เรื่องเล่าจากประสบการณ์ #1 : จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด

สวัสดีครับ ช่วงนี้เห็นกระทู้ให้กำลังใจมีกันเยอะก็เลยอยากจะขอแชร์และแบ่งปันประสบการณ์บ้าง ผมก็เคยผ่านความยากลำบากของชีวิตมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง (ปัจจุบันก็ยังลำบากอยู่นะแต่ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ) เป็นเด็กบ้านนอกจนๆ ธรรมดาคนหนึ่งครับ เรียน ทำงาน อยู่ที่ต่างจังหวัด ครั้งแรกที่เขากรุงเทพฯ ก็อายุเกือบจะ 30 ปีแล้ว (ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะต้องเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ) เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ครั้งแรก ทำงานเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่อง Sever อุปกรณ์ Network ของสำนักงาน อาศัยที่ซุกหัวนอนกับพี่ที่รู้จักกัน ห้องนอนก็แบบพอนอนได้ไม่มีตู้เตียงอะไร นอนกับพื้นแข็งๆ มีผ้าปูนอน หมอน ผ้าห่ม มุ้ง (เอามาเองครับกลัวยุงกัด เกิดไม่ป่วยขึ้นมาจะยุ่งเอา ช่วงนั้นไม่อยากลาหยุดถึงจะเป็นลาป่วยก็เถอะ เพราะเป็นช่วงทดลองงานอยู่) เสาร์-อาทิตย์ หรือทุกวันหยุดก็ช่วยพี่เขาทำงานทุกอย่าง พี่เขาเปิดร้านขายพวกน้ำแข็ง เครื่องดื่มน้ำอัดลมอะไรทำนองนี้นะครับ เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกว่าขนาดเราผ่านงานหนักๆ มาเยอะจากบ้านนอกแล้ว เทียบกับการขนลังเครื่องน้ำอัดลม ตู้น้ำแข็งอะไรนี้ มันหนักกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย ยอมรับจริงๆ ช่วงนั้นเหนื่อยมากครับ สายตัวแทบขาด ออกไปทำงานแต่เช้า ขึ้นรถเมลล์ก็หลงบ้าง งงบ้าง แบบบ้านนอกเข้ากรุงเพราะไม่รู้จักทาง (แต่พอคิดกลับไปตอนนั้นก็สนุกดีนะได้พบเจออะไรใหม่ๆ ในชีวิต ^^)

จากนั้นประมาณ 2-3 ก็ย้ายออกมาเช่าห้องอยู่คนเดียว ทำงานอยู่ได้ปีกว่าๆ ก็ลาออกจากที่ทำงานเดิมมาทำงานแถวๆ จังหวัดนครปฐม พอย้ายมาทำงานที่ใหม่ปรากฏว่าไม่ค่อยชอบสถานที่ทำงานเท่าไร ไม่ใช่มันไม่ดีนะแต่รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงๆ ช่วงนั้นพอดีมีหน่วยงานแห่งเปิดสอบพอดีก็เลยลองสมัครสอบดู จำได้ว่าอ่านหนังสือดึกมากทุกคืน อ่านแล้ว อ่านอีก ว่างเมื่อไรอ่านเมื่อนั้น ข้อสอบก็เป็นแบบเขียนทุกข้อ ตอนสอบก็พยายามจนสุดความสามารถ สุดท้ายผลสอบออกมาผมสอบผ่านข้อเขียน ก็เข้าไปสอบสัมภาษณ์ต่อ โดนกรรมการสอบรุมถามโน้นนี่เกี่ยวกับการทำงาน ไอ้เราตอบถูกบ้างผิดบ้าง พอพ้นออกจากห้องสอบ คิดในใจไว้เลยว่าสงสัยคงไม่ผ่านแน่ๆ หรือถ้าจะผ่านก็คงจะอยู่ในอันดับท้ายๆ (T _T) แต่สุดท้ายผิดคาดครับ ผลสอบออกมากลับอยู่ในอันดับต้น ๆ เลย แล้วก็ได้บรรจุเข้ามาทำงานที่นี้ (^_^)

