คืออยากจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ถูกคนรักที่เราเชื่อใจมากที่สุด แทงข้างหลังโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวเลยจริงๆ
เรื่องมีอยู่ว่า....
เราตัดสินใจคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ตั้งแต่ต้นเพดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว
เราอยู่คนละจังหวัดกัน เขาอยู่พิษณุโลก แต่เป็นคนพะเยา เราเองอยู่พิจิตร แต่เราต้องมาเรียนต่อที่เชียงใหม่ เขาเองก็เรียนที่พิษณุโลก
เขาเป็นผู้ชายที่น่ารักมาก มีความเป็นสุภาพบุรุษสูง ไม่เคยปล่อยให้เราถือของหนักเลย ใส่ใจเราเป็นอย่างดี เสมอต้นเสมอปลาย
เราจะโทรคุย โทรหากันทุกวัน เวลาที่เขาจะออกไปไหน เขาก็จะโทรมาบอกเราเสมอ....
ทั้งที่บ้านและเพื่อนๆของเขาก็รู้ว่าเราคบกัน เพื่อนเราเองก็รู้ แต่เรายังไม่สามารถให้ที่บ้านรู้ได้จริงๆ เขาเองก็เข้าใจ
ทุกครั้งที่เราเจอกันเขาจะตามใจเราเสมอ เราอยากกินอะไรก็ทำให้กิน อยากไปเที่ยวไหนก็พาไป
ตอนที่เราตกลงคบกันตอนนั้นเขาตัดสินใจออกจากงาน เพื่อมาเรียนต่อ หลังจากที่เลิกเรียนไปเพราะความจำเป็นบางอย่าง
เขาอายุ 22 ปีแล้ว แต่ต้องมาเริ่มเรียนใหม่ตอนปี 1 ซึ่งเราเองก็อยูปี 4 แล้ว
ความรักเราก็เป็นไปได้สวยดี (เราเองก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะช่วงโปรโมชั่น)
เขาเรียนเอกดนตรี ด้วยสาขาที่เรียนทำให้มีงานพาร์ทไทม์เข้ามา คือไปเล่นดนตรีทีร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้กับไนท์บาร์ซ่าพิษณุโลก
ตอนนั้นเราเองก็กังวลใจไม่น้อย ด้วยอาชีพที่ทำ ทำให้เขาต้องเจอคนเยอะ ต้องดื่มเหล้า ต้องกลับบ้านดึก
ด้วยระยะทางที่ต้องไกลกัน เราเองก็กลัวเขาจะไม่มีเวลาให้เรา ก็แอบมีปัญหากันในเรื่องนี้
แต่เราก็ต้องยอมให้เขาไปเล่นดนตรี เพราะจะได้มีรายได้มาแบ่งเบาภาระของพี่สาว
เขาอาศัยอยู่ในทาวน์เฮ้าส์กับพี่สาวและพี่เขย พี่สาวเขาเองทำงาน หาเงินส่งให้น้องชายให้ทำงาน เรานับถือความน่ารักของบ้านนี้จริงๆ
เขาตัดสินใจเล่นคีย์บอร์ด ทั้งๆที่ไม่มีคีย์บอร์ด เพราะเขาคิดว่านักคีย์บอร์ดหายาก ทำให้เขาอาจจะได้งานทำง่ายขึ้น
เขาเริ่มทำงานได้ระยะหนึ่ง ช่วงนั้นเป็ช่วงเข้าพรรษา เขารับปากว่าจะงดเหล้าเข้าพรรษา จึงทำให้เราสบายใจมากขึ้น
เขาเล่นดนตรีเสร็จก็รีบกลับบ้าน เพื่อมาคุยโทรศัพท์กับเรา เขาเล่นดนตรีเกือบจะวันเว้นวัน เลยทำให้ไม่มีเวลาขึ้นไปเที่ยวหาเราที่เชียงใหม่
เราก็เข้าใจ พอมีเวลาว่างเราเลยขับรถมาจากเชียงใหม่ เพื่อมาหาเขาที่พิษณุโลก รวมถึงรวดกลับบ้านด้วยเลย
เราก็จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน บางครั้งถ้าเราเพลียมากๆ ก็ต้องค้างที่บ้านของเขา
เขาจะทำความสะอาดห้องรอเราทุกครั้ง เพราะเราเองเป็นคนแพ้ฝุ่น ผู้ชายทำความสะอาดห้อง ยิ่งทำให้เราเห็นถึงความใส่ใจมากๆ
เขาไม่เคยปล่อยให้เราขับรถกลับเชียงใหม่เอง เขาจะเป็นคนขับไปให้ทุกครั้ง แล้วเขาก็จะนั่งรถทัวร์กลับพิษณุโลก
ความรักของเราดำเนินไปด้วยนี้ไปเรื่อยๆ หลายเดือนต่อมา จนกระทั่งเทศกาลเข้าพรรษาหมดไป สิ่งที่เรากลัวก็เริ่มเกิดขึ้น...
