หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ทะเลหมอก ดอกซากุระ ป๊ะสวนผลไม้ @ ดอยอ่างขาง
กระทู้สนทนา
เที่ยวไทย
เที่ยวภูเขา
บันทึกนักเดินทาง
14 มกราคม 2557
นี่เป็นการรีวิวครั้งแรกของเรานะคะ เราเคยคิดจะลงหลายครั้งแล้ว แต่ก็กลัวเรื่องข้อมูลที่ไม่แน่นของเรา
และอีกอย่างก็กลัวคนจะบ่นว่าฉันอยากดูวิวน้ะไม่ได