ตอนนี้ ผมก็ได้ออกสอนตามโรงเรียนแล้วละ อยากจะบอกว่า ผมเจอเรื่องราวหลายเรื่องเลยละ เรื่องที่น่าสนใจคือเรื่องการตีนักเรียน จริงๆแล้ว ใครๆหลายคนก็มองว่าปกติใช่ไหม แต่สำหรับที่ๆผมออกทดลองสอน ผมเห็นว่ามันไม่ปกติเท่าไรนัก ผมก็สงสัยว่า ทำไมนะ ครูถึงได้ชอบถือไม้เรียวเวลาไปสอนทุกครั้งเลย เด็กมันดื้อ พูดไม่ฟังเหมือนวัว เหมือนควายหรือไง และผมก็คิดหลายต่อหลายอย่างนะ ครูสมัยนี้ใช้ไม้เพื่อทำให้เด็กเป็นคนดี สมัยก่อนหลายคนอาจจะคิดว่าเพราะไม้เรียวทำให้ไม่ออกนอกลูนอกทางจากที่ผู้ใหญ่คิดไว้ แต่ว่าสมัยนี้มันไม่ใช่อย่างนั้น ไม้เรียวทำให้เด็กมองในทัศนะคติที่แตกต่างกันออกไป เช่นมันอาจจะทำให้เด็กที่โดนตีดูกล้าหาญมากขึ้นในสายตาเพื่อน สำหรับที่ผมเจอคือเด็ก ม.ต้น ละ ทำให้เด็กไม่กลัว คิดว่าการโดนตีเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ครูตีเพราะอยากให้เด็กทำตามระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ซึ่งเด็กก็คิดไม่ได้หรอกว่าตีแล้วจะช่วยอะไรได้ ไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
จากตรงนี้ผมสอนเด็กม.ต้นมา ผมรู้ว่า เด็กวัยนี้ ต้องการสิ่งที่เรียกว่าการดูแลเอาใจใส่ การที่เข้าใจเค้า ในชั่วโมงพักกลางวัน ผมก็ขึ้นไปหาเด็ก ผมเห็นเด็กแต่ละคน ไม่กล้าเข้าห้องพักครู ไม่กล้าถามครูกันเลย เส้นแบ่งระหว่างครูกับนักเรียนดูเหมือนจะมากกันเกินไป ผมมองว่าอย่างนี้ ผมก็เลยเข้าไปคุยกับนักเรียน ที่จริงเค้าก็ชอบกล่าวกันว่า ครูชอบมีความสัมพันธ์กับนักเรียนในโรงเรียน แต่ถ้าเรารู้ขอบเขตของนักเรียนกับครูแล้ว มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก ผมรู้ตรงจุดนี้ดี ผมคิดว่า ทำอย่างไรถึงจะเข้าถึงจิตใจเด็กได้ เด็กวัยนี้ถ้ามองลงไปลึกๆแล้ว เค้าอยากให้มีคนดูแล เอาใจใส่เค้ามากๆ ผมก็จะทำเช่นนั้น วันนี้ผมเห็นเด็กม.ต้น โดนตีในเรื่องต่างๆ ผมทนดูไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เป็นเพราะเรามีวิธีการสอนที่แตกต่างกัน
เอาง่ายๆ เรื่องมาโรงเรียนสาย ถามว่านักเรียนบางคนอยากมาสายมั่ย ก็ไม่อยาก แต่ก็ถูกตีเพราะมาสาย ครูในโรงเรียนเคยถามมั่ยว่าทำไมถึงมาสาย บางทีเด็กอาจจะเกเร มาโรงเรียนสายก็ได้ ถามว่าถ้าเด็กชอบมาโรงเรียน เค้าจะมาสายมั่ย ก็ไม่อยู่แล้ว หลายครั้งคนเรามีเหตุจำเป็นต่างกันไป ผมมองหลายด้านนะครับ หรือเรื่องการสอนนักเรียน ถามว่า เด็กนักเรียนเงียบกันหมดในชั่วโมงเรียน ถามว่าประสบความสำเร็จในการสอนหรือไม่ คำตอบคือ ไม่เลย เด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ผมสอนเด็กนักเรียน