เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่เวทีอภิปราย “เรื่องการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 กับการปฏิรูปการเมืองไทย” อาคารเฉลิมพระเกียริติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) แจ้งวัฒนะ ซึ่งมีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายยุทธพร อิสรชัย คณบดีสาขาวิชารัฐศาสตร์ มสธ. เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย โดยนายสมชัย กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งคราวนี้ เป็นครั้งที่ยากที่สุดตั้งเคยมีกกต.มา มีกกต.มา 4 ชุด ไม่เคยมีชุดไหนแจ็คพ็อตเท่าชุดนี้ ทั้งที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไม กกต.ไม่ทำหน้าที่เดินหน้าจัดการเลือกตั้งอย่างเดียว ทำไมต้องวุ่นวายไปเป็นคนกลางในการเจรจากับคู่ขัดแย้ง ซึ่งตนอยากชี้แจงว่าในภาวะที่สถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ ถ้าดึงดันให้มีการเลือกตั้งต่อไปเราก็จะเห็นนรกอยู่ตรงหน้า เนื่องจากเป็นการจัดการเลือกตั้งภายใต้ความขัดแย้งของสังคมโดยทุกคนพร้อมที่จะทำทุกอย่างที่ถูกและผิดกฎหมายที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เช่นการไปขัดขวางการเลือกตั้งจนเกิดการปะทะและสูญเสีย
ซึ่งมีคนถามตนว่า กกต.เห็นคนทำความผิดทำไมไม่แจ้งความ ไม่กลัวถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ตนอยากตอบว่า ในขณะนี้เรื่องกฎหมายกลายเป็นเรื่องรองมากกว่าความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ต้องตั้งคำถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่โดนข้อหากบฎมีโทษถึงประหารชีวิต เดินไปมาทั่วกรุงเทพฯ แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่กล้าจับกุมทั้งที่ข้อกล่าวหาแรงขนาดนั้น ก็เช่นเดียวกับกกต.ที่ยังไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องที่มีข้อสงสัยว่าทำไมกกต. จึงไม่ย้ายสถานที่ทั้งที่ถูกขัดขวาง ไม่เข้าไปรับสมัครในพื้นที่ทหารหรือตำรวจ แต่ในพื้นที่เหล่านั้นมีคลังแสงและมีอาวุธ ลองคิดดูถ้าหากมีการจลาจลจะเกิดอะไรขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกกต.จึงไม่ย้ายสถานที่ ส่วนผู้สมัครที่ถูกขัดขวางก็ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี
“เรื่องบางเรื่องที่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมันกลายเป็นจลาจลได้แน่นอน ผมเคยได้ถามพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. ว่า ในกรณีฉีกบัตรเลือกตั้งย่อมมีความผิดกฎหมาย แต่ถ้าเกิดวันเลือกตั้งมีคนฉีกบัตรเลือกตั้ง 5 พันคน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกล้าจับหรือไม่ ถ้าหากไม่จับเชื่อว่าก็จะมีคนฉีกบัตรเพิ่มขึ้นเป็นแสนคน ซึ่งมันง่ายต่อการเกิดจลาจลมาก อีกทั้งลองคิดดูว่าหากไม่สามารถนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้เพียงหน่วยเดียว จะส่งผลให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 125 คน ก็จะไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ ปัญหาจะหนักยิ่งกว่าไม่มีผู้สมัคร” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากจัดการเลือกตั้งต่อไปคงไปสำเร็จช่วงเดือน พ.ค. แต่จะเป็นการสำเร็จภายใต้ภาวะสงคราม ดังนั้นหากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปช่วงเดือน พ.ค. ช่วงเวลา 2-3 เดือนนี้ ก็พอมีเวลาปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย และทุกคนจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง โดยทุกคนพร้อมใจกันช่วยอย่างสันติ แต่รัฐบาลกลับเลือกสงครามที่ดึงดันเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งต่อไป
