน้าชุ่มชื่นขึ้น" หลังจากนั้นก็ให้เราไปกดสิวก่อน ช่วงเวลานี้สาวๆที่เคยกดสิวน่าจะพอทราบว่า มันปวดร้าวขนาดไหน เจ็บจี๊ด แต่แอบสะใจว่าแกออกไปจากหน้าฉันได้ละ มันส์มัก เราเป็นพวกโรคจิตง่ะ
พอกดสิวเสร็จ ให้เราเปลี่ยนห้องไปทำ ISL
"เคยทำไหมค่ะ" พนักงานถาม
"ไม่เคยค่ะ" "มันจะดูดๆหน่อยนะค่ะ" พนักงานแจ้ง
"ค่ะ" ใจเต้นเหมือนกันนะเหมือนแบบ เฮ้ย มันจะเป็นยังไงฟระ..คิดในใจ ใจตื้นตีกๆๆๆ เราหลับตาพริ้มรอเลยค่ะ
คุณหมอเดินเข้ามา พนักงานเตรียมเครื่องมือ งุ้ง งิ้ง งุ้ง งิ้ง เริ่มแล้วนะค่ะ

ว้ายยย โดนไป ดูดแรก มันมีความรู้สึกเหมือนเครื่องดูดฝุ่นอ่ะ แล้วก็มีแสงแดงๆ เวลาเราหลับตา นึกออกใช่ป่ะค่ะ มีแสงสีแดงๆวูบๆสลับกับเสียงเครื่องเวลาดูดเสร็จครั้งนึงจะมีเสียงตี๊ด อะไรทำนองนี้ ว้าวววว เหมือนหน้าเรากำลังโดนดูดอะไรบางอย่างออกไป มันดูแบบเครื่องดูดฝุ่น อะ เออ ก็สนุกดีนะ 5555 โดยเข้าไปหลายจุดเหมือนกัน สิวที่เป็นหัวเล็กๆคุณหมอก็ดูดออกให้ พอเสร็จพนักงานก็ให้ย้ายห้องไปทำ V beam ต่อ เราก็ลุกเดินไปแบบ งงๆ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนโดนอะไรสักอย่างกระแทกหน้ามา ตั้งแต่ตอนกดสิวละ 555
ทำV bea m ต่อค่ะ พนักงานเอาที่เปิดตาเปิดเสร็จคุณหมอก็เดินเข้ามาทำการ ปฏิบัติการ ยิง ใส่หน้าเราอย่างเมามันส์ เราพึ่งเคยทำครั้งแรก ก็ตื่นเต้นอีกครั้งละ แต่คราวนี้ เจ็บจี๊ดๆนะ เจ็บจี๊ดๆนะ เจ็บเหมือนมดกัดนิดเดียว แอบสะดุ้งเป็นพักๆ หมอถามว่า "
เจ็บหรอค่ะ" "เจ็บค่ะ เจ็บตรงคางที่เม็ดใหญ่ๆอ่ะค่ะ" พนักงานปลอบใจว่า
อดทนนะค่ะ เดี๋ยวหายๆๆๆ ค่ะ เราก็ยิ้มตอบ ความรู้สึกมันเปนแบบ เหมือนโดยยิงที่หน้าด้วยลำแสง แป๊ปๆๆๆๆ สลับกับกลิ่นเหมือนไหม้ๆๆๆ 5555 ไม่ขนาดนั้นหรอก มันก็มีกลิ่นนิดๆซึ่งไม่รุ้ว่ากลิ่นอะไร คงเป็นกลิ่นที่เกิดจากการทำงานของเครื่องมั้ง โดยไปหลายดอกอยู่เหมือนกัน หน้างี้ ชาเชียว แต่ก้รู้สึกว่าเอาว่ะ เจ็บกว่านี้ก้โดนมาแล้ว 555 พแหลังจากเสร็จการทำ V beam พนักงานก็ให้เราเดินไปอีกห้องนึงเพื่อทำทรีทเม้น เราก็คิดในใจ ทำไมไม่ทำทุกอย่างให้เสร็จภายในห้องเดียวฟระ... เดินเปลี่ยนห้องตั้งแต่ แรกจนเสร็จเปลี่ยนมา 3 ห้อง แหม่...มันลุกๆนั่งๆ มันไม่ค่อยจะสมูทเลยนะคุณผู้ช้มมมม อ่ะ พอนอนปุ๊ป พนักงานก็ทำทรีทเม้นให้
