อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่ตอนนี้กำลังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สร้างความสับสน สองจิตสองใจให้กับตัวเองพอดู
เลยอยากจะขอแชร์สิ่งที่ได้ฟังมาและอยากจะขอความเห็นจากเพื่อนๆว่าถ้าเป็นเพื่อนๆจะทำอย่างไร
เรื่องของเรื่องคือ เรามีเพื่อนผู้ชายที่รู้จักกันมานานอยู่คนหนึ่ง
เคยเรียนด้วยกันตอนมัธยม แต่ก็ยังติดต่อกันเสมอตอนเข้ามหาลัยเพราะเรียนคนละที่
ตอนนี้ก็จบออกมาทำงานกันไปได้หลายปีแล้ว และเพิ่งรู้จากเพื่อนอีกคนว่าเพื่อนคนนี้ นามสมมุติ "นาย U" ได้ลาออกจากงานแล้ว
ตอนแรกก็แอบเคืองว่าเราสนิทกัน ทำไมไม่บอกกล่าว
พอเรามีโอกาสเจอกันเลยถามว่าเป็นไงมาไง ชั้นงอนนาย นายไม่บอกเรื่องงาน ไม่มาปรึกษาอะไรบ้างเลย บลาๆๆ
นาย U ก็เลยเล่าให้ฟังว่าที่ออกเพราะเบื่องาน อยากมีอิสระ ตอนนี้ก็เลยทำธุรกิจหนึ่งอยู่
พอเราถามไปว่าธุรกิจอะไรก็เหมือนจะเข้าทางเขา เขาเลยเกริ่นให้เราฟังซะเลย
พอรู้ว่าอีกวันเราว่างเลยชวนเราไปกินข้าวกันตามประสาเพื่อนเก่า แต่คราวนี้หอบเอาแฟ้มมาด้วยใหญ่โต
ยังไม่ทันได้ยกช้อนซดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว นาย U ก็ถือโอกาสร่ายยาวใส่เราเลย
นาย U เปิดแฟ้มที่เหมือนจะเป็นแฟ้มที่ถูกจัดเรียงมาเพื่อให้พูดไปตามสเต็ปๆ ตามที่ถูกสอนมา
แรกๆก็เริ่มถามว่า คุณอยากมีเงิน มีบ้าน มีรถ อยากท่องเที่ยวไหม
พอเข้าสู่หน้าต่อๆไปก็จะเป็นการคำนวณนู้นนั่นนี่ให้เสร็จสรรพ เราเองก็คิดตามไม่ทัน เพราะไม่ชอบคำนวณ
พร้อมกับมีคำศัพท์อะไรไม่รู้ ตัวย่อต่างๆเกิดขึ้นมาในการสนทนานับไม่ถ้วน
ระหว่างการพูดของนาย U หูเราก็พร้อมฟัง ใจก็เปิดกว้างให้ แต่ไม่ยักกะเข้าหัวอะไรเลย
หลังจากนาย U พูดจบ เราก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกว่าเอนเอียงไปทางชอบหรือไม่ชอบ
คือเราเป็นคนที่เวลาใครมาตู้มใส่แบบไม่ทันตั้งตัว เราจะมึนใส่แบบเบลอๆเหมือนกัน
อีกอย่าง เราปฏิเสธคนไม่เป็นค่ะ เป็นคนขี้เกรงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนสนิท
นาย U เองก็มองหน้าเราออกแนวคาดคั้นว่า ที่ตรูพูดไป เข้าใจบ้างมั้ยย
ไอ่เราก็ยิ้มแหะๆกลับไป ครั้นจะบอกว่า เมื่อกี้เบลอ พูดใหม่ซิ มันก็ไม่น่าได้ (ที่แน่ๆ เสียดายก๋วยเตี๋ยว)
พอเราบอกไปว่า เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย คือเคยได้ยินชื่อบริษัทนี้แต่ไม่รู้ว่าเป็นยังไง
เคยใช้ผลิตภัณฑ์มาบ้างแต่ไม่ถึงกับเป็นลูกค้าประจำ และตอนนี้เราก็กำลังสับสนอยู่ ขอเวลาคิดหน่อย
นาย U ก็เปิดกระเป๋าแล้วหยิบ "อุปกรณ์การทดลอง" บางอย่างมาให้ดู
พอจบการสาธิต ก็บอกเราว่า
"ลองกลับไปคิดดูนะ ทุกอย่างที่เราทำ ก็เพื่ออยากให้เธอได้แต่สิ่งดีๆ เรารักเธอล่ะถึงอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีไง"