ผมก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่สิ่งนึงที่ผมมีคือ ความสุขเวลาสอนนักเรียน การให้เด็กนักเรียนได้แสดงออกอย่างเต็มที่ต่างหากเหล่า ผมสอนนักเรียน ผมชอบตอนที่นักเรียนมีความสุขกับการเรียน ไม่น่าเบื่อ ให้การเรียนเป็นเรื่องสนุก ผมเห็นครูในโรงเรียนถือไม้เข้ามาในชั่วโมงเรียน เด็กนักเรียนเห็นจะรู้สึกอย่างไรละ กลัว ไม่กล้าแสดงออก ผลสุดท้ายก็คือ เด็กทำข้อสอบออกมา ตกกันเกือบหมดห้อง
ผมโดยความคิดส่วนตัว การใช้ไม้เรียวตีเด็ก ผมไม่ต่อต้านนะ แต่ผมจะใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น วิธีการคุมเด็กให้อยู่ โดยไม่ใช้ไม้เรียว ถึงมันจะยากหน่อย แต่ผมเชื่อว่า ผมสอนนักเรียนได้ สิ่งที่ผมมีคือความจริงใจต่อนักเรียน ผมเคยถามกับตัวเองอยู่เสอมว่า ถ้านักเรียนไม่ฟังจะทำอย่างไร ผมได้คำตอบว่า การเรียนนักเรียนเงียบเพราะเราสอนไม่ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย แต่ดีกว่าถ้าใช้การคุยของเด็กได้แสดงออกหน้าชั้นเรียน ทุกคนก็จะเข้าใจเอง และก็เรื่องเวลานักเรียนทำโจทย์หน้าชั้นผิด ถ้าเป็นครูทั่วไปก็ว่าไปแล้ว แต่ผมไม่ว่า ผมมองว่าเด็กยังไม่เข้าใจ ผมจะสอนเค้าเรื่อยๆ จนเด้กนักเรียนทำได้ ผมรู้สึกดีใจนะ ที่เด็กนักเรียน กล้าเดินมาถามครู กล้าคุยกับครู คุยความในใจ
ผมคิดว่าครูที่ดี ไม่จำเป็นต้องตามกรอบที่เราคิดไว้ทุกอย่างหรอก ผมมองว่าครูที่ดีต้องสอนให้เด็กคิดเป็น กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม ผมเป็นเด็กพิเศษ ยอมรับว่าเป็นครูที่ดีในแบบที่ตัวเองคิดไว้ มันอาจจะยากมากๆ เลย ผมอยากสอนเด็กนะ ม.ต้น ดูเหมือนจะต้องตีมากๆ แต่ถ้าเข้าใจเค้าได้ เค้าจะต้องยอมเป็นคนที่ดี เพื่อให้ผมชื่นชมเค้าแน่นอน
การตีทำให้น้กเรียนเป็นอย่างที่ต้องการได้จริงหรอ (เห็นไล่ตีเด็กนักเรียนกันจัง)
จากตรงนี้ผมสอนเด็กม.ต้นมา ผมรู้ว่า เด็กวัยนี้ ต้องการสิ่งที่เรียกว่าการดูแลเอาใจใส่ การที่เข้าใจเค้า ในชั่วโมงพักกลางวัน ผมก็ขึ้นไปหาเด็ก ผมเห็นเด็กแต่ละคน ไม่กล้าเข้าห้องพักครู ไม่กล้าถามครูกันเลย เส้นแบ่งระหว่างครูกับนักเรียนดูเหมือนจะมากกันเกินไป ผมมองว่าอย่างนี้ ผมก็เลยเข้าไปคุยกับนักเรียน ที่จริงเค้าก็ชอบกล่าวกันว่า ครูชอบมีความสัมพันธ์กับนักเรียนในโรงเรียน แต่ถ้าเรารู้ขอบเขตของนักเรียนกับครูแล้ว มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก ผมรู้ตรงจุดนี้ดี ผมคิดว่า ทำอย่างไรถึงจะเข้าถึงจิตใจเด็กได้ เด็กวัยนี้ถ้ามองลงไปลึกๆแล้ว เค้าอยากให้มีคนดูแล เอาใจใส่เค้ามากๆ ผมก็จะทำเช่นนั้น วันนี้ผมเห็นเด็กม.ต้น โดนตีในเรื่องต่างๆ ผมทนดูไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เป็นเพราะเรามีวิธีการสอนที่แตกต่างกัน