"ทำทรีทเม้นนะค่ะ เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวค่ะ 15 นาทีนะค่ะ" "ค่ะ" นอนรอสบายๆ หลับก็หลับไม่ได้ นอนนิ่งๆ หายใจรอ ได้ยินเสียงพนักงานเปิดประตู เข้ามาแล้วก็ทำการลอกแผ่นมาร์กออก
"เสร็จแล้วนะค่ะ" ขอบคุณค่ะ เดินออกจากห้องมาที่เค้าเตอร์จ่ายตัง
อันนี้เน้นๆตรงนี้กันนะคะ ** อยากให้ทุกคนรอบคอบด้วยในเรื่องของการรักษาตามคลีนิคต่างๆ ไม่ว่าจะที่ไหน หรือทำอะไรก็แล้วแต่นะค่ะ**
เราก็อึนๆนะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร 555 หรือเป็นเพราะประจุไฟฟ้าที่เราได้รับ 555
"ค่ะ สรุปค่ารักษานะค่ะ ISL 4,800 V beam 4,800 กดสิว 200 มาร์ก 600 ครีมบำรุง 1,290 ค่ะ อยากแนะนำซื้อเป็นคอสดีกว่าไหมค่ะ จะถูกลงเยอะเลยนะค่ะ 10 ครั้ง 29,000 ค่ะ ตกครั้งละ 2,900 เองนะค่ะ ครึ่งต่อครึ่ง" 
เงิบค่ะ พอฟังราคา เราทำหน้า งง อันนี้จะบอกว่าเราไม่เข้าใจจริงๆ เราก็เลยถามไปว่า
"แล้วถ้าเราซื้อเป็นคอส มันยังไงบ้างอธิบายหน่อยได้ไหม" "ถ้าซื้อเป็นคอสเราจะตัดครั้งออกไปค่ะ !@34$@$%^%^*&
%#%#@" "??????" 'งง ค่ะ งง เบย อะไรว๊าาา เราเข้าใจผิดตั้งแต่แรกชิมิ ที่เค้าบอกว่า 4,800 ไอ้เราก็นึกว่าทำทั้งสองอย่างราคานี้นะ นี่ง่ะ ไม่ถามให้ละเอียด เค้าเห็นหน้าเรา งง เค้าเลยถามว่า
"งง หรอค่ะ" เราก็เลยบอกไปว่า
"ค่ะ งง " อย่างงี้ได้ไหมค่ะ ช่วยบอกรายละเอียดมากกว่านี้ได้ไหม แบบแจกแจงว่ามันอะไรยังไงบ้าง อย่าพึ่งรวบรัด งง อ่ะค่ะ ^__^ "พร้อมส่งยิ้ม พนักงานเลยหยิบกระดาษขึ้นมาแล้ว อธิบายว่า
"ถ้าคุณซื้อคอส 10 ครั้ง ในราคา 29,000 บาท ก็จะสามารถประหยัดงบไปได้อีกเยอะค่ะ เพราะว่าถ้าจ่ายเป็นครั้ง ครุ้งนึงก็ตกราคา ISL 4,800 V beam 4,800 รวมเป็น 9,600 แล้วนะค่ะ ถ้าจ่ายเป็นคอสจะคุ้มกว่านะค่ะ ทั้งสองอย่าง ตกอยู่ราคา 2,900 ต่อครั้ง" แล้วพนักงานก็เขียนในกระดาษให้ดูว่า
