**สอบถาม การรักษาช่องคลอดอักเสบในเด็กทารก**

ก่อนอื่นต้องขอเล่ารายละเอียดของอาการของลูก ซึ่งเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ในวันนี้นะคะ
อาจจะยาวซักหน่อย แต่เพื่อแชร์ประสบการณ์ และ ให้ข้อมูลได้ครบถ้วนค่ะ

ดิฉันมีลูกสาว อายุ 7 เดือน 3 สัปดาห์ นน.แรกคลอด 3.43 กก ปัจจุบัน นน. 9.7 กก
อาการป่วยของลูกเริ่มตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 56 โดยที่มี ตกขาวลักษณะเป็นมูกสีเหลืองอมเขียวออกมาทางช่องคลอด
เมื่อพาไปหาหมอ หมอวินิจฉัยว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจเกิดจากการทำความสะอาดที่ไม่ดี ประกอบกับ
ลูกสาวเป็นเด็กที่เจ้าเนื้อ อาจทำให้เกิดการหมักหมมได้ง่าย จึงให้ยามาทาภายนอก และ ยามากินควบคู่กัน
โดยที่ลูกได้กินยาฆ่าเชื้อ (Cepspan) ทั้งหมด 7 วัน อาการดังกล่าวก็หายไป

หลังจากที่มีมูกสีเขียวครั้งนั้น ดิฉันก็เปลี่ยนพฤติกรรมโดยการไม่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกในเวลากลางวันเลย
และใส่เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น โดยตอนกลางคืนก็จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก 2-3 ครั้ง

แต่แล้วเมื่อหยุดกินยาไปแค่ 4 วัน อาการดังกล่าวก็กลับมาเป็นอีก โดยที่ลูกเริ่มมูกสีเขียวปนออกมาทีละน้อย
ดิฉันจึงพาลูกกลับไปหาหมออีกครั้งนึง และก็ได้รับยาฆ่าเชื้อกลับมากินอีก โดยในครั้งนี้หมอได้แนะนำให้
ตัดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อหรืออักเสบ คือ ให้หลีกเลี่ยงน้ำประปาที่ใช้ในการอาบน้ำลูก
(น้ำประปาที่บ้าน บางครั้งมีตะกอนปนเปื้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัด) และเลิกใช้สำลีในการทำความสะอาด
แต่มาใช้น้ำใส่กะละมัง ล้างทำความสะอาดให้ลูกแทน เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นใยที่อาจจะติดมาจากสำลีได้
และเช็ดก้นลูกให้แห้งทุกครั้งก่อนสวมใส่เสื้อผ้า

เมื่อได้รับยา อาการที่มีมูกสีเขียวออกมาจะหายไปภายในวันหรือสองวันแรกทันที แต่เนื่องจากเป็นยาฆ่าเชื้อ
หมอระบุให้ต้องกินติดต่อจนครบอย่างน้อย 7 วัน ซึ่งดิฉันก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

แต่เมื่อลูกหยุดยาฆ่าเชื้อ มูกสีเขียวก็กลับมาอีก นับตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงวันนี้ ลูกต้องกินยาฆ่าเชื้อ
เป็นครั้งที่ 4 โดยครั้งล่าสุดได้รับตัวยาในกลุ่ม รักษาการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์โดยตรง (Flagyl)

หมอที่ทำการรักษา ได้ส่งต่อเรื่องนี้ไปยังศัลยแพทย์ เพื่อตรวจสอบท่อปัสสาวะของลูก ว่ามีอะไรผิดปกติ
หรือไม่ ผลการตรวจก็คือปกติดี เมื่อนำปัสสาวะไปเพาะเชื้อ ก็ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด

และหมอก็ได้ส่ง case นี้ต่อไปให้กับหมอสูตินรีเวช ซึ่งที่ ร.พ. นี้มีแต่หมอสูติฯ ผู้ใหญ่ ไม่ได้มีหมอสูติฯ เด็ก
โดยตรง และหมอสูติฯ ที่ได้ทำการเข้าพบ ก็แนะนำให้นำตัวลูกไปรักษาต่อที่ ร.พ. ในกทม.
ที่มีหมอสูติฯเด็ก และ เครื่องมือในการตรวจโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้วิธีรักษาโดยรมยาสลบ
เพื่อสอดเครื่องมือเข้าไปตรวจดูว่า ภายในช่องคลอดมีอะไรตกค้าง หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้นก็คือ มีเนื้องอกหรือไม่
จึงทำให้อาการอักเสบยังคงเป็นอยู่

เรื่องราวทั้งหมดจึงเป็นที่มาของกระทู้คำถามนี้ค่ะ

ดิฉันอยากสอบถามว่า คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนเคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้างหรือไม่ และ ช่วย
แนะนำหมอสูติฯ เด็กเพื่อทำการรักษาให้ทีนะคะ ตอนนี้สงสารลูกสาวมาก ๆ เพราะเค้าต้องกินยาต่อเนื่อง
กันมาเป็นเวลานาน และอาการก็ไม่หายไปซักที น่าเป็นห่วงมาก ๆ เลยค่ะ

ปัจจุบันดิฉันอยู่ที่จังหวัดระยอง หากจะต้องเดินทางไปรักษาที่ กทม. ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า
ไม่อยากพาลูกนั่งรถไกล ๆ แล้วไม่ได้พบหมอที่รักษาน่ะค่ะ ยังไงรบกวนเพื่อน ๆ ทุกคนด้วยนะคะ
จริง ๆ มีรูปประกอบ ต่อขอส่งหลังไมค์แล้วกันนะคะ เพื่อป้องกันการอนาจารค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่