จงมาคุยเรื่อง KILL la KILL กันให้สนุกสนานแล้วมองให้ทะลุถึงตับไตไส้พุงกันเถอะ!!![5]

กระทู้สนทนา
***ระวังโดนสปอยสำหรับใครที่ยังดูไม่ถึงตอนสิบสาม***
***พิมพ์เยอะมาก(ส์ X10) จึงขอภัยมา ณ ที่นี้***
***ถ้าใครมาใหม่ อยากรู้ว่าเจ้าพวกนี้คุยเรื่องอะไรกันกลับไปอ่านกระทู้เก่านี้ได้***


สุขสันต์ปีใหม่ค่ะ (สักระยะแล้วสินะ) หายไปนานเลย เป็นยังไงกันบ้าง คิดว่าคงไม่คิดถึงกันอยู่แล้วละนะเพราะในช่วงที่การเมืองกำลังระอุอยู่ตอนนี้ หลายคนอาจจะกำลังดูอนิเมกันให้เพลินอยู่เลยทีเดียว ก่อนหน้าจขกท.เวลาว่างเยอะ ได้โอกาสเลยจัดสรรแบ่งส่วนเอาเวลาไปทำอย่างอื่นด้วยเลยไม่ได้มาพิมพ์ต่อ แล้วตัวเองก็ดันเพิ่งจะได้ข้อมูลใหม่มา (รวมถึงข่าวใหม่ที่ว่าอนิเมเรื่องนี้ไปลอกการ์ตูนเก่าอย่าง Gakuen Noise ด้วย...) โดยทุกคนก็อาจจะรู้อยู่ก่อนแล้ว ถ้าหากไม่มีผิดพลาดละก็ อนิเมเรื่องนี้จะมีทั้งหมด 24 ตอน บวก OVA อีกหนึ่ง อย่างที่เห็นกัน มันไม่จบภายในสิบสองตอน และคงไม่ได้มีภาคสอง (คำว่า “ภาคสอง” จากบทวิเคราะห์แล้ว ๆ ที่คิดว่ามี ก็เลยไม่มี ดังนั้นถ้าจะให้ดูมีความต่อเนื่อง ก็ขอให้เข้าใจไปว่า “ภาคสอง” นี้ ก็คือหลังจากตอนสิบสองที่มี “ตอนสิบสาม” ต่อท้าย แล้วก็ดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ จนจบภาคแทนก็แล้วกันนะ)

ตามที่กล่าวไว้แล้วว่าจะพยายามรวบให้หมดเท่าที่ทำได้ตั้งแต่ตอนเจ็ด แต่คิดว่าคงจะไม่สามารถเจาะลึกได้มากเท่าที่ควร ดังที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะการวิเคราะห์ ณ ขณะนั้น ที่มีข้อมูลอยู่หน่อยนึง กับการวิเคราะห์ ณ ตอนนี้ ที่มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดความแตกต่างอยู่ไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นคนวิเคราะห์ หรือเป็นคนอ่านก็ตาม รสชาติมันจะไม่เหมือนกัน ขาดความสดใหม่เป็นธรรมดาตามเวลาที่ผ่านไป (ผลพลอยจากการดองนั่นเอง) แต่จขกท.ก็ตัดสินใจว่าในอนาคตถ้ามีโอกาส ก็จะพยายามสรุป หยิบเอาประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่ตอนเจ็ดเป็นต้นมา ซึ่งจะพยายามทำไม่ให้เยิ่นเย้อ และไม่เข้ากับสถานการณ์ที่คนดูเองได้ดู แล้วก็รู้มากขึ้นด้วยข้อมูลเท่าที่มีในระดับปัจจุบัน


(อยากจะวิเคราะห์คน ๆ นี้จังเลยน้าา.. แล้วก็อย่าดูถูกเชียวละ เพราะตัวละครอย่างมาโกะนี่ไม่ธรรมดานะจะบอกให้)

