สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ไม่จริง ผมว่ายิ่งทุ่มเทอยู่ดึกให้มากเท่าไหร่ ผมว่ายิ่งโง่มากเท่านั้น
ทำไมต้องขายเวลาตัวเองมากเกินความจำเป็น
ทำไมไม่เอาเวลาไปพัฒนาทักษะตัวเองด้านอื่นๆ
เช่นAทำงาน 3 ปี ด้านบัญชี ทุ่มเททำงานดึกดื่นทุกวัน ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เครียด
กับBทำงาน 3 ปี ด้านบัญชี เหมือนกัน 5-6โมงเด้ง แต่เอาเวลาที่เหลือไปพัฒนาทักษะตัวเองเช่น สอบCPA, ภาษา, เที่ยวเฮฮากับเพิ่อน
สุขภาพจิตดีกว่า
คนไหนเงินเดือนจะสูงกว่ากัน ในอนาคต
Aทำงานหนักสุขภาพย่ำแย่ แก่ตัวปุ๊บ ไล่ออก เพราะว่าสังขารไปต่อไม่ไหว
และไปทำงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่ลูกจ้างไม่ได้ เพราะทักษะมีแค่ด้านเดียวในงานที่ทำอยู่, connection ก็ไม่มี
แต่แบบ B บางองค์กรจะไม่ชอบดังนั้นดูให้ดี โดยเฉพาะองค์กรญี่ปุ่น
แต่เรายังไปโตที่องค์กรอื่นได้นะ
ทำไมต้องขายเวลาตัวเองมากเกินความจำเป็น
ทำไมไม่เอาเวลาไปพัฒนาทักษะตัวเองด้านอื่นๆ
เช่นAทำงาน 3 ปี ด้านบัญชี ทุ่มเททำงานดึกดื่นทุกวัน ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เครียด
กับBทำงาน 3 ปี ด้านบัญชี เหมือนกัน 5-6โมงเด้ง แต่เอาเวลาที่เหลือไปพัฒนาทักษะตัวเองเช่น สอบCPA, ภาษา, เที่ยวเฮฮากับเพิ่อน
สุขภาพจิตดีกว่า
คนไหนเงินเดือนจะสูงกว่ากัน ในอนาคต
Aทำงานหนักสุขภาพย่ำแย่ แก่ตัวปุ๊บ ไล่ออก เพราะว่าสังขารไปต่อไม่ไหว
และไปทำงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่ลูกจ้างไม่ได้ เพราะทักษะมีแค่ด้านเดียวในงานที่ทำอยู่, connection ก็ไม่มี
แต่แบบ B บางองค์กรจะไม่ชอบดังนั้นดูให้ดี โดยเฉพาะองค์กรญี่ปุ่น
แต่เรายังไปโตที่องค์กรอื่นได้นะ
ความคิดเห็นที่ 24
ผมมองว่ามันต่างกันในแต่ละบุคคลนะ successของคุณคืออะไร งาน เงิน ชื่อเสียง เกียรติยศ ครอบครัว เวลา เพื่อนฝูง สังคม ประสบการณ์ และอีกเยอะแยะมากมาย ไม่มีใครได้ทุกๆอย่างได้เต็มที่หรอก เหมือนคุณมีแก้วใบนึงบรรจุsuccessได้ 100หน่วย คุณจะให้successคุณมีองค์ประกอบอะไรบ้างใน100หน่วยนั้น จะให้ทุกๆอย่างเตม100หน่วยมันก็ไม่จุแก้ว ทุกๆคนมีเป้าหมายอยู่ในใจแล้วทั้งนั้น แต่!!!!!หลายๆคนยังทำให้บรรลุเป้าหมายไม่ได้ เพราะสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องทำ เช่น ตัวผมเองตั้งเป้าว่า เรียนจบแล้วงานที่อยากทำจะต้องมีเวลาว่างให้ผมได้ใช้กับความชอบส่วนตัวของผมเป็นสำคัญ เงินไม่ต้องเยอะก็ได้ แต่เมื่อผมเลือกสถานที่ที่มาทำงานแล้ว ผมพบว่าที่ๆมีเวลาให้ผมเป็นอิสระมากที่สุด ให้ค่าตอบแทนผมในรูปของเงินเป็นจำนวนที่ต่ำเกินไป ซึ่งเงินจำนวนตังกล่าว ไม่เพียงพที่จะทำให้ผมใช้เวลาว่างไปกับสิ่งที่ต้องการ ผมจึงต้องตัดตัวเลือกแรกออกไป เพื่อไปยังตัวเลือกที่2 ที่ให้เวลาอิสระกัผมน้อยกว่า แต่สามารถให้เงินตอบแทนผมได้เพียงพอต่อการนำไปใช้ในการทำเวลาว่างตามแบบที่ผมต้องการ เป็นต้น
.........สุดท้าย life styleแบบไหน คุณเลือกเอง เพราะsuccessของคุณ เป็นของคุณ ไม่ใช่ของคนอื่น
ปล. บางคนมีแก้วsuccess100หน่วย แต่หาสิ่งที่เติมลงไปได้แค่10หน่วยเอง อันนี้ก็น่าเสียดายเหมือนกัน
.........สุดท้าย life styleแบบไหน คุณเลือกเอง เพราะsuccessของคุณ เป็นของคุณ ไม่ใช่ของคนอื่น
ปล. บางคนมีแก้วsuccess100หน่วย แต่หาสิ่งที่เติมลงไปได้แค่10หน่วยเอง อันนี้ก็น่าเสียดายเหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น
การมีชีวิตแบบ Work life balance ไม่สามารถทำให้ success ในการทำงานเท่ากับคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ใน office จริงเหรอ?
เราเข้าใจว่าเป็นธรรมดาที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าทุ่มเทกับการทำงาน แต่พอมาคิดดูแล้ว...มันก็ตลกดีกับชีวิตแบบนั้น เลยมานั่งนึกว่า
การมีชีวิตแบบ Work life balance ทำงานเต็มที่ในเวลางาน มุ่งมั่นตั้งใจ และมีเวลาเหลือสำหรับชีวิตส่วนตัวและครอบครัว
ไม่สามารถทำให้ success ในการทำงานเท่ากับคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ใน office อยู่ดึกๆที่ทำงานถึง 2-3 ทุ่มทุกวันจริงๆเหรอ?
ส่วนตัวเราบางทีก็รู้สึกว่า environment ที่รีบเร่งและความรู้สึกที่เหมือนโดนบิ้วอยู่ทุกวันทำให้เป้าหมายคนเปลี่ยนไป
way ที่วางไว้กับหนทางที่จะทำมันบางครั้งมันก็ดูปิดตายจาก environment ที่อยู่รายรอบ บางครั้งการเอาตัวเองออกจากปัญหา
แล้วมองสถานการณ์จากมุมมองของคนภายนอกมันทำให้เราชัดเจนขึ้นแบบไม่น่าเชื่อว่าเรากำลัง Miss the point บางอย่างในชีวิตไป
แต่ก็อยากทราบความเห็นจากคำถามที่ถามข้างต้นค่ะ
ปล. ขอบคุณพ่อแม่จริงๆที่ชี้ทางสว่าง ด้วยคำถามเดียว ^^
---edit เพิ่มเติม---
เห็นหลายคนพูดถึง OT ลืมบอกไปว่าไม่มี OT ค่ะ แหะๆ