ส.ว.กลุ่มอิสระเพื่อแก้วิกฤติชาติฯ ออกแถลงการณ์ ประณามผู้ก่อเหตุรุนแรง เรียกร้อง กปปส. ยุติการเคลื่อนไหวที่เป็นการละเมิดกฎหมาย วอนหันมาเจรจาหาทางออกร่วมกัน
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ว.กลุ่มอิสระเพื่อแก้วิกฤตชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 5 โดยมีความดังต่อไปนี้ ตามที่กลุ่ม กปปส.ได้ออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาสองเดือนเศษ โดยได้ดำเนินการกดดันรัฐบาลด้วยวิธีการต่างๆและยกระดับการชุมนุมด้วยการ “ปิดกรุงเทพมหานคร” มาตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ของประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมหาศาล ตามที่ประชาชนไทยและประชาคมโลกได้รับทราบกันแล้วนั้น ขณะนี้ สถานการณ์การชุมนุมได้พัฒนาไปสู่ความขัดแย้งและทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ โดยมีทั้งที่เกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ยกระดับการกดดันรัฐบาลด้วยการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปตามจุดต่างๆ เพื่อปิดล้อมสถานที่ราชการ และหน่วยงานต่างๆ การห้ามข้าราชการไปทำงาน การละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลโดยการตัดน้ำ ตัดไฟบ้านพักของบุคคลสำคัญในรัฐบาล และสถานที่ราชการ การประกาศข่มขู่จะเข้าควบคุมตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางคน ซึ่งล้วนแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และที่เกิดจากการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องและการดำเนินการต่างๆ ของ กปปส. โดยมีทั้งที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยด้วยวิธีการที่สงบ เช่น การออกมาชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ด้วยการจุดเทียน การออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่ม กปปส. และสนับสนุนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ เป็นต้น แต่ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มที่ออกมาคัดค้านด้วยวิธีการรุนแรง ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายขว้างปาระเบิด ยิงปืน และลอบทำร้ายผู้เข้าร่วมชุมนุมกลุ่ม กปปส.จนนำมาซึ่งการเสียชีวิต และบาดเจ็บของประชาชนจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สมาชิกวุฒิสภากลุ่มอิสระเพื่อแก้วิกฤติชาติ 56 จึงขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำของฝ่ายใด และด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอประณามกลุ่มบุคคลที่กระทำการรุนแรง จนก่อให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตทั้งของผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง และขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นนอกจากจะเป็นเหตุนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังอาจเป็นชนวนเหตุให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย จนสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติโดยรวม ดังที่เคยเป็นมาในอดีต ขอให้รัฐบาลได้ใช้ความพยายามให้มากขึ้นในการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งของผู้ชุมนุม และประชาชนเพื่อมิให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น รวมทั้งเร่งรัดดำเนินการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุโดยเร็ว ขอให้กลุ่ม กปปส. หยุดการเคลื่อนไหวออกนอกที่ตั้ง ยุติการปิดล้อมสถานที่ราชการ และการกระทำใด ๆ อันเป็นการละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ ตลอดจนยุติการยั่วยุ ปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังอันนำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคม ขอให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายละวางเงื่อนไข แล้วหันกลับมาเจรจาหาทางออกร่วมกัน เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยออกจากวิกฤติในครั้งนี้ได้โดยสันติวิธีและปราศจากการสูญเสียใดๆ เพิ่มขึ้น และนำประเทศไทยกลับสู่สังคมนิติรัฐ นิติธรรม และประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่แท้จริงอย่างมีอนาคตต่อไป
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1390220423&grpid=&catid=01&subcatid=0100
ส.ว.กลุ่มอิสระฯ แถลงประณามเหตุรุนแรง เรียกร้อง กปปส.ยุติ
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ว.กลุ่มอิสระเพื่อแก้วิกฤตชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 5 โดยมีความดังต่อไปนี้ ตามที่กลุ่ม กปปส.ได้ออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาสองเดือนเศษ โดยได้ดำเนินการกดดันรัฐบาลด้วยวิธีการต่างๆและยกระดับการชุมนุมด้วยการ “ปิดกรุงเทพมหานคร” มาตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ของประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมหาศาล ตามที่ประชาชนไทยและประชาคมโลกได้รับทราบกันแล้วนั้น ขณะนี้ สถานการณ์การชุมนุมได้พัฒนาไปสู่ความขัดแย้งและทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ โดยมีทั้งที่เกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ยกระดับการกดดันรัฐบาลด้วยการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปตามจุดต่างๆ เพื่อปิดล้อมสถานที่ราชการ และหน่วยงานต่างๆ การห้ามข้าราชการไปทำงาน การละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลโดยการตัดน้ำ ตัดไฟบ้านพักของบุคคลสำคัญในรัฐบาล และสถานที่ราชการ การประกาศข่มขู่จะเข้าควบคุมตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางคน ซึ่งล้วนแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และที่เกิดจากการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องและการดำเนินการต่างๆ ของ กปปส. โดยมีทั้งที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยด้วยวิธีการที่สงบ เช่น การออกมาชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ด้วยการจุดเทียน การออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่ม กปปส. และสนับสนุนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ เป็นต้น แต่ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มที่ออกมาคัดค้านด้วยวิธีการรุนแรง ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายขว้างปาระเบิด ยิงปืน และลอบทำร้ายผู้เข้าร่วมชุมนุมกลุ่ม กปปส.จนนำมาซึ่งการเสียชีวิต และบาดเจ็บของประชาชนจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สมาชิกวุฒิสภากลุ่มอิสระเพื่อแก้วิกฤติชาติ 56 จึงขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำของฝ่ายใด และด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอประณามกลุ่มบุคคลที่กระทำการรุนแรง จนก่อให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตทั้งของผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง และขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นนอกจากจะเป็นเหตุนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังอาจเป็นชนวนเหตุให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย จนสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติโดยรวม ดังที่เคยเป็นมาในอดีต ขอให้รัฐบาลได้ใช้ความพยายามให้มากขึ้นในการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งของผู้ชุมนุม และประชาชนเพื่อมิให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น รวมทั้งเร่งรัดดำเนินการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุโดยเร็ว ขอให้กลุ่ม กปปส. หยุดการเคลื่อนไหวออกนอกที่ตั้ง ยุติการปิดล้อมสถานที่ราชการ และการกระทำใด ๆ อันเป็นการละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ ตลอดจนยุติการยั่วยุ ปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังอันนำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคม ขอให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายละวางเงื่อนไข แล้วหันกลับมาเจรจาหาทางออกร่วมกัน เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยออกจากวิกฤติในครั้งนี้ได้โดยสันติวิธีและปราศจากการสูญเสียใดๆ เพิ่มขึ้น และนำประเทศไทยกลับสู่สังคมนิติรัฐ นิติธรรม และประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่แท้จริงอย่างมีอนาคตต่อไป
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1390220423&grpid=&catid=01&subcatid=0100