สำหรับกระทู้นี้ก็จะขอเน้นแค่เฉพาะเรื่องของข่าวร้อนไปก่อนแล้วกัน ซึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับ plagiarism หรือการโจรกรรมทางความคิดที่ว่ากันว่า Kill la Kill ไป “ลอก” การ์ตูนเก่าเรื่องหนึ่งชื่อ Gakuen Noise ผลงานของอาจารย์ทั้งสองท่าน ซึ่งก็คือ Ooshima Hiroyuki และ Ihara Daisuke (แล้วก็ยังส่งผลไปยังงานอีกเรื่องที่ชื่อ Akuto – ACT ที่อ.แกมีส่วนร่วมอีก) เรื่องที่ว่าลอก ๆ อะไรอย่างนี้คิดว่าหลายคนคงไม่ค่อยสนเท่าไร เพราะคนดูส่วนมากก็มักจะดูเพื่อความสนุก คือเหมือนกับว่าถ้ามันสนุก ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดอะไร เป็นความรู้สึกตรงไปตรงมาแบบง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก แต่สำหรับจขกท. และคิดว่ามีคนอีกจำนวนหนึ่งในพื้นที่นี้ที่ไม่ใช่ เพราะว่ากระทู้ต่าง ๆ ที่เขียนมาตั้งแต่แรก ก็เพื่อที่จะมุ่งเจาะไปในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ซึ่งคนมักจะไม่ให้ความสนใจแบบนี้แหละ

ในส่วนของคำถามที่ว่า “ลอกหรือไม่?” “เส้นแบ่งระหว่างการลอก กับแรงบันดาลใจ (inspiration) มันอยู่ตรงไหน?” และ “ในกรณีที่มองกันว่าอนิเมเป็น parody ละ จะทำให้เกิดความสมเหตุสมผลมากน้อยแค่ไหน?” ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จขกท.ก็ไม่สามารถ (และไม่ค่อยอยาก) ตอบแบบฟันธงให้ถูกต้อง 100% ได้ แต่ว่าถ้าหากใครหลาย ๆ คนสนใจที่จะใช้วิจารณญาณของตนเองในการตัดสิน ก็ขอให้ลองไปหา Gakuen Noise มาอ่านดู ซึ่งก็คือลิงก์นี้ http://www.j-comi.jp/book/comic/46021 สำหรับอ่านดิบ แล้วก็ลิงก์นี้ที่น่าจะมีการอธิบายเพื่อเปรียบเทียบ http://iharadaisuke.hatenablog.com/entry/2013/10/15/200244 แต่ว่านะ มันช่างน่าน้อยเนื้อต่ำใจนัก เพราะว่าจขกท.นั้นไม่รู้ภาษาเขียนญี่ปุ่น ดังนั้นเลยยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ถ้าจะให้ตัดสินแบบส่งเดชทั้ง ๆ ที่ยังไม่สามารถอ่านเรื่องที่เป็นข้อพิพาทนี้ได้เลย ถ้าหากใครอ่านญี่ปุ่นออกละก็ขอเชิญไปอ่านกันได้ แล้วอย่าลืมมาเล่าให้ฟัง หรือแสดงความเห็นด้วยก็ดีนะ จะเป็นพระคุณมากเลยละ