เอาง่ายๆ เรื่องมาโรงเรียนสาย ถามว่านักเรียนบางคนอยากมาสายมั่ย ก็ไม่อยาก แต่ก็ถูกตีเพราะมาสาย ครูในโรงเรียนเคยถามมั่ยว่าทำไมถึงมาสาย บางทีเด็กอาจจะเกเร มาโรงเรียนสายก็ได้ ถามว่าถ้าเด็กชอบมาโรงเรียน เค้าจะมาสายมั่ย ก็ไม่อยู่แล้ว หลายครั้งคนเรามีเหตุจำเป็นต่างกันไป ผมมองหลายด้านนะครับ หรือเรื่องการสอนนักเรียน ถามว่า เด็กนักเรียนเงียบกันหมดในชั่วโมงเรียน ถามว่าประสบความสำเร็จในการสอนหรือไม่ คำตอบคือ ไม่เลย เด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ผมสอนเด็กนักเรียน ผมก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่สิ่งนึงที่ผมมีคือ ความสุขเวลาสอนนักเรียน การให้เด็กนักเรียนได้แสดงออกอย่างเต็มที่ต่างหากเหล่า ผมสอนนักเรียน ผมชอบตอนที่นักเรียนมีความสุขกับการเรียน ไม่น่าเบื่อ ให้การเรียนเป็นเรื่องสนุก ผมเห็นครูในโรงเรียนถือไม้เข้ามาในชั่วโมงเรียน เด็กนักเรียนเห็นจะรู้สึกอย่างไรละ กลัว ไม่กล้าแสดงออก ผลสุดท้ายก็คือ เด็กทำข้อสอบออกมา ตกกันเกือบหมดห้อง
ผมโดยความคิดส่วนตัว การใช้ไม้เรียวตีเด็ก ผมไม่ต่อต้านนะ แต่ผมจะใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น วิธีการคุมเด็กให้อยู่ โดยไม่ใช้ไม้เรียว ถึงมันจะยากหน่อย แต่ผมเชื่อว่า ผมสอนนักเรียนได้ สิ่งที่ผมมีคือความจริงใจต่อนักเรียน ผมเคยถามกับตัวเองอยู่เสอมว่า ถ้านักเรียนไม่ฟังจะทำอย่างไร ผมได้คำตอบว่า การเรียนนักเรียนเงียบเพราะเราสอนไม่ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย แต่ดีกว่าถ้าใช้การคุยของเด็กได้แสดงออกหน้าชั้นเรียน ทุกคนก็จะเข้าใจเอง และก็เรื่องเวลานักเรียนทำโจทย์หน้าชั้นผิด ถ้าเป็นครูทั่วไปก็ว่าไปแล้ว แต่ผมไม่ว่า ผมมองว่าเด็กยังไม่เข้าใจ ผมจะสอนเค้าเรื่อยๆ จนเด้กนักเรียนทำได้ ผมรู้สึกดีใจนะ ที่เด็กนักเรียน กล้าเดินมาถามครู กล้าคุยกับครู คุยความในใจ
ผมคิดว่าครูที่ดี ไม่จำเป็นต้องตามกรอบที่เราคิดไว้ทุกอย่างหรอก ผมมองว่าครูที่ดีต้องสอนให้เด็กคิดเป็น กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม ผมเป็นเด็กพิเศษ ยอมรับว่าเป็นครูที่ดีในแบบที่ตัวเองคิดไว้ มันอาจจะยากมากๆ เลย ผมอยากสอนเด็กนะ ม.ต้น ดูเหมือนจะต้องตีมากๆ แต่ถ้าเข้าใจเค้าได้ เค้าจะต้องยอมเป็นคนที่ดี เพื่อให้ผมชื่นชมเค้าแน่นอน