"ใน 10 ครั้งเราสามารถทำอะไรกี่ครั้งก็ได้เช่น ถ้าไม่มีสิวอีกเสบใหญ่ๆ ก็ไม่ต้องทำ ISL ทำ V beam มากกว่าก็ได้ มันคละกันได้ค่ะ " "อ๋อ โอเค เข้าใจแล้วค่ะ" ในขณะนั้น มารร้ายกับมารดีในใจมันตีกันรุนแรงมากค่ะ ว่ายังไงดีหว่า อีกใจนึงก็คิดว่า จ่ายครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วกรูจะไม่มีอีก 555 อีกใจนึงก็เอาว่ะไหนๆคิดที่จะรักาาแล้ว มันคุ้มกว่าก้จ่ายไปทีเดียวเลยดีกว่าไหม ถ้าวันหน้ามาจ่ายแบบครั้ง

แพงกว่าอีก 555 ตีกันไปมา ตีกันหลายตลบ ครุ่นคิดเอาไงดีว๊าาาา เอาไงดีว๊าาา เอาว่ะ เป็นคอสก็ได้ มาครั้งหน้า ก็ไม่ต้องจ่ายละ น่าจะจ่ายแค่กดสิวอย่างเดียวก็โอเค เพราะครีมบำรุงครั้งนี้ก็ได้ไปแล้ว คราวหน้าไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก มาร์กหน้าก็ไม่ต้องทำ เพราะเราทำเองที่บ้านก็ได้นี่หว่า มาคราวหน้าใช้คอสอย่างเดียวเพียวๆ ก้น่าจะโอเค เอาว่ะ
"โอเคค่ะ ซื้อแบบคอสไปเลยก็ได้ " พนักงานตอบรับ "ได้ค่ะ" กุ้งกิ้ง..กุ้งกิ้ง.. คิดเงินมาเป็นจำนวน 31,xxx บาท ตึ่ง.......ยาวๆๆ 555
"โอเคค่ะ" แต่พนักงานบอกว่า สามารถแบ่งจ่ายค่าคอสก่อนได้นะคะ ครั้งนี้จ้ายแค่ครึ่งนึงก่อนก็ได้ แล้วก้รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆไปค่ะ
"อ่อ งั้นก็ได้ค่ะ" เราก็ออกไปกดตังมาจ่าย สงวนราคาบูรณะซ่อมแซมใบหน้าครั้งนี้ราคา 16,XXX หวิวค่ะ หวิวเหมือนกันนะ แต่เราก็พยายามปลอบใจตัวเอง ก่อนหน้านี้ซื้อครีมมาทาเป็นหมื่นยังไม่หายเลย จะซื้อครีมอีกกี่หมื่นฮะ....555 ด่าตัวเอง เสียดายตังเหมือนกันนะบางทีอ่ะ
และต้องขอบอกก่อนว่า เราไม่ได้มีเจตนาอวดอ้างหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เพียงแต่เราเป็นคนที่เลือกรับการรักษากับทางเลือกนี้เพราะเราเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาหาสมุนไพร หรืออะไรที่เค้าว่าดีมาประเคนหน้าตัวเอง เราเลยเลือกวิธีที่ให้คนอื่นมาดูแลหนังหน้าเราแทน อีกอย่างที่เอามาเล่า เราหวังให้ทุกคน เน้น เรื่องการสอบถามหรือคุยรายละเอียดกันให้เคลียร์ก่อนที่จะตกลงปลงใจทำอะไรก็แล้วแต่ เพราะถ้าวันนี้เราเตรียมเงินไปไม่พอ หรือ เรามันเกินงบเรามามาก เราจะทำยังไง ข้าวไม่ต้องลงท้องกันพอดี เราอยากให้คนที่ยังไม่เคยเข้ารักษาในคลีนิคได้เป็นตัวอยางนะคะ อย่าไปเกรงใจค่ะ เราจ่ายเงินเค้า เค้ารักษาให้เรา เรามีสิทธิ์