ทำอย่างนี้ถูกต้องแล้วมั้ยคะ ???
เรื่องมีอยู่ว่า....
เราตัดสินใจคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ตั้งแต่ต้นเพดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว
เราอยู่คนละจังหวัดกัน เขาอยู่พิษณุโลก แต่เป็นคนพะเยา เราเองอยู่พิจิตร แต่เราต้องมาเรียนต่อที่เชียงใหม่ เขาเองก็เรียนที่พิษณุโลก
เขาเป็นผู้ชายที่น่ารักมาก มีความเป็นสุภาพบุรุษสูง ไม่เคยปล่อยให้เราถือของหนักเลย ใส่ใจเราเป็นอย่างดี เสมอต้นเสมอปลาย
เราจะโทรคุย โทรหากันทุกวัน เวลาที่เขาจะออกไปไหน เขาก็จะโทรมาบอกเราเสมอ....
ทั้งที่บ้านและเพื่อนๆของเขาก็รู้ว่าเราคบกัน เพื่อนเราเองก็รู้ แต่เรายังไม่สามารถให้ที่บ้านรู้ได้จริงๆ เขาเองก็เข้าใจ
ทุกครั้งที่เราเจอกันเขาจะตามใจเราเสมอ เราอยากกินอะไรก็ทำให้กิน อยากไปเที่ยวไหนก็พาไป
ตอนที่เราตกลงคบกันตอนนั้นเขาตัดสินใจออกจากงาน เพื่อมาเรียนต่อ หลังจากที่เลิกเรียนไปเพราะความจำเป็นบางอย่าง
เขาอายุ 22 ปีแล้ว แต่ต้องมาเริ่มเรียนใหม่ตอนปี 1 ซึ่งเราเองก็อยูปี 4 แล้ว
ความรักเราก็เป็นไปได้สวยดี (เราเองก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะช่วงโปรโมชั่น)
เขาเรียนเอกดนตรี ด้วยสาขาที่เรียนทำให้มีงานพาร์ทไทม์เข้ามา คือไปเล่นดนตรีทีร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้กับไนท์บาร์ซ่าพิษณุโลก
ตอนนั้นเราเองก็กังวลใจไม่น้อย ด้วยอาชีพที่ทำ ทำให้เขาต้องเจอคนเยอะ ต้องดื่มเหล้า ต้องกลับบ้านดึก
ด้วยระยะทางที่ต้องไกลกัน เราเองก็กลัวเขาจะไม่มีเวลาให้เรา ก็แอบมีปัญหากันในเรื่องนี้
แต่เราก็ต้องยอมให้เขาไปเล่นดนตรี เพราะจะได้มีรายได้มาแบ่งเบาภาระของพี่สาว
เขาอาศัยอยู่ในทาวน์เฮ้าส์กับพี่สาวและพี่เขย พี่สาวเขาเองทำงาน หาเงินส่งให้น้องชายให้ทำงาน เรานับถือความน่ารักของบ้านนี้จริงๆ
เขาตัดสินใจเล่นคีย์บอร์ด ทั้งๆที่ไม่มีคีย์บอร์ด เพราะเขาคิดว่านักคีย์บอร์ดหายาก ทำให้เขาอาจจะได้งานทำง่ายขึ้น
เขาเริ่มทำงานได้ระยะหนึ่ง ช่วงนั้นเป็ช่วงเข้าพรรษา เขารับปากว่าจะงดเหล้าเข้าพรรษา จึงทำให้เราสบายใจมากขึ้น
เขาเล่นดนตรีเสร็จก็รีบกลับบ้าน เพื่อมาคุยโทรศัพท์กับเรา เขาเล่นดนตรีเกือบจะวันเว้นวัน เลยทำให้ไม่มีเวลาขึ้นไปเที่ยวหาเราที่เชียงใหม่
เราก็เข้าใจ พอมีเวลาว่างเราเลยขับรถมาจากเชียงใหม่ เพื่อมาหาเขาที่พิษณุโลก รวมถึงรวดกลับบ้านด้วยเลย
เราก็จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน บางครั้งถ้าเราเพลียมากๆ ก็ต้องค้างที่บ้านของเขา
เขาจะทำความสะอาดห้องรอเราทุกครั้ง เพราะเราเองเป็นคนแพ้ฝุ่น ผู้ชายทำความสะอาดห้อง ยิ่งทำให้เราเห็นถึงความใส่ใจมากๆ
เขาไม่เคยปล่อยให้เราขับรถกลับเชียงใหม่เอง เขาจะเป็นคนขับไปให้ทุกครั้ง แล้วเขาก็จะนั่งรถทัวร์กลับพิษณุโลก
ความรักของเราดำเนินไปด้วยนี้ไปเรื่อยๆ หลายเดือนต่อมา จนกระทั่งเทศกาลเข้าพรรษาหมดไป สิ่งที่เรากลัวก็เริ่มเกิดขึ้น...