ก่อนหน้านั้นผมเคยสมัครสอบมาหลายที่ครับ บอกได้เลยว่าไม่ต่ำกว่า 10-20 ที่ ผิดหวังก็เยอะ พลาดหวังก็แยะ สมัครสอบและไปสอบในแต่ละเดือนหลายแห่งจนเงินค่าเดินทางหมดก็มี แถมที่แย่ที่สุดก็คือ ไปสมัครสอบบ้าง ไปสอบบ้าง จนป่วยเป็นเดือนๆ ไม่มีเงินแม้กระทั่งไปหาหมอต้องหาซื้อยามาทานเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมต้องไปต่อแถวสมัครสอบทั้งๆ ที่ตัวเองยังป่วย ไอ ค๊อกๆ แค๊กๆ หอบจนตัวโยน ทั้งๆ ที่น่าจะได้นอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แต่ผมยังต้องรอต่อแถวตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย แล้วค่อยนั่งรถกลับถึงบ้านตอนเย็น ตอนที่ยืนเข้าแถวอยู่ก็คิดแต่ในใจว่า “ทำไมเราต้องมาลำบากขนาดนี้ ทำไมคนอื่นทำไมไม่ลำบากอย่างเราบ้าง”

ช่วงนั้น ยอมรับว่าน้อยใจในโชคชะตาชีวิตของตัวเอง คือ ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำอะไรก็ไม่ดี ผมเกือบจะยอมแพ้อยู่แล้วครับ ถ้าไม่มีวีรบุรุษของผมมาช่วยไว้ เขาไม่ใช่ฮีโร่ที่ไหนหรอกครับ เขาเป็นเพียงแค่คนขายลอตเตอรี่ธรรมดา แต่ความไม่ธรรมดาของเขา คือ “เขาเป็นคนขายลอตเตอรี่ที่พิการขาขาดเสมอเกือบถึงโคนขา” พี่เขาใช้สองมือตะกายไปบนพื้นฟุตบาตที่เต็มไปด้วยความร้อน ซึ่งแม้แต่ผมยังรู้สึกได้เลยว่าขนาดใส่รองเท้ามันยังรู้สึกร้อนขึ้นมาขนาดทะลุถึงเท้าของเราได้ พี่เขาตะกายสองมือไปบนพื้นร้อนๆ พร้อมกับพยุงตัวไปข้างหน้าเพื่อขายลอตเตอรี่เลี้ยงชีวิต ภาพคราบเหงื่อที่ผุดเต็มใบหน้าของพี่เขา ผมยังจำได้ดีไม่เคยลืม เขาคนนั้นแหละครับที่เปลี่ยนชีวิตผมให้สู่ทางที่ดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ผมช่วยซื้อลอตเตอรี่พี่เขามาใบหนึ่งโดยไม่เอาเงินทอน เป็นครั้งแรกครับที่ผมรู้สึกอายและรู้สึกว่าเราสู้ไม่ได้แม้แต่กระทั่งคนที่ด้อยโอกาสกว่าเราเชียวหรือ?????

ตั้งแต่นั้นมาเวลามีปัญหาอะไรเข้ามาในชีวิตผมมักจะนึกถึงภาพของพี่เขาอยู่เสมอ ทุกครั้ง ทุกเวลา ทุกนาที ผมจะคิดอยู่เสมอว่า “จะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ไม่เคยคิดท้อถอยแม้แต่ก้าวเดียว แต่ยอมรับครับว่ามีบ้างเหมือนกันที่รู้สึกท้อถอยขึ้นมาหรือคิดถึงอดีตในสิ่งผิดพลาดมาของตัวเอง แต่เพียงแค่ครู่เดียวผมจะรับสลัดมันทิ้งออกไป สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันก็ผ่านเลยไปถึงคิดไปมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้อีก แต่ถ้านำมาเป็นบทเรียนให้กับชีวิตเราได้มันได้แน่ๆ ครับ ผมจึงอยากจะให้กำลังใจกับคนที่มีปัญหาและคนที่รู้สึกว่าทุกข์อยู่ในขณะนี้ว่า “ขอให้คุณอยู่กับปัจจุบันและทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ผมเชื่อว่ามันเป็นเรื่องยากที่จู่ๆ จะมาพูดให้คนเราที่กำลังมีความทุกข์หรือปัญหาในชีวิตคิดแบบนี้ขึ้นมาได้ เพราะไม่ว่าใครก็มักจะเอาความทุกข์ของตนเองเป็นทุกข์หรือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ไม่มีทุกข์ใดหรือปัญหาใดจะมาใหญ่กว่าของเราอีกแล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่า ถ้าคุณผ่านช่วงระยะเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของคุณมาได้ คุณก็จะกลายเป็นคนที่สามารถยืนหยัดและแกร่งที่สุดครับ ขออย่ายอมแพ้กับมัน แล้วทำวันนี้ เวลานี้ ปัจจุบันนี้ ให้ดีที่สุด สำหรับคุณ แล้วซักวันหนึ่งผลแห่งความพยายามนั้นจะกลับมาสู่คุณ เหมือนเช่นที่ผมได้รับในตอนนี้ ...

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่