ส่วนในเรื่องของการรักษาว่าได้ผลหรือเปล่า ส้มจะนำมาเสนอในกระทู้ต่อไปนะค่ะ ยังไงก็อย่าลืมมาดูกันนะคะ
ว่าการซ่อมแซมใบหน้าของเรากับจำนวนเงินที่เสียไปมันคุ้มค่ากันหรือเปล่า ขอบคุณค่ะ
กระทู้แรก ถ้าขาดตกบกพร่อง หรือ ใช้คำพูดไม่น่ารัก ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ ^__^
บูรณะซ่อมแซม ใบหน้า Past1
จนวันนี้ตัดสินใจไป บูรณะหนังหน้า กับ คลีนิค แห่งนึงดู ก็เลยคิดว่าอยากจะมาเล่าให้หลายๆคนฟังค่ะ
หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบหาหมอกับคลีนิคเพราะพอเลิกหามันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ส้มก็เป็นอีกคนค่ะ ที่เคยหาหมอรักาหน้าที่คลินิค แล้วก็เลิกหามาสักพักแล้ว โดยผ่านมือหมอมาหลายที่เหมือนกัน แต่จนแล้วจนรอด ก็ไปไม่รอดกลับตายรังที่คลีนิค แต่ไม่ใช่หมอเดิมๆที่เคยหาค่ะ
ก่อนที่จะตัดสินใจรักษาหน้าที่คลีนิคนี้ เราศึกษาและดูข้อมูลของหลายๆ ที่มาเหมือนกัน
จนมาจบที่นี่ ซึ่งเค้ามีสาขาไม่เยอะ และคิดว่าน่าจะทำการรักษาได้ไม่เหมือนที่อื่นทั้งการบริการ และโปรแกรมที่เค้ามี (คิดเอาเองนะ 555)
ร่ายมายืดยาว เข้าเรื่องเลยนะ
เมื่อวาน โทรไปนัดคลีนิค เวลา บ่ายโมง ของวันที่ 25 ค่ะ วันนี้มาถึงวันนัด ขับรถไปด้วยความรีบ เพราะออกจากบ้านช้ามากกก
พอไปถึงก็เจอพนักงานที่เค้าเตอร์ ให้กรอกประวัติ พอเสร็จแล้ว ก็ให้เค้าดูปัญหาผิวของเราว่าเป็นอะไรบ้าง
โดยปัญหาที่เรามีหลักๆก็คือ รอยดำ รอยแดง จากสิว ซึ่งวันนี้เองก็มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่อยู่ 3 เม็ดที่เจ็บและมีหนอง
พนักงานแนะนำให้ทำ ISL คือเป็นเหมือนการดูดสิว ถึงรากถึงโคน เค้าว่างั้นนะ
แล้วก็ทำ V beam "ช่วงนี้หน้าแห้งไหมค่ะ อากาศมันหนาว " "แห้งค่ะ มีลอกตรงข้างจมูก" "ถ้างั้นเดี๋ยวมาร์กหน้าเพื่อให้ความชุ่มชื่นนะค่ะ" "ได้ค่ะ" " ISL และ V beam ครั้งละ 4,800 นะค่ะ เป็นแบบเหมาจ่าย ทั้งหน้าค่ะ" "อ่อ โอเคค่ะ" จุดนี้เราก็เลยคิดว่าทำทั้งสองอย่าง 4,800 ก็เลยโอเคไป "นั่งรอคุณหมอสักครู่นะค่ะ " ไม่ถึง 5 นาที "เชิญพบคุณหมอค่ะ" "สวัสดีค่ะ" ทักคุณหมอ คุณหมอทักกลับ แล้วเราก็นั่งลง "คุณหมอขอดูหน้าหน่อยนะค่ะ" เอื้อมมือมาจับที่หน้า