หมายเหตุ กระทู้ค่อนข้างยาวและเวิ่นเว้อ ใครไม่ชอบอ่านอะไรยาว ๆ ผ่านไปได้เลยครับ
ในที่สุดผมก็ประสบความสำเร็จกับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์จนได้ ใช้เวลาประมาณ 1 เดื่อนครึ่ง
ในการเทียวไปเทียวมาขนส่งลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ขนส่งที่เขาว่าสอบง่ายที่สุดในสามโลก
(หลังจากได้ใบขับขี่มา ผมพยายามเสาะหา "เขา" ที่ว่า แต่ยังหาไม่เจอ อยากจะบอกว่า ง่ายบ้านบิดาท่านสิฮะ T_T)
การมาสอบใบขับขี่มอเตอร์ไซด์ของผมในคราวนี้ อาจจะไม่ราบรื่นเหมือนตอนสอบใบขับขี่รถยนต์
ที่ไปแค่ครั้งเดียวก็ได้แล้ว แต่สำหรับมอเตอร์ไซด์ ผมต้องไปที่ขนส่งถึง 5 ครั้ง!!!
ทฤษฎี 2 ครั้ง ไม่ผ่านครั้งแรก และ ปฎิบัติ 3 ครั้ง ไม่ผ่าน 2 ครั้ง
ปัจจุบัน การทำใบขับขี่ต้องใช้เวลา 2 วันในการอบรม และ สอบปฎิบัติ แน่นอนหากท่านตกตรงไหน จำนวนวันจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ
ผมตกทดสอบสมรรถภาพ ในด่านแรกเลย (ทั้งที่ตอนสอบรถเก๋ง ผมผ่านได้แบบชิลด์ ๆ อะไรก็หยุดผมไม่ได้)
เป็นการทดสอบปฎิกริยาตอบสนองต่อการเหยียบเบรคและคันเร่ง
พอไฟแดงขึ้นให้เหยียบเบรค มีโอกาส 3 ครั้ง ถ้าเหยียบช้า จะมีเสียงเตือนพร้อมไฟโชว์ประจานคนข้างหลัง
ผมใส่รองเท้ากีฬาไป ซึ่งมันใหญ่มาก ด้วยความประมาท เพราะเคยทำมาแล้วตอนรถเก๋ง
เจ้าหน้าที่เตือนแล้วไม่ฟัง บอกถอดออกก่อนดีไหมคะ รองเท้าคุณมันใหญ่มาก
ไม่ยอมถอด ทำไมต้องถอด ผมเจ๋งอยู่แล้วรีบ ๆ สอบเถอะอย่ามายุ่งกับผมนักเลย
............. ตกซะ!!!!!................. T_T
รองเท้ามันใหญ่ เหยียบโดนทั้งเบรคและคันเร่งทั้ง 3 ครั้ง โดนไฟประจานทั้ง 3 ครั้ง อับอายขายขี้หน้าสุด ๆ
พยายามทำเป็นพูดภาษาไทยไม่ได้ เขาจะได้ไม่คิดว่าเป็นคนไทย แต่คงไม่มีใครเชื่อ
สรุป กลับบ้านก่อนเป็นคนแรก เสียเวลาต้องไปอีก 1 วัน
วันต่อมา ไปใหม่ คราวนี้ใส่รองเท้าแตะไปเลย ถอดแตะ เหยียบแบบเชื่อง ๆ เจ้าหน้าที่สั่งสอนอะไรก็ครับ ๆ ๆ ๆ
ผ่านฉลุย ........... ไปด่านถัดไป ให้มองสี เขียว เหลือง แดง ในแทนที่เขาให้เอาจมูกไปแตะ แล้วใช้หางตามองสี
อยากจะบอกว่า สีเขียว กับ สีดำนี่ แทบจะแยกกันไม่ออกเลยครับ ถ้าจะเขียวเข้มขนาดนี้ ทำไมไม่ใช้สีดำไปเลยล่ะ T_T
หลังจากนั้น เข้าห้องอบรม ดูวีดีโอ ฟังตำรวจบรรยาย 4 ชั่วโมง แล้วเข้าห้องสอบทฤษฎี เต็ม 30 ผมได้ 29!!! เจ๋งป่ะล่ะ
กลับบ้าน วันต่อมา สอบปฎิบัติ