ส่วนในความเห็นของจขกท.ต่อการ “ลอก” ที่เขาว่ากันมานี้ ก็อยากจะขอถือวิสาสะ สาธยายความคิดเห็นส่วนตัวไว้หน่อย (แม้ว่าจะยังไม่สามารถอ่านงานนั้นได้เลยก็ตาม.. หากไม่เหมาะสม หรือผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ค่ะ) เนื่องจากว่าตัวเองนั้นอ่านตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่จขกท.นั้นก็พอจะสามารถแกะข้อความบางส่วนที่ให้โปรแกรมแปลเป็นไทยให้ได้ (เหอ?) บวกกับการสังเกตภาพในหนังสือการ์ตูน (นับเป็นความพยายามที่ดื้อดึง และสูญเปล่าเสียนี่กระไร 55555) แน่นอนว่ามีระดับความถูกต้องของความหมายที่ต่ำมาก แต่ก็ทำให้พอคาดคะเนได้ว่าคำกล่าวหานี้ “มีมูล” อยู่พอสมควร อย่างที่รู้กันว่าประเด็นหลัก ๆ ที่พูดถึงก็ยกตัวอย่างได้เช่นว่า 1.) เรื่องของพล๊อตที่เหมือนกัน ซึ่งเป็นการตามหาข้อเท็จจริงของการตายของคนรู้จัก 2.) ผ้าพันคอสีแดงกับกรรไกรสีแดงที่เป็นของดูต่างหน้าผู้ตาย 3.) ฉากหลังเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่เท่าเมือง 4.) โรงเรียนถูกปกครองโดยสภานักเรียนที่เข้มงวด และจำกัดเสรีภาพของนักเรียน 5.) ตัวเอกของทั้งสองเรื่องก็เป็นนักเรียนใหม่เลือดร้อน และต่อต้านสภานักเรียน และ 6.) อื่น ๆ จนไปถึงการใช้เสื้อผ้าในการต่อสู้ ในเรื่องของ Akuto – ACT บวกกับความคล้ายคลึงกันของตัวละครที่เขาว่าเหมือนกับ Harime Nui เป็นต้น

จริง ๆ แล้วหากเรามองแค่นี้มันจะยังน้อยเกินไป และอาจมีบางคนคิดไปก่อนว่าการอ้างแบบนี้นั้น ยังไม่มีเหตุและผลที่สามารถเชื่อถือได้มากพอ ซึ่งมันก็คงจะเร็วไปหากเราจะตัดสินแบบนั้น จขกท.จึงขอแนะนำให้มองให้ลึกขึ้น เพราะเหมือนหรือไม่เหมือนมันก็ต้องดูกันที่รายละเอียดนี่แหละ ในส่วนของประเด็นที่มองในมุมของ “ภาพรวม” มันทำให้ตัดสินได้ลำบากเพราะมันมีความกำกวมอยู่เยอะ เช่น ในข้อหนึ่ง สอง และห้าน่าจะตัดทิ้งไปได้ เพราะไม่มีอะไรที่รับประกันว่าเรื่องอื่น ๆ เองก็ไม่มี ต่อมาเป็นข้อสามซึ่งก็น่าคิด แต่ถ้าเราพยายามดูใน “รายละเอียด” แบบที่จขกท.กล่าว ก็จะเห็นว่ามันก็มีความเหมือนในส่วนของความใหญ่โต กำแพงสีขาวสูงล้อมรอบตัวเมือง แล้วยังมีทะเลด้านนอก มีสลัมในตัวเมืองอีก แต่ก็มีความต่างตรงที่มันไม่ได้มีการโชว์สถาปัตยกรรมของเมืองที่ว่ามันเป็นเนินสูงแบบสามเหลี่ยม หรือเป็นรูปกรวยเพื่อเป็นการแบ่งชนชั้นตามที่จขกท.วิเคราะห์ไปในกระทู้แรก รวมไปถึงตึกสภานักเรียนที่ก็สูงราวกับหอคอยเหมือน ๆ กัน แต่คงไม่ปฏิเสธกันนะว่ามันเป็น “เครื่องแบบกะลาสี” ส่วนในข้อที่สี่ แน่นอนว่าหลังจากที่ตัวเองได้ลองพยายามแกะมั่ว ๆ ดู จึงได้เข้าใจว่า Gakuen Noise เองก็มีประเด็นนำเสนอในเรื่องของ “อำนาจ” และการ “แบ่งชนชั้น” ด้วยอะไรบางอย่างที่น่าจะเอามาแทนยศด้วยเช่นกัน ซึ่งดูเหมือนจะมีคำที่เป็น gimmick คล้าย ๆ กันด้วยเช่นคำว่า “หมู”

(ภาพในตัวเมืองของ Gakuen Noise ใครสนใจก็สามารถไปอ่านกันได้นะ)