แล้ววิเคราะห์ "ช่วงนี้หน้าแห้งไหมค่ะ" "ก็ค่อยข้างแห้งนะคะ เหมือนมันไม่ชุ่มชื่นเลย แต่ปกติหน้ามันนะคะ" "ถ้าอย่างงั้นหมอจะให้เซรั่มที่ช่วยบำรุงในเรื่องของความชุ่มชื่นไปแล้วกันนะค่ะ จะมีสองตัว คือทาตอนเช้ากับก่อนนอน แล้วปกติใช้ครีมบำรุงของอะไรอยู่ค่ะ แล้วมีครีมทาก่อนล้างหน้าไหม" "มีทาก่อนล้างหน้าค่ะ ใช้เบนเซ็กแต่จะแต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิวไม่แต้มทั้งหน้านะค่ะ แล้วครีมที่ใช้อยู่ก็คือ วิชชี่ค่ะ ทั้งโฟมและครีมบำรุงก็โอเคใช้เรื่อยๆไม่แพ้ค่ะ กันแดดก็ใช้ของวิชชี่เหมือนกันค่ะ" "โอเคค่ะ วันนี้หมอจะ ทำ ISL และ V beam" และก็จะทำทรีตเม้นต์ให้ด้วยนะค่ะ เพื่อให้หน้าชุ่มชื่นขึ้น" หลังจากนั้นก็ให้เราไปกดสิวก่อน ช่วงเวลานี้สาวๆที่เคยกดสิวน่าจะพอทราบว่า มันปวดร้าวขนาดไหน เจ็บจี๊ด แต่แอบสะใจว่าแกออกไปจากหน้าฉันได้ละ มันส์มัก เราเป็นพวกโรคจิตง่ะ
พอกดสิวเสร็จ ให้เราเปลี่ยนห้องไปทำ ISL "เคยทำไหมค่ะ" พนักงานถาม "ไม่เคยค่ะ" "มันจะดูดๆหน่อยนะค่ะ" พนักงานแจ้ง
"ค่ะ" ใจเต้นเหมือนกันนะเหมือนแบบ เฮ้ย มันจะเป็นยังไงฟระ..คิดในใจ ใจตื้นตีกๆๆๆ เราหลับตาพริ้มรอเลยค่ะ
คุณหมอเดินเข้ามา พนักงานเตรียมเครื่องมือ งุ้ง งิ้ง งุ้ง งิ้ง เริ่มแล้วนะค่ะ
ทำV bea m ต่อค่ะ พนักงานเอาที่เปิดตาเปิดเสร็จคุณหมอก็เดินเข้ามาทำการ ปฏิบัติการ ยิง ใส่หน้าเราอย่างเมามันส์ เราพึ่งเคยทำครั้งแรก ก็ตื่นเต้นอีกครั้งละ แต่คราวนี้ เจ็บจี๊ดๆนะ เจ็บจี๊ดๆนะ เจ็บเหมือนมดกัดนิดเดียว แอบสะดุ้งเป็นพักๆ หมอถามว่า "เจ็บหรอค่ะ" "เจ็บค่ะ เจ็บตรงคางที่เม็ดใหญ่ๆอ่ะค่ะ" พนักงานปลอบใจว่า อดทนนะค่ะ เดี๋ยวหายๆๆๆ ค่ะ เราก็ยิ้มตอบ ความรู้สึกมันเปนแบบ เหมือนโดยยิงที่หน้าด้วยลำแสง แป๊ปๆๆๆๆ สลับกับกลิ่นเหมือนไหม้ๆๆๆ 5555 ไม่ขนาดนั้นหรอก มันก็มีกลิ่นนิดๆซึ่งไม่รุ้ว่ากลิ่นอะไร คงเป็นกลิ่นที่เกิดจากการทำงานของเครื่องมั้ง โดยไปหลายดอกอยู่เหมือนกัน หน้างี้ ชาเชียว แต่ก้รู้สึกว่าเอาว่ะ เจ็บกว่านี้ก้โดนมาแล้ว 555 พแหลังจากเสร็จการทำ V beam พนักงานก็ให้เราเดินไปอีกห้องนึงเพื่อทำทรีทเม้น เราก็คิดในใจ ทำไมไม่ทำทุกอย่างให้เสร็จภายในห้องเดียวฟระ... เดินเปลี่ยนห้องตั้งแต่ แรกจนเสร็จเปลี่ยนมา 3 ห้อง แหม่...