มอเตอร์ไซด์ 3 ด่าน ตอนที่ผมมาสอบรถเก๋ง ผมก็นั่งดูพวกมอเตอร์ไซด์สอบก่อน ยังว่า สอบกันง๊ายย ง่าย อย่างนี้สบายเลย
แต่พอถึงเวลาที่ตัวเองต้องสอบมอเตอร์ไซด์จริง ๆ ใครว่าสอบมอเตอร์ไซด์ง่ายกว่าสอบรถเก๋ง ผมคงต้องเถียง
3 ด่านของมอเตอร์ไซด์คือ
1.ทรงตัวบนทางแคบ ยาว 15 เมตร โดยใช้เวลาอยู่บนนั้นไม่ต่ำกว่า 10 วินาที (ทางแคบ กว้างประมาณ 1 ไม้บรรทัดสูงประมาณ 5 เซ็นต์)
2.ขับซิกแซกหลบกรวยยาง 5 อัน
3.สุดทางตีไฟ เลี้ยวขวา
ถ้าผ่านมารับเอกสารไปทำใบขับขี่ได้เลย....................... เป็นไง ง่ายใช่ไหมครับ ^_^
ผมก็คิดเหมือน ๆ กับคุณนั่นแหล่ะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ม่าง....อย่างยากขณะที่สอบ!!!
โดยเฉพาะด่านที่ให้ทรงตัวบนทางแคบ ระยะ 15 เมตร ในเวลาไม่ต่ำกว่า 10 วินาที ที่คนส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซนต์ ตกด่านนี้กันหมด
ถามว่ายากไหมไอ้ด่านนี้ คือ ถ้าให้ซ้อมเองที่บ้าน ไม่ยากเลยทำ 10 ครั้งก็ได้ทั้ง 10 ครั้งน่ะแหล่ะ แต่ทำไมตอนไปสอบถึงไม่ผ่านล่ะ ???
จากการวิเคราะห์ เพราะสอบตกมาสองรอบ ได้สาเหตุมาจาก กองเชียร์ที่อยู่ด้านหลัง!!!
เนื่องจากขนส่งลาดหลุมแก้วค่อนข้างคับแคบ ต้องใช้พื้นที่อย่างจำกัดให้มีประโยชน์ เขาจึงทำที่นั่งรอสอบ
หรือ นั่งรอให้กำลังใจกันอยู่ตรงพื้นที่สอบเลย คือนั่งอยู่หลังจุดออกตัวกันเลยล่ะครับ
ขอบอกว่า แรงกดดันมหาศาล ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องกดดัน เพราะเพื่อนพี่น้องก็ไม่ใช่ แต่โคตรกดดัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนขับมอเตอร์ไซด์รูปร่างแปลก ๆ แบบที่ผมขับอยู่ สีแดงแรงฤทธิ์
สายตาประมาณ 100 คู่จับจ้องไอ้โย่งที่ขับมอไซด์สีแดงคันนี้ ยังสงสัยอยู่ว่าหลัง ๆ เห็นวิ่งกันเกลื่อนถนน
ทำไมผมมาสอบที่ขนส่งตั้งหลายรอบไม่เคยเห็นใครเอามาสอบบ้างเลย เคยเห็นแต่นินจาคันใหญ่ใหม่เอี่ยมอยู่คันนึง
(แน่นอน ครั้งแรกตกตั้งแต่ยังไม่ขึ้น ส่วนครั้งที่สอง เร็วไป เขาให้มากกว่า 10 วิ พี่สุดทางตั้งแต่ยังไม่ 5 วิ จะเร็วไปไหน)
ผมเลือกสอบคนท้าย ๆ เสมอประมาณว่าขี้อาย โดยหารู้ไม่ว่าไอ้คนท้ายนี่แหล่ะที่จะโดนจับตามองมากที่สุด
ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง เนื่องจาก บริเวณที่ท่านรอสอบมันติดกับกองเชียร์
ท่านจะได้ยินเสียงซุบซิบนินทา ผู้ที่กำลังสอบอยู่ทั้งหมด บางคนมีหัวเราะคิกคักให้กับคนที่สอบตก
หรือตกลงมาจากคานทรงตัวทางแคบ