ด้านนายยุทธพร กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่สังคมถกเถียงกันไม่น้อย คือ จะเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่นั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่ต้องพิจารณา คือ เรื่องการรักษาหลักการและครรลองของระบอบประชาธิปไตย หลักของ 1 เสียง 1 คน ซึ่งในอดีตเราเคยเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายกันมากมาย ดังนั้นในทุกวันนี้คุณค่าของประชาธิปไตย คุณค่าของสิทธิเสรีภาพของประชาชน 1 สิทธิ 1 เสียง จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากประเมินค่าไม่ได้ และการเลือกตั้งยังสำคัญในภาคปฏิบัติ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาจากความรุนแรงมาสู่สันติวิธี เปลี่ยนให้การต่อสู้มาอยู่ในกติกา เปลี่ยนกระสุนปืนให้เป็นบัตรเลือกตั้ง ในทางเดียวกันการเลือกตั้งก็เป็นการขับไล่รัฐบาลแบบสันติวิธีด้วย
หากไม่ชอบพรรคเพื่อไทยก็ไม่ต้องเลือก ไปเลือกพรรคอื่นที่คิดว่าดีกว่า เพราะฉะนั้นการขับไล่รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่มีแต่การชุมนุมเพื่อขัดขวางการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ส่วนอีกผลหนึ่งคือ ความต้องการในการใช้สิทธิของประชาชน ทุกวันนี้ยังไม่มีการทำประชามติว่าประชาชนต้องการเลือกตั้งหรือไม่ แต่เราอนุมานได้จากจำนวนสถิติแวดล้อมจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าอย่างน้อย 80-90 เปอร์เซ็นต์ว่าประชาชนต้องการไปเลือกตั้ง ส่วนมายาคติเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่คำถามว่าการซื้อเสียงเป็นปัญหาในเชิงพาณิชย์หรือเป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรม การซื้อเสียงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าแต่เป็นการดูแลคนในชุมนุม จุดนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่ากระบวนการอุปถัมป์ของประเทศไทย นี่เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข ดังนั้นปัญหาการซื้อเสียงทุกวันนี้ ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
นายยุทธพร กล่าวอีกว่า วันนี้การชุมนุมในประเทศไทยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งวิวัฒนาการชุมนุมในประเทศได้ก้าวหน้าไปกว่าประเทศอื่นมาก อาหรับสปริงนี่กลายเป็นเด็กๆ เมื่อมาเปรียบเทียบกับประเทศไทย เพราะการชุมนุมในประเทศไทยนั้นได้มีการจัดเป็นองค์กรมีการบริหารจัดการที่มีระบบ ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่าการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนมีสูงมาก วันนี้การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะแก้ไขปัญหาการเมืองได้ เพราะการเมืองยังมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ต้องแก้ไข อย่างไรการปฏิรูปก็ต้องเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่มันมีความเห็นที่ต่างกันในเรื่องของเงื่อนเวลาว่าจะปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้ขอให้ประชาชนอย่าไปยึดติดเรื่องของเงื่อนเวลาแต่ควรจะกำหนดให้มีการปฏิรูปไปพร้อมๆกับการเลือกตั้ง
นายสมชัย ยังกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการเมืองว่า กปปส.เป็นกลุ่มคนจำนวนมากในสังคมที่มีความปราถนาที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นพวกที่หมดความศรัทธาต่อการเมืองและนักการเมืองในปัจจุบัน แต่ความคิดนี้อาจจะเร็วและค่อนข้างอยู่นอกกรอบกฎหมาย รูปแบบแนวคิดสภาประชาชนยังไม่น่าจะเป็นที่ยอมรับได้จากสังคม ต้องตั้งคำถามว่าข้อเสนอของกปปส.มันสามารถสะท้อนเสียงประชาชนได้จริงหรือไม่ แต่ดูแล้วมันยังไม่เป็นประชาธิปไตย นี่เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าถ้าต้องมีการปฏิรูปต้อง ต้องดูตั้งแต่องค์กรที่คิดปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นคืออยู่ที่ฝ่ายการเมืองต้องมองเรื่องการปฏิรูปอย่างถูกต้อง