ส่วนข้อที่หก ที่ว่าใช้เสื้อผ้าในการต่อสู้พอจะตัดไปได้ แต่เรื่องความเหมือนของตัวละครอันนี้ไม่ค่อยอยากพูดถึงในการ์ตูน Akuto – ACT (ถ้าว่ากันตามตรง concept ของ Harime Nui (針目縫) นี่ดีมากนะ ตั้งแต่การตั้งชื่อเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากตัวละครที่ถูกลอกแบบตัวนั้น ที่บอกว่าเป็นชายแต่งหญิงชื่อ Haritsuka An (針塚杏) มี concept / background / สถานะ / เป้าหมาย / และความสามารถที่สอดคล้องกันกับ Harime Nui แล้ว จขกท.ก็คิดว่าต้องถึงเงื่อนไขตามนี้ก่อนจึงจะสามารถพูดว่า “ลอก” ได้ มากกว่าแค่ดูรูปกายภายนอกของตัวละครแต่ผิวเผิน โดยสังเกตได้ในขั้นเริ่มต้นก็คือตรงตัวอักษรในสกุลของเธอและเขาอีกคน ขึ้นต้นด้วย 針ที่แปลว่า “เข็ม” อย่างเดียวกัน) และถ้าใครอยากจะเจาะก็ขอให้ดูใน Gakuen Noise ก็น่าจะพอ ซึ่งก็ดูเหมือนจะมีความคล้ายกันตั้งแต่คนในสภาเลยทีเดียว อย่างประธานนักเรียนที่ใส่แว่น ถือดาบคาตานะ (แต่ซัตสึกิไม่ใช่สาวแว่นนี่นา 55555) สมาชิกในสภา หรืออาจจะเป็นคนในชมรมอื่น ๆ อีก (ถ้าหากเข้าใจไม่ผิด) เป็นต้น

มันยากที่จะปฏิเสธจริง ๆ ที่ว่ามันมีความคล้ายกันอยู่เยอะ แล้วก็ดันมาคล้องจองกันอยู่ภายในเรื่องเดียวกันอีก ซึ่งนอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แล้ว ตามการดำเนินเรื่องหลาย ๆ อย่างก็มีความคล้าย โดยตัวเอกเริ่มเดินทางมาจากนอกเมือง โดนใครสักคนกำราบ สู้กับคนที่ดูเหมือนนักมวย มีตัวละครที่อาจจะลอกเอามาใช้ แต่ก็ไม่เชิงว่าเอามาใช้ อย่างเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่น่าจะเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ อาจจะเข้ากันกับตอนสิบสามในอนิเมได้ดี และอื่น ๆ