แล้วอย่างยิ่ง ผมที่เป็นคนสุดท้าย ไม่มีอะไรให้จับจ้องหลังจากนั้นอีกแล้ว แรงกดดันถาโถมมาทั้งหมด
ในขณะที่ 50 กว่าคันก่อนหน้า ตกกันระนาว ฝากความหวังไว้ที่มอไซด์ประหลาดคันสุดท้าย
ทุก ๆ คนที่สอบไปแล้ว ตกไปแล้ว พร้อมกองเชียร์กว่า 100 คน ส่งกระแสจิตมาพร้อม ๆ กันว่า
"ตกแน่เมิง ตกแน่เมิง ตกแน่เมิง คิก ๆ คัก ๆ"
หึ หึ หึ ซ้อมมาแล้ว ให้ขี่บนขอนไม้ยังไง แค่นี้ ชิลด์ ๆ ทำอะไรผมไม่ได้หรอก!!!
.
.
.
.
.
.
.
ตกม่าง...ทั้ง 2 รอบ 2 วัน!!!
รอบแรก ขึ้นไปได้กลางทางร่วง
รอบสอง เปลี่ยนมาเช่ารถเขา ด้วยความที่เชื่อคนรอบข้างว่า เช่ารถดีกว่าเกียร์ออโต้ ขับง่ายทรงตัวอย่างเดียว รถเอ็งมีคลัชขับลำบาก
ก็เชื่อเขา ปรากฎว่าไม่ชิน ร่วงตั้งแต่หัววัน กลับบ้านไปแบบเจ็บ ๆ T_T
กลับบ้านมาแบบท้อใจ ทำไมไม่ผ่าน ผมผิดตรงไหน อีก 3 วัน ผมไม่ไปสอบเพราะยังทำใจไม่ได้
สอบปลายภาคยังไม่ลำบากขนาดนี้ นี่อัลลัยกัน ใช้เวลาเกือบเดือนในการหาสาเหตุที่ทำไม่ได้
จนทราบถึงสาเหตุ ว่า ผมตื่นเต้นเกินไป คิดไปเองว่าคนรอบข้างเขาสนใจเราคนเดียว ทำให้กดดันตัวเอง
ลืมที่ซ้อมมาเสียหมด และ ผมกลัวรถตัวเองมากเกินไป ทั้งที่ขี่มันอยู่ทุกวันแต่ทำไมพอถึงเวลาไปสอบ ถึงได้เปลี่ยนไปใช้คันอื่นที่ไม่เคยขี่
ระยะทางออกตัวถึงแท่นทรงตรงสนามนี้สั้นมาก ไม่เกิน 3 เมตร รถมีคลัชท์อาจจะต้องใช้ความพยายามนิดนึงในการทรงตัวให้ตรง
ก่อนที่จะขึ้นไปบนแท่น นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมตก เพราะตอนซ้อม ผมใช้ระยะออกตัวมากกว่า 5 เมตรแน่นอน
เมื่อมาเจอระยะออกตัวสั้นมาก เลยปรับไม่ทัน
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ผมถึงจะไปสอบครั้งที่สาม
วิธีแก้เสียงซุบซิบนินทาเหล่านี้ของผมคือ เอาสำลีอุดหูไว้ครับ อาจจะดูปัญญาอ่อน แต่รับรองว่าได้ผล
ลงสนามสอบ คนจับจ้องเหมือนปกติ แต่ผมไม่ไปสนใจสายตาเหล่านั้น แม้ 1 ในนั้นจะเป็นสาวแว่นขาวหมวย ก็ตามที
พุ่งสายตาไปที่จุดสิ้นสุด ปัญหาของรถมีคลัชท์ คือ ออกตัวได้ไม่ตรงนัก ระยะมันสั้นจากจุดออกตัวก็ถึงทางขึ้นแล้ว
วิธีแก้ปัญหาของผมคือ จินตนาการระยะทางก่อนขึ้น สร้างเส้นขึ้นมาในหัว และให้วิ่งทับเส้นนั้นขึ้นไป สมาธิแน่วแน่อยู่ที่เส้นที่คิดขึ้นมา
เมื่อขึ้นไปได้แล้ว ให้มองไปที่จุดสิ้นสุด อย่ากดเบรคหน้า ให้เหยียบเบรคหลัง ถ้ากดเบรคหน้า หน้าจะส่าย
เขาให้อยู่บนนั้นไม่ต่ำกว่า 10 วินาที แต่ผมอยู่ได้ถึง 15 วินาที!!!!