“ขณะนี้ฝ่ายการเมืองมองเรื่องการปฏิรูปเป็นเพียงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือให้ตัวเองหน้าตาดี จึงอยากฝากบอกไปยังนายกรัฐมนตรีว่ามาประชุมกับกกต.ได้ประโยชน์กว่าเยอะ ถ้าหากยังไม่มาก็จะส่งจดหมายเชิญไปอีกจะเปลี่ยนโรงแรมที่นัดคุยไปเรื่อยๆ ซึ่งสุดท้ายอาจจะเป็นโรงแรมโฟร์ซีซั่น นายกก็อาจจะมาหารือกับ กกต. อย่างไรก็ตาม นักการเมืองต้องอย่าผลักประชาชนลงถนน ถ้าเห็นว่าประชาชนเริ่มไม่พอใจในเรื่องใดก็ควรต้องรีบปรับตัว อย่าผลักให้ประชาชนเริ่มทำผิดกฎหมาย หากมีโอกาสแก้ไขก็รีบทำจะได้นำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิรูป”
นายยุทธพร กล่าวว่า ระยะหลังการมีส่วนร่วมทางการเมืองค่อนข้างจะไม่สร้างสรรค์ ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างประชาชนกับอำนาจรัฐ ไม่เหมือนเช่นตอนสมัยเดือนตุลา ซึ่งปัจจุบันนี้มันกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชน 2 ฝ่ายที่เห็นต่างกัน มุมมองและค่านิยมในเรื่องประชาธิปไตยระหว่างประชาชน 2 ฝ่าย จึงแตกต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองจึงในทุกวันนี้จึงเป็นการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม การต่อสู้เพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ หากในอนาคตเรามองย้อนกลับมา เราอาจหัวเราะในประวัติศาสตร์ว่าเราจะต่อสู้ไปเพื่ออะไร เพราะฉะนั้น เราควรที่ต้องตั้งต้นการปฏิรูปร่วมกัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการทำพิมพ์เขียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้เข้าร่วมฟังการอภิปรายได้ซักถามนายสมชัย ว่าหากไม่มีการเลือกตั้งจะสามารถทำให้เกิดสงครามได้หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า การเลือกตั้งคราวนี้จะจบหรือไม่จบ ยังไม่รู้ ขอให้รอดูวันเลือกตั้งล่วงหน้า และวันเลือกตั้งจริงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการหมิ่นเหม่ต้องการฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ในเรื่องกรอบระยะยเวลาการเลือกตั้ง แต่ในขณะนี้ยังมีปัญหา 28 เขตเลือกตั้งที่ยังไม่มีผู้สมัคร และมีอีก 22 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียว ก็จะส่งผลให้การเลือกตั้งเกินระยะเวลา 60 วัน มันต้องมีใครสักคนในประเทศที่อ่านประโยคนี้แล้วฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะที่หาเสียงเดินหน้าเลือกตั้งกันมาก็หมด เราจึงขอให้รัฐบาลคุยกับเราได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลบอกไม่เป็นโมฆะแล้วเราบอกเป็นโมฆะก็ให้มาคุยหาทางออกได้หรือไม่ อยากถามว่าขณะนี้เสี่ยงที่จะไม่มีประชาธิปไตยหรือไม่
ด้านนายยุทธพร กล่าวว่า ถ้าเลื่อนการเลือกตั้ง จะไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยอีกทั้งยังไม่มีกฎหมายรองรับ หากถ้ามีช่องทางตามกฎหมายหรือมีพิมพ์เขียวออกมาชัดเจนว่าระหว่างที่เลื่อนการเลือกตั้ง 4 พ.ค. จะมีการปฏิรูปก็คงเป็นไปได้ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรมายืนยันว่าจะมีการดำเนินการระหว่างที่เลื่อนการเลือกตั้ง ส่วนข้อกังวลเรื่องที่ไม่มีผู้สมัครหรือผู้สมัครไม่ครบก็ต้องรอให้ถึงวันที่ 2 ก.พ. ก่อน แล้วค่อยๆปลดล็อคแก้ไขปัญหากันไป มันมีกฎหมายที่สามารถให้กกต.ดำเนินการได้
ที่มา
ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 12:13 น.