มันลุกๆนั่งๆ มันไม่ค่อยจะสมูทเลยนะคุณผู้ช้มมมม อ่ะ พอนอนปุ๊ป พนักงานก็ทำทรีทเม้นให้ "ทำทรีทเม้นนะค่ะ เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวค่ะ 15 นาทีนะค่ะ" "ค่ะ" นอนรอสบายๆ หลับก็หลับไม่ได้ นอนนิ่งๆ หายใจรอ ได้ยินเสียงพนักงานเปิดประตู เข้ามาแล้วก็ทำการลอกแผ่นมาร์กออก "เสร็จแล้วนะค่ะ" ขอบคุณค่ะ เดินออกจากห้องมาที่เค้าเตอร์จ่ายตัง
อันนี้เน้นๆตรงนี้กันนะคะ ** อยากให้ทุกคนรอบคอบด้วยในเรื่องของการรักษาตามคลีนิคต่างๆ ไม่ว่าจะที่ไหน หรือทำอะไรก็แล้วแต่นะค่ะ**
เราก็อึนๆนะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร 555 หรือเป็นเพราะประจุไฟฟ้าที่เราได้รับ 555
"ค่ะ สรุปค่ารักษานะค่ะ ISL 4,800 V beam 4,800 กดสิว 200 มาร์ก 600 ครีมบำรุง 1,290 ค่ะ อยากแนะนำซื้อเป็นคอสดีกว่าไหมค่ะ จะถูกลงเยอะเลยนะค่ะ 10 ครั้ง 29,000 ค่ะ ตกครั้งละ 2,900 เองนะค่ะ ครึ่งต่อครึ่ง"
และต้องขอบอกก่อนว่า เราไม่ได้มีเจตนาอวดอ้างหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เพียงแต่เราเป็นคนที่เลือกรับการรักษากับทางเลือกนี้เพราะเราเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาหาสมุนไพร หรืออะไรที่เค้าว่าดีมาประเคนหน้าตัวเอง เราเลยเลือกวิธีที่ให้คนอื่นมาดูแลหนังหน้าเราแทน อีกอย่างที่เอามาเล่า เราหวังให้ทุกคน เน้น เรื่องการสอบถามหรือคุยรายละเอียดกันให้เคลียร์ก่อนที่จะตกลงปลงใจทำอะไรก็แล้วแต่ เพราะถ้าวันนี้เราเตรียมเงินไปไม่พอ หรือ เรามันเกินงบเรามามาก เราจะทำยังไง ข้าวไม่ต้องลงท้องกันพอดี เราอยากให้คนที่ยังไม่เคยเข้ารักษาในคลีนิคได้เป็นตัวอยางนะคะ อย่าไปเกรงใจค่ะ เราจ่ายเงินเค้า เค้ารักษาให้เรา เรามีสิทธิ์
ส่วนในเรื่องของการรักษาว่าได้ผลหรือเปล่า ส้มจะนำมาเสนอในกระทู้ต่อไปนะค่ะ ยังไงก็อย่าลืมมาดูกันนะคะ
ว่าการซ่อมแซมใบหน้าของเรากับจำนวนเงินที่เสียไปมันคุ้มค่ากันหรือเปล่า ขอบคุณค่ะ
กระทู้แรก ถ้าขาดตกบกพร่อง หรือ ใช้คำพูดไม่น่ารัก ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ ^__^