เป็นไงล่ะ เจอเซียนเข้าไป จะให้จอดนอนบนนั้นเลยไหมครับพี่ (ตอนสอบตกนี่หน้าเป็นหมาเลย พอผ่านล่ะเห่าไม่หยุด T_T)
ผ่านมาได้แบบเท่ห์ ๆ จอดรถเท่ห์ ๆ ได้ใบขับขี่มาแบบเท่ห์ ๆ ทุกสายตาจ้องมองมาตอนจอดรถ
ในความคิดผม เขาคงคิดกันว่า
"พี่คนนี้เท่จุงเบย" "พี่เขาเก่งมากเลยนะ" "ไปขอเบอร์พี่เขาจะดีหรือเปล่า"
แต่ในความเป็นจริงน่าจะเป็นอย่างนี้
"ไอ้นี่มันเป็นใคร" "ตีหัวมันแล้วยึดมอไซด์มันมาดีกว่า" "หน้าอย่างนี้ถ้าเจอตอนกลางคืนมีวิ่งหนี" ฯลฯ
T_T
นั่นแหล่ะครับ กว่าจะได้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์มาใบนึง ใช้เวลาไปเดือนกว่า ๆ แต่ก็ดีใจที่ได้มาครับ
อยากจะแนะนำสำหรับผู้ที่คิดจะไปสอบนิดนึงจากผู้มีประสบการณ์การตกมาแล้ว 2 รอบ
1.จงใช้รถที่ตัวเองถนัด (ถ้าไม่ใช่บิกไบ้ท์อ่ะนะ) ขี่คันไหนประจำใช้คันนั้น
2.ถ้าจิตอ่อน อย่ามาสอบที่ลาดหลุมแก้ว ไปหาดูที่สนามสอบอื่นที่กว้าง ๆ คนเชียร์กับคนสอบอยู่ไกลกัน
3.ก่อนสอบ หายใจเข้าลึก ๆ ให้หยุดตื่นเต้นก่อน เขาไม่ว่าหรอกถ้าออกตัวช้า
4.ถ้าสอบตก แนะนำ อย่าถอดหมวกออก ให้เดินไปรับใบนัดใหม่ทั้งที่ใส่หมวกนั่นแหล่ะ รับเสร็จก็ขี่กลับบ้านไปเลย ไม่มีใครเห็นหน้า
5.นอนให้เร็วก่อนไปสอบ ไม่ใช่นอนตี 3 ตื่น 6 โมง สติมันไม่เต็มร้อย
เพื่อนผมหลายคนบอกว่า ทำไมต้องสอบวะ ไม่เห็นจำเป็นต้องมีเลยใบขับขี่ มีไม่มี ตำรวจมันก็เรียกเหมือนกัน

ก็บอกไปว่า อย่างน้อย กูก็โดนจับแบบถูกกฎหมายล่ะวะ อายทุกครั้งที่โดนเรียกแล้วอ้อมแอ้มว่าลืมเอามาครับ T_T
ในที่สุดจากความพยายามขั้นสูงสุด ผมก็ได้ใบขับขี่มอเตอร์ไซด์มาแล้วครับ
ในที่สุดผมก็ประสบความสำเร็จกับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์จนได้ ใช้เวลาประมาณ 1 เดื่อนครึ่ง
ในการเทียวไปเทียวมาขนส่งลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ขนส่งที่เขาว่าสอบง่ายที่สุดในสามโลก
(หลังจากได้ใบขับขี่มา ผมพยายามเสาะหา "เขา" ที่ว่า แต่ยังหาไม่เจอ อยากจะบอกว่า ง่ายบ้านบิดาท่านสิฮะ T_T)
การมาสอบใบขับขี่มอเตอร์ไซด์ของผมในคราวนี้ อาจจะไม่ราบรื่นเหมือนตอนสอบใบขับขี่รถยนต์
ที่ไปแค่ครั้งเดียวก็ได้แล้ว แต่สำหรับมอเตอร์ไซด์ ผมต้องไปที่ขนส่งถึง 5 ครั้ง!!!