เจอประโยคนี้ไปเราก็เลยอึ้งๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนคนใกล้ตัวบีบบังคับ (ด้วยท่าทาง) และกดดันแบบนี้
บอกตรงๆว่า เป็นคนที่ไม่เคยรู้ว่าการขายตรงคืออะไร ทำเพื่ออะไรและมีกระบวนการชักจูงอย่างไร
เคยอ่านมาบ้าง แต่นี่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่โดนเพื่อนชวนแล้วรู้สึกว่า มันอึดอัดแบบนี้เองหรือ
จะหนีก็ไม่ได้ จะให้ไปร่วมด้วยโดยไม่มีใจก็ไม่เอา อยากจะปฏิเสธแต่ใจหนึ่งเราก็สงสารเพื่อน
ความจริงการทำธุรกิจอะไรที่เพื่อนเราทำอยู่ตอนนี้ เราขอไม่ออกความเห็นว่าดีหรือไม่
งานทุกอย่างเราควรมองสองด้าน อาจเป็นมีดสองคม อาจจะดีกับเขา อาจไม่เหมาะกับเราก็ได้
แต่เท่าที่ฟังมาจากเพื่อนคนอื่นๆ ก็จะบอกว่า 'ปล่อย U มันไปเถอะ ชอบมาตื๊อ เราเลยปิดเครื่องหนีมันเลย'
บางคนก็เริ่ม unfriend กันไปแล้วเท่าที่รู้มา
เพื่อนสนิทเราอีกคนหนึ่งเคยบอกกับ U ว่า "แกคิดว่ามันดีจริงเหรอ ธุรกิจนี้ งั้นก็คงมีคนลาออกแล้วไปทำแบบแกเยอะแล้วสิ"
ตอนนี้ U เองก็คงจะไม่ได้สนใจซักเท่าไร เขาบอกมาว่า "สักวันหนึ่งเมื่อเรามีเงิน ธุรกิจเรารุ่งเรือง เดี๋ยวเพื่อนพวกนี้ก็กลับมาเอง"
ณ ตอนนี้เราเลยไม่รู้จะทำยังไง จะปฏิเสธแบบไหนดีให้ทุกอย่างมันไม่แย่ลง
หรือควรจะเด็ดขาด บอกไปเลยว่าเราไม่อยากทำ และอยากให้นายคิดใหม่ว่าทำแค่นี้จะรวยได้จริงหรือไม่
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงสับสน ยังไงรบกวนแนะนำทีนะคะ ขอบคุณค่ะ
เมื่อเพื่อนบอกว่า "รักเรา" จึงอยากชวนเราทำ "ขายตรง" ควรปฏิเสธยังไงดีคะ
เลยอยากจะขอแชร์สิ่งที่ได้ฟังมาและอยากจะขอความเห็นจากเพื่อนๆว่าถ้าเป็นเพื่อนๆจะทำอย่างไร
เรื่องของเรื่องคือ เรามีเพื่อนผู้ชายที่รู้จักกันมานานอยู่คนหนึ่ง
เคยเรียนด้วยกันตอนมัธยม แต่ก็ยังติดต่อกันเสมอตอนเข้ามหาลัยเพราะเรียนคนละที่
ตอนนี้ก็จบออกมาทำงานกันไปได้หลายปีแล้ว และเพิ่งรู้จากเพื่อนอีกคนว่าเพื่อนคนนี้ นามสมมุติ "นาย U" ได้ลาออกจากงานแล้ว
ตอนแรกก็แอบเคืองว่าเราสนิทกัน ทำไมไม่บอกกล่าว
พอเรามีโอกาสเจอกันเลยถามว่าเป็นไงมาไง ชั้นงอนนาย นายไม่บอกเรื่องงาน ไม่มาปรึกษาอะไรบ้างเลย บลาๆๆ
นาย U ก็เลยเล่าให้ฟังว่าที่ออกเพราะเบื่องาน อยากมีอิสระ ตอนนี้ก็เลยทำธุรกิจหนึ่งอยู่
พอเราถามไปว่าธุรกิจอะไรก็เหมือนจะเข้าทางเขา เขาเลยเกริ่นให้เราฟังซะเลย
พอรู้ว่าอีกวันเราว่างเลยชวนเราไปกินข้าวกันตามประสาเพื่อนเก่า แต่คราวนี้หอบเอาแฟ้มมาด้วยใหญ่โต
ยังไม่ทันได้ยกช้อนซดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว นาย U ก็ถือโอกาสร่ายยาวใส่เราเลย
นาย U เปิดแฟ้มที่เหมือนจะเป็นแฟ้มที่ถูกจัดเรียงมาเพื่อให้พูดไปตามสเต็ปๆ ตามที่ถูกสอนมา
แรกๆก็เริ่มถามว่า คุณอยากมีเงิน มีบ้าน มีรถ อยากท่องเที่ยวไหม