‘สมชัย’ยันดึงดันเลือกตั้งเห็นนรกแน่ จี้นายกฯรับนัดกกต.คุยทางออก
ซึ่งมีคนถามตนว่า กกต.เห็นคนทำความผิดทำไมไม่แจ้งความ ไม่กลัวถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ตนอยากตอบว่า ในขณะนี้เรื่องกฎหมายกลายเป็นเรื่องรองมากกว่าความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ต้องตั้งคำถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่โดนข้อหากบฎมีโทษถึงประหารชีวิต เดินไปมาทั่วกรุงเทพฯ แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่กล้าจับกุมทั้งที่ข้อกล่าวหาแรงขนาดนั้น ก็เช่นเดียวกับกกต.ที่ยังไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องที่มีข้อสงสัยว่าทำไมกกต. จึงไม่ย้ายสถานที่ทั้งที่ถูกขัดขวาง ไม่เข้าไปรับสมัครในพื้นที่ทหารหรือตำรวจ แต่ในพื้นที่เหล่านั้นมีคลังแสงและมีอาวุธ ลองคิดดูถ้าหากมีการจลาจลจะเกิดอะไรขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกกต.จึงไม่ย้ายสถานที่ ส่วนผู้สมัครที่ถูกขัดขวางก็ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี
“เรื่องบางเรื่องที่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมันกลายเป็นจลาจลได้แน่นอน ผมเคยได้ถามพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. ว่า ในกรณีฉีกบัตรเลือกตั้งย่อมมีความผิดกฎหมาย แต่ถ้าเกิดวันเลือกตั้งมีคนฉีกบัตรเลือกตั้ง 5 พันคน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกล้าจับหรือไม่ ถ้าหากไม่จับเชื่อว่าก็จะมีคนฉีกบัตรเพิ่มขึ้นเป็นแสนคน ซึ่งมันง่ายต่อการเกิดจลาจลมาก อีกทั้งลองคิดดูว่าหากไม่สามารถนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้เพียงหน่วยเดียว จะส่งผลให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 125 คน ก็จะไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ ปัญหาจะหนักยิ่งกว่าไม่มีผู้สมัคร” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากจัดการเลือกตั้งต่อไปคงไปสำเร็จช่วงเดือน พ.ค. แต่จะเป็นการสำเร็จภายใต้ภาวะสงคราม ดังนั้นหากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปช่วงเดือน พ.ค. ช่วงเวลา 2-3 เดือนนี้ ก็พอมีเวลาปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย และทุกคนจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง โดยทุกคนพร้อมใจกันช่วยอย่างสันติ แต่รัฐบาลกลับเลือกสงครามที่ดึงดันเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งต่อไป
ด้านนายยุทธพร กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่สังคมถกเถียงกันไม่น้อย คือ จะเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่นั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่ต้องพิจารณา คือ เรื่องการรักษาหลักการและครรลองของระบอบประชาธิปไตย หลักของ 1 เสียง 1 คน ซึ่งในอดีตเราเคยเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายกันมากมาย ดังนั้นในทุกวันนี้คุณค่าของประชาธิปไตย คุณค่าของสิทธิเสรีภาพของประชาชน 1 สิทธิ 1 เสียง จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากประเมินค่าไม่ได้ และการเลือกตั้งยังสำคัญในภาคปฏิบัติ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาจากความรุนแรงมาสู่สันติวิธี เปลี่ยนให้การต่อสู้มาอยู่ในกติกา เปลี่ยนกระสุนปืนให้เป็นบัตรเลือกตั้ง ในทางเดียวกันการเลือกตั้งก็เป็นการขับไล่รัฐบาลแบบสันติวิธีด้วย