ทฤษฎี 2 ครั้ง ไม่ผ่านครั้งแรก และ ปฎิบัติ 3 ครั้ง ไม่ผ่าน 2 ครั้ง
ปัจจุบัน การทำใบขับขี่ต้องใช้เวลา 2 วันในการอบรม และ สอบปฎิบัติ แน่นอนหากท่านตกตรงไหน จำนวนวันจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ
ผมตกทดสอบสมรรถภาพ ในด่านแรกเลย (ทั้งที่ตอนสอบรถเก๋ง ผมผ่านได้แบบชิลด์ ๆ อะไรก็หยุดผมไม่ได้)
เป็นการทดสอบปฎิกริยาตอบสนองต่อการเหยียบเบรคและคันเร่ง
พอไฟแดงขึ้นให้เหยียบเบรค มีโอกาส 3 ครั้ง ถ้าเหยียบช้า จะมีเสียงเตือนพร้อมไฟโชว์ประจานคนข้างหลัง
ผมใส่รองเท้ากีฬาไป ซึ่งมันใหญ่มาก ด้วยความประมาท เพราะเคยทำมาแล้วตอนรถเก๋ง
เจ้าหน้าที่เตือนแล้วไม่ฟัง บอกถอดออกก่อนดีไหมคะ รองเท้าคุณมันใหญ่มาก
ไม่ยอมถอด ทำไมต้องถอด ผมเจ๋งอยู่แล้วรีบ ๆ สอบเถอะอย่ามายุ่งกับผมนักเลย
............. ตกซะ!!!!!................. T_T
รองเท้ามันใหญ่ เหยียบโดนทั้งเบรคและคันเร่งทั้ง 3 ครั้ง โดนไฟประจานทั้ง 3 ครั้ง อับอายขายขี้หน้าสุด ๆ
พยายามทำเป็นพูดภาษาไทยไม่ได้ เขาจะได้ไม่คิดว่าเป็นคนไทย แต่คงไม่มีใครเชื่อ
สรุป กลับบ้านก่อนเป็นคนแรก เสียเวลาต้องไปอีก 1 วัน
วันต่อมา ไปใหม่ คราวนี้ใส่รองเท้าแตะไปเลย ถอดแตะ เหยียบแบบเชื่อง ๆ เจ้าหน้าที่สั่งสอนอะไรก็ครับ ๆ ๆ ๆ
ผ่านฉลุย ........... ไปด่านถัดไป ให้มองสี เขียว เหลือง แดง ในแทนที่เขาให้เอาจมูกไปแตะ แล้วใช้หางตามองสี
อยากจะบอกว่า สีเขียว กับ สีดำนี่ แทบจะแยกกันไม่ออกเลยครับ ถ้าจะเขียวเข้มขนาดนี้ ทำไมไม่ใช้สีดำไปเลยล่ะ T_T
หลังจากนั้น เข้าห้องอบรม ดูวีดีโอ ฟังตำรวจบรรยาย 4 ชั่วโมง แล้วเข้าห้องสอบทฤษฎี เต็ม 30 ผมได้ 29!!! เจ๋งป่ะล่ะ
กลับบ้าน วันต่อมา สอบปฎิบัติ
มอเตอร์ไซด์ 3 ด่าน ตอนที่ผมมาสอบรถเก๋ง ผมก็นั่งดูพวกมอเตอร์ไซด์สอบก่อน ยังว่า สอบกันง๊ายย ง่าย อย่างนี้สบายเลย
แต่พอถึงเวลาที่ตัวเองต้องสอบมอเตอร์ไซด์จริง ๆ ใครว่าสอบมอเตอร์ไซด์ง่ายกว่าสอบรถเก๋ง ผมคงต้องเถียง
3 ด่านของมอเตอร์ไซด์คือ
1.ทรงตัวบนทางแคบ ยาว 15 เมตร โดยใช้เวลาอยู่บนนั้นไม่ต่ำกว่า 10 วินาที (ทางแคบ กว้างประมาณ 1 ไม้บรรทัดสูงประมาณ 5 เซ็นต์)
2.ขับซิกแซกหลบกรวยยาง 5 อัน
3.สุดทางตีไฟ เลี้ยวขวา