พอเข้าสู่หน้าต่อๆไปก็จะเป็นการคำนวณนู้นนั่นนี่ให้เสร็จสรรพ เราเองก็คิดตามไม่ทัน เพราะไม่ชอบคำนวณ
พร้อมกับมีคำศัพท์อะไรไม่รู้ ตัวย่อต่างๆเกิดขึ้นมาในการสนทนานับไม่ถ้วน
ระหว่างการพูดของนาย U หูเราก็พร้อมฟัง ใจก็เปิดกว้างให้ แต่ไม่ยักกะเข้าหัวอะไรเลย
หลังจากนาย U พูดจบ เราก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกว่าเอนเอียงไปทางชอบหรือไม่ชอบ
คือเราเป็นคนที่เวลาใครมาตู้มใส่แบบไม่ทันตั้งตัว เราจะมึนใส่แบบเบลอๆเหมือนกัน
อีกอย่าง เราปฏิเสธคนไม่เป็นค่ะ เป็นคนขี้เกรงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนสนิท
นาย U เองก็มองหน้าเราออกแนวคาดคั้นว่า ที่ตรูพูดไป เข้าใจบ้างมั้ยย
ไอ่เราก็ยิ้มแหะๆกลับไป ครั้นจะบอกว่า เมื่อกี้เบลอ พูดใหม่ซิ มันก็ไม่น่าได้ (ที่แน่ๆ เสียดายก๋วยเตี๋ยว)
พอเราบอกไปว่า เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย คือเคยได้ยินชื่อบริษัทนี้แต่ไม่รู้ว่าเป็นยังไง
เคยใช้ผลิตภัณฑ์มาบ้างแต่ไม่ถึงกับเป็นลูกค้าประจำ และตอนนี้เราก็กำลังสับสนอยู่ ขอเวลาคิดหน่อย
นาย U ก็เปิดกระเป๋าแล้วหยิบ "อุปกรณ์การทดลอง" บางอย่างมาให้ดู
พอจบการสาธิต ก็บอกเราว่า
"ลองกลับไปคิดดูนะ ทุกอย่างที่เราทำ ก็เพื่ออยากให้เธอได้แต่สิ่งดีๆ เรารักเธอล่ะถึงอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีไง"
เจอประโยคนี้ไปเราก็เลยอึ้งๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนคนใกล้ตัวบีบบังคับ (ด้วยท่าทาง) และกดดันแบบนี้
บอกตรงๆว่า เป็นคนที่ไม่เคยรู้ว่าการขายตรงคืออะไร ทำเพื่ออะไรและมีกระบวนการชักจูงอย่างไร
เคยอ่านมาบ้าง แต่นี่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่โดนเพื่อนชวนแล้วรู้สึกว่า มันอึดอัดแบบนี้เองหรือ
จะหนีก็ไม่ได้ จะให้ไปร่วมด้วยโดยไม่มีใจก็ไม่เอา อยากจะปฏิเสธแต่ใจหนึ่งเราก็สงสารเพื่อน
ความจริงการทำธุรกิจอะไรที่เพื่อนเราทำอยู่ตอนนี้ เราขอไม่ออกความเห็นว่าดีหรือไม่
งานทุกอย่างเราควรมองสองด้าน อาจเป็นมีดสองคม อาจจะดีกับเขา อาจไม่เหมาะกับเราก็ได้
แต่เท่าที่ฟังมาจากเพื่อนคนอื่นๆ ก็จะบอกว่า 'ปล่อย U มันไปเถอะ ชอบมาตื๊อ เราเลยปิดเครื่องหนีมันเลย'
บางคนก็เริ่ม unfriend กันไปแล้วเท่าที่รู้มา
เพื่อนสนิทเราอีกคนหนึ่งเคยบอกกับ U ว่า "แกคิดว่ามันดีจริงเหรอ ธุรกิจนี้ งั้นก็คงมีคนลาออกแล้วไปทำแบบแกเยอะแล้วสิ"
ตอนนี้ U เองก็คงจะไม่ได้สนใจซักเท่าไร เขาบอกมาว่า "สักวันหนึ่งเมื่อเรามีเงิน ธุรกิจเรารุ่งเรือง เดี๋ยวเพื่อนพวกนี้ก็กลับมาเอง"
ณ ตอนนี้เราเลยไม่รู้จะทำยังไง จะปฏิเสธแบบไหนดีให้ทุกอย่างมันไม่แย่ลง
หรือควรจะเด็ดขาด บอกไปเลยว่าเราไม่อยากทำ และอยากให้นายคิดใหม่ว่าทำแค่นี้จะรวยได้จริงหรือไม่
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงสับสน ยังไงรบกวนแนะนำทีนะคะ ขอบคุณค่ะ