หากไม่ชอบพรรคเพื่อไทยก็ไม่ต้องเลือก ไปเลือกพรรคอื่นที่คิดว่าดีกว่า เพราะฉะนั้นการขับไล่รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่มีแต่การชุมนุมเพื่อขัดขวางการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ส่วนอีกผลหนึ่งคือ ความต้องการในการใช้สิทธิของประชาชน ทุกวันนี้ยังไม่มีการทำประชามติว่าประชาชนต้องการเลือกตั้งหรือไม่ แต่เราอนุมานได้จากจำนวนสถิติแวดล้อมจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าอย่างน้อย 80-90 เปอร์เซ็นต์ว่าประชาชนต้องการไปเลือกตั้ง ส่วนมายาคติเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่คำถามว่าการซื้อเสียงเป็นปัญหาในเชิงพาณิชย์หรือเป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรม การซื้อเสียงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าแต่เป็นการดูแลคนในชุมนุม จุดนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่ากระบวนการอุปถัมป์ของประเทศไทย นี่เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข ดังนั้นปัญหาการซื้อเสียงทุกวันนี้ ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
นายยุทธพร กล่าวอีกว่า วันนี้การชุมนุมในประเทศไทยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งวิวัฒนาการชุมนุมในประเทศได้ก้าวหน้าไปกว่าประเทศอื่นมาก อาหรับสปริงนี่กลายเป็นเด็กๆ เมื่อมาเปรียบเทียบกับประเทศไทย เพราะการชุมนุมในประเทศไทยนั้นได้มีการจัดเป็นองค์กรมีการบริหารจัดการที่มีระบบ ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่าการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนมีสูงมาก วันนี้การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะแก้ไขปัญหาการเมืองได้ เพราะการเมืองยังมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ต้องแก้ไข อย่างไรการปฏิรูปก็ต้องเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่มันมีความเห็นที่ต่างกันในเรื่องของเงื่อนเวลาว่าจะปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้ขอให้ประชาชนอย่าไปยึดติดเรื่องของเงื่อนเวลาแต่ควรจะกำหนดให้มีการปฏิรูปไปพร้อมๆกับการเลือกตั้ง
นายสมชัย ยังกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการเมืองว่า กปปส.เป็นกลุ่มคนจำนวนมากในสังคมที่มีความปราถนาที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นพวกที่หมดความศรัทธาต่อการเมืองและนักการเมืองในปัจจุบัน แต่ความคิดนี้อาจจะเร็วและค่อนข้างอยู่นอกกรอบกฎหมาย รูปแบบแนวคิดสภาประชาชนยังไม่น่าจะเป็นที่ยอมรับได้จากสังคม ต้องตั้งคำถามว่าข้อเสนอของกปปส.มันสามารถสะท้อนเสียงประชาชนได้จริงหรือไม่ แต่ดูแล้วมันยังไม่เป็นประชาธิปไตย นี่เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าถ้าต้องมีการปฏิรูปต้อง ต้องดูตั้งแต่องค์กรที่คิดปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นคืออยู่ที่ฝ่ายการเมืองต้องมองเรื่องการปฏิรูปอย่างถูกต้อง