ถ้าผ่านมารับเอกสารไปทำใบขับขี่ได้เลย....................... เป็นไง ง่ายใช่ไหมครับ ^_^
ผมก็คิดเหมือน ๆ กับคุณนั่นแหล่ะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ม่าง....อย่างยากขณะที่สอบ!!!
โดยเฉพาะด่านที่ให้ทรงตัวบนทางแคบ ระยะ 15 เมตร ในเวลาไม่ต่ำกว่า 10 วินาที ที่คนส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซนต์ ตกด่านนี้กันหมด
ถามว่ายากไหมไอ้ด่านนี้ คือ ถ้าให้ซ้อมเองที่บ้าน ไม่ยากเลยทำ 10 ครั้งก็ได้ทั้ง 10 ครั้งน่ะแหล่ะ แต่ทำไมตอนไปสอบถึงไม่ผ่านล่ะ ???
จากการวิเคราะห์ เพราะสอบตกมาสองรอบ ได้สาเหตุมาจาก กองเชียร์ที่อยู่ด้านหลัง!!!
เนื่องจากขนส่งลาดหลุมแก้วค่อนข้างคับแคบ ต้องใช้พื้นที่อย่างจำกัดให้มีประโยชน์ เขาจึงทำที่นั่งรอสอบ
หรือ นั่งรอให้กำลังใจกันอยู่ตรงพื้นที่สอบเลย คือนั่งอยู่หลังจุดออกตัวกันเลยล่ะครับ
ขอบอกว่า แรงกดดันมหาศาล ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องกดดัน เพราะเพื่อนพี่น้องก็ไม่ใช่ แต่โคตรกดดัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนขับมอเตอร์ไซด์รูปร่างแปลก ๆ แบบที่ผมขับอยู่ สีแดงแรงฤทธิ์
สายตาประมาณ 100 คู่จับจ้องไอ้โย่งที่ขับมอไซด์สีแดงคันนี้ ยังสงสัยอยู่ว่าหลัง ๆ เห็นวิ่งกันเกลื่อนถนน
ทำไมผมมาสอบที่ขนส่งตั้งหลายรอบไม่เคยเห็นใครเอามาสอบบ้างเลย เคยเห็นแต่นินจาคันใหญ่ใหม่เอี่ยมอยู่คันนึง
(แน่นอน ครั้งแรกตกตั้งแต่ยังไม่ขึ้น ส่วนครั้งที่สอง เร็วไป เขาให้มากกว่า 10 วิ พี่สุดทางตั้งแต่ยังไม่ 5 วิ จะเร็วไปไหน)
ผมเลือกสอบคนท้าย ๆ เสมอประมาณว่าขี้อาย โดยหารู้ไม่ว่าไอ้คนท้ายนี่แหล่ะที่จะโดนจับตามองมากที่สุด
ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง เนื่องจาก บริเวณที่ท่านรอสอบมันติดกับกองเชียร์
ท่านจะได้ยินเสียงซุบซิบนินทา ผู้ที่กำลังสอบอยู่ทั้งหมด บางคนมีหัวเราะคิกคักให้กับคนที่สอบตก
หรือตกลงมาจากคานทรงตัวทางแคบ
แล้วอย่างยิ่ง ผมที่เป็นคนสุดท้าย ไม่มีอะไรให้จับจ้องหลังจากนั้นอีกแล้ว แรงกดดันถาโถมมาทั้งหมด
ในขณะที่ 50 กว่าคันก่อนหน้า ตกกันระนาว ฝากความหวังไว้ที่มอไซด์ประหลาดคันสุดท้าย
ทุก ๆ คนที่สอบไปแล้ว ตกไปแล้ว พร้อมกองเชียร์กว่า 100 คน ส่งกระแสจิตมาพร้อม ๆ กันว่า
"ตกแน่เมิง ตกแน่เมิง ตกแน่เมิง คิก ๆ คัก ๆ"
หึ หึ หึ ซ้อมมาแล้ว ให้ขี่บนขอนไม้ยังไง แค่นี้ ชิลด์ ๆ ทำอะไรผมไม่ได้หรอก!!!
.
.
.
.
.
.
.
ตกม่าง...ทั้ง 2 รอบ 2 วัน!!!
รอบแรก ขึ้นไปได้กลางทางร่วง
รอบสอง เปลี่ยนมาเช่ารถเขา ด้วยความที่เชื่อคนรอบข้างว่า เช่ารถดีกว่าเกียร์ออโต้ ขับง่ายทรงตัวอย่างเดียว รถเอ็งมีคลัชขับลำบาก
ก็เชื่อเขา ปรากฎว่าไม่ชิน ร่วงตั้งแต่หัววัน กลับบ้านไปแบบเจ็บ ๆ T_T
กลับบ้านมาแบบท้อใจ ทำไมไม่ผ่าน ผมผิดตรงไหน อีก 3 วัน ผมไม่ไปสอบเพราะยังทำใจไม่ได้
สอบปลายภาคยังไม่ลำบากขนาดนี้ นี่อัลลัยกัน ใช้เวลาเกือบเดือนในการหาสาเหตุที่ทำไม่ได้
จนทราบถึงสาเหตุ ว่า ผมตื่นเต้นเกินไป คิดไปเองว่าคนรอบข้างเขาสนใจเราคนเดียว ทำให้กดดันตัวเอง
ลืมที่ซ้อมมาเสียหมด และ ผมกลัวรถตัวเองมากเกินไป ทั้งที่ขี่มันอยู่ทุกวันแต่ทำไมพอถึงเวลาไปสอบ ถึงได้เปลี่ยนไปใช้คันอื่นที่ไม่เคยขี่
ระยะทางออกตัวถึงแท่นทรงตรงสนามนี้สั้นมาก ไม่เกิน 3 เมตร รถมีคลัชท์อาจจะต้องใช้ความพยายามนิดนึงในการทรงตัวให้ตรง
ก่อนที่จะขึ้นไปบนแท่น นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมตก เพราะตอนซ้อม ผมใช้ระยะออกตัวมากกว่า 5 เมตรแน่นอน
เมื่อมาเจอระยะออกตัวสั้นมาก เลยปรับไม่ทัน
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ผมถึงจะไปสอบครั้งที่สาม
วิธีแก้เสียงซุบซิบนินทาเหล่านี้ของผมคือ เอาสำลีอุดหูไว้ครับ อาจจะดูปัญญาอ่อน แต่รับรองว่าได้ผล
ลงสนามสอบ คนจับจ้องเหมือนปกติ แต่ผมไม่ไปสนใจสายตาเหล่านั้น แม้ 1 ในนั้นจะเป็นสาวแว่นขาวหมวย ก็ตามที
พุ่งสายตาไปที่จุดสิ้นสุด ปัญหาของรถมีคลัชท์ คือ ออกตัวได้ไม่ตรงนัก ระยะมันสั้นจากจุดออกตัวก็ถึงทางขึ้นแล้ว
วิธีแก้ปัญหาของผมคือ จินตนาการระยะทางก่อนขึ้น สร้างเส้นขึ้นมาในหัว และให้วิ่งทับเส้นนั้นขึ้นไป สมาธิแน่วแน่อยู่ที่เส้นที่คิดขึ้นมา
เมื่อขึ้นไปได้แล้ว ให้มองไปที่จุดสิ้นสุด อย่ากดเบรคหน้า ให้เหยียบเบรคหลัง ถ้ากดเบรคหน้า หน้าจะส่าย
เขาให้อยู่บนนั้นไม่ต่ำกว่า 10 วินาที แต่ผมอยู่ได้ถึง 15 วินาที!!!!
เป็นไงล่ะ เจอเซียนเข้าไป จะให้จอดนอนบนนั้นเลยไหมครับพี่ (ตอนสอบตกนี่หน้าเป็นหมาเลย พอผ่านล่ะเห่าไม่หยุด T_T)
ผ่านมาได้แบบเท่ห์ ๆ จอดรถเท่ห์ ๆ ได้ใบขับขี่มาแบบเท่ห์ ๆ ทุกสายตาจ้องมองมาตอนจอดรถ
ในความคิดผม เขาคงคิดกันว่า
"พี่คนนี้เท่จุงเบย" "พี่เขาเก่งมากเลยนะ" "ไปขอเบอร์พี่เขาจะดีหรือเปล่า"
แต่ในความเป็นจริงน่าจะเป็นอย่างนี้
"ไอ้นี่มันเป็นใคร" "ตีหัวมันแล้วยึดมอไซด์มันมาดีกว่า" "หน้าอย่างนี้ถ้าเจอตอนกลางคืนมีวิ่งหนี" ฯลฯ
T_T
นั่นแหล่ะครับ กว่าจะได้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์มาใบนึง ใช้เวลาไปเดือนกว่า ๆ แต่ก็ดีใจที่ได้มาครับ
อยากจะแนะนำสำหรับผู้ที่คิดจะไปสอบนิดนึงจากผู้มีประสบการณ์การตกมาแล้ว 2 รอบ
1.จงใช้รถที่ตัวเองถนัด (ถ้าไม่ใช่บิกไบ้ท์อ่ะนะ) ขี่คันไหนประจำใช้คันนั้น
2.ถ้าจิตอ่อน อย่ามาสอบที่ลาดหลุมแก้ว ไปหาดูที่สนามสอบอื่นที่กว้าง ๆ คนเชียร์กับคนสอบอยู่ไกลกัน
3.ก่อนสอบ หายใจเข้าลึก ๆ ให้หยุดตื่นเต้นก่อน เขาไม่ว่าหรอกถ้าออกตัวช้า
4.ถ้าสอบตก แนะนำ อย่าถอดหมวกออก ให้เดินไปรับใบนัดใหม่ทั้งที่ใส่หมวกนั่นแหล่ะ รับเสร็จก็ขี่กลับบ้านไปเลย ไม่มีใครเห็นหน้า
5.นอนให้เร็วก่อนไปสอบ ไม่ใช่นอนตี 3 ตื่น 6 โมง สติมันไม่เต็มร้อย
เพื่อนผมหลายคนบอกว่า ทำไมต้องสอบวะ ไม่เห็นจำเป็นต้องมีเลยใบขับขี่ มีไม่มี ตำรวจมันก็เรียกเหมือนกัน
ก็บอกไปว่า อย่างน้อย กูก็โดนจับแบบถูกกฎหมายล่ะวะ อายทุกครั้งที่โดนเรียกแล้วอ้อมแอ้มว่าลืมเอามาครับ T_T