แต่ถึงจะดูคล้ายกันขนาดไหน สำหรับคนที่วิเคราะห์มาตั้งแต่ต้นอย่างตัวเองนี้นั้น สังเกตจริง ๆ ว่ามันก็มีกลิ่นอายบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ใน Kill la Kill อยู่เหมือนกันนะ เพราะถ้าพูดถึงว่าลอกหรือไม่ลอกนี้มันก็ต้องดูกันตรงความเป็น originality ด้วยใช่ไหมละ อย่าง concept เรื่อง Kill la Kill นี้เนี่ย มันยากขนาดที่ว่าจะบังคับตัวเองให้คิดว่า “แย่” ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนในระดับหนึ่งเลย ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าพยายามแล้วที่จะคิดอยู่บนฐานที่ไม่เข้าข้างฝ่ายใดเป็นพิเศษ (หากก็เป็นเรื่องจริง ที่จขกท.ไม่อาจหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นในฐานะคนธรรมดาสามัญที่ไม่ปลอดไปจากอคติ) โดยเฉพาะในส่วนของเนื้อหา มันก็ยิ่งพูดได้ยากเหมือนกันว่าที่วิเคราะห์มาจนถึงนี่กลับกลายเป็นสิ่งที่ “ฝันกลางวัน” ไปเอง คือมีแต่น้ำและไม่มีเนื้อเลย โดยถึงแม้ว่าจะเป็นความฝันก็เถอะ มันก็ยังหาเหตุผลที่เหมาะสมมาได้น้อยอยู่ดีที่จะกล่าวว่า Kill la Kill นี้เป็นอนิเมที่แย่เหลือทนจริง ๆ เพราะอย่างน้อยมันก็ได้แสดงถึงความสำเร็จในฐานะการเป็นอนิเมที่สร้าง “ความสนุก” ให้ใครต่อใครไปอีกมากมายแล้ว (ตัดเรื่องการลอกไปก่อน ซึ่งโดยสามัญสำนึกของเรามักจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่มนุษย์เราเองนั้นก็ไม่อาจอยู่ยืนยงมาจนถึงปัจจุบันได้หรอกหากปราศจากความสามารถในการ copy / paste สรุปแล้วความไม่ดีนั้นมันเลยเหมือนจะไปตกอยู่ที่การแอบอ้างว่าสิ่ง ๆ นั้นเป็นของตัวถูกไหม) และเหนืออื่นใดจขกท.นั้นกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด ซึ่งก็คือความคิดที่ว่า concept ของอนิเมเรื่องนี้นั้นดี จขกท.เชื่ออย่างนั้น โดยที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่า concept ดีจะหมายถึงไม่ลอกนะ แต่ที่พยายามจะลองอธิบายก็เพราะว่ามันหาได้ยากโดยเฉพาะในสมัยนี้ที่จะมีโผล่ concept ของอนิเม action ที่เป็น “สงครามโลกครั้งที่ 2” ผสมปนเปกับองค์ประกอบอื่นแล้วยังออกมาได้รสอร่อยขนาดนี้

โดยตัวอย่างก็เช่นว่า เครื่องแบบนักเรียน, แนวคิดต่าง ๆ เช่น เผด็จการ จักรวรรดินิยม อุดมการณ์อื่นที่ต่างกัน หรือแม้แต่ Nudist ที่เป็นพวกต่อต้าน uniform ซึ่งก็เข้าไปอยู่ในกรอบของไอเดียเรื่องของเครื่องแบบได้อย่างลงตัว, รวมไปถึงความเป็น “โชวะแบบครอบจักรวาล” ซึ่งก็ดูมีความตั้งใจที่จะนำเสนอไอเดียอันมีความแหวกแนวต่อสถานการณ์ปัจจุบัน (ถ้าหากใครอ่านในกระทู้ที่แล้ว ๆ ก็จะเข้าใจได้ดี) อย่างเช่น การ์ตูนญี่ปุ่นในยุคโชวะ เลยไปจนถึงความเป็น Postmodernism เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แสดงถึง “ความลุ่มลึก” ของเนื้อหาที่สื่อในระดับหนึ่งเลย ดังนั้นจขกท.จึงมองว่าในฐานะสื่อที่มีสาระและศักยภาพ อนิเมเรื่องนี้จึงมีคุณค่าในตัวของมันเอง และถ้าหากจะกล่าวว่าลอกกันละก็ จขกท.ก็อยากจะให้หาสิ่งที่พูดถึงเหล่านี้ด้วยว่ามันมีในผลงานชิ้นนั้นด้วยหรือไม่ แล้วนอกจากการมีอยู่ขององค์ประกอบนั้นแล้ว มันแสดงออกมาในมุมเดียวกันหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของ “อำนาจ” และ “เครื่องแบบ” ที่นำมาผสานกันได้อย่างลงตัวนี้ ยิ่งต้องหาให้เจอ ซึ่งในอนิเมมันไม่ใช่แค่การแบ่งชนชั้นด้วยเครื่องแบบอย่างเดียว แต่มันยังสื่อได้ลึกซึ้งกว่านั้นอีก เพราะมันมี “เส้นใย” ที่น่าจะมีการตีความต่างไปจากการ์ตูนเรื่องอื่น รวมไปถึงกรรไกรอีกทอดหนึ่งด้วย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่