“ขณะนี้ฝ่ายการเมืองมองเรื่องการปฏิรูปเป็นเพียงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือให้ตัวเองหน้าตาดี จึงอยากฝากบอกไปยังนายกรัฐมนตรีว่ามาประชุมกับกกต.ได้ประโยชน์กว่าเยอะ ถ้าหากยังไม่มาก็จะส่งจดหมายเชิญไปอีกจะเปลี่ยนโรงแรมที่นัดคุยไปเรื่อยๆ ซึ่งสุดท้ายอาจจะเป็นโรงแรมโฟร์ซีซั่น นายกก็อาจจะมาหารือกับ กกต. อย่างไรก็ตาม นักการเมืองต้องอย่าผลักประชาชนลงถนน ถ้าเห็นว่าประชาชนเริ่มไม่พอใจในเรื่องใดก็ควรต้องรีบปรับตัว อย่าผลักให้ประชาชนเริ่มทำผิดกฎหมาย หากมีโอกาสแก้ไขก็รีบทำจะได้นำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิรูป”
นายยุทธพร กล่าวว่า ระยะหลังการมีส่วนร่วมทางการเมืองค่อนข้างจะไม่สร้างสรรค์ ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างประชาชนกับอำนาจรัฐ ไม่เหมือนเช่นตอนสมัยเดือนตุลา ซึ่งปัจจุบันนี้มันกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชน 2 ฝ่ายที่เห็นต่างกัน มุมมองและค่านิยมในเรื่องประชาธิปไตยระหว่างประชาชน 2 ฝ่าย จึงแตกต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองจึงในทุกวันนี้จึงเป็นการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม การต่อสู้เพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ หากในอนาคตเรามองย้อนกลับมา เราอาจหัวเราะในประวัติศาสตร์ว่าเราจะต่อสู้ไปเพื่ออะไร เพราะฉะนั้น เราควรที่ต้องตั้งต้นการปฏิรูปร่วมกัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการทำพิมพ์เขียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้เข้าร่วมฟังการอภิปรายได้ซักถามนายสมชัย ว่าหากไม่มีการเลือกตั้งจะสามารถทำให้เกิดสงครามได้หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า การเลือกตั้งคราวนี้จะจบหรือไม่จบ ยังไม่รู้ ขอให้รอดูวันเลือกตั้งล่วงหน้า และวันเลือกตั้งจริงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการหมิ่นเหม่ต้องการฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ในเรื่องกรอบระยะยเวลาการเลือกตั้ง แต่ในขณะนี้ยังมีปัญหา 28 เขตเลือกตั้งที่ยังไม่มีผู้สมัคร และมีอีก 22 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียว ก็จะส่งผลให้การเลือกตั้งเกินระยะเวลา 60 วัน มันต้องมีใครสักคนในประเทศที่อ่านประโยคนี้แล้วฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะที่หาเสียงเดินหน้าเลือกตั้งกันมาก็หมด เราจึงขอให้รัฐบาลคุยกับเราได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลบอกไม่เป็นโมฆะแล้วเราบอกเป็นโมฆะก็ให้มาคุยหาทางออกได้หรือไม่ อยากถามว่าขณะนี้เสี่ยงที่จะไม่มีประชาธิปไตยหรือไม่
ด้านนายยุทธพร กล่าวว่า ถ้าเลื่อนการเลือกตั้ง จะไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยอีกทั้งยังไม่มีกฎหมายรองรับ หากถ้ามีช่องทางตามกฎหมายหรือมีพิมพ์เขียวออกมาชัดเจนว่าระหว่างที่เลื่อนการเลือกตั้ง 4 พ.ค. จะมีการปฏิรูปก็คงเป็นไปได้ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรมายืนยันว่าจะมีการดำเนินการระหว่างที่เลื่อนการเลือกตั้ง ส่วนข้อกังวลเรื่องที่ไม่มีผู้สมัครหรือผู้สมัครไม่ครบก็ต้องรอให้ถึงวันที่ 2 ก.พ. ก่อน แล้วค่อยๆปลดล็อคแก้ไขปัญหากันไป มันมีกฎหมายที่สามารถให้กกต.ดำเนินการได้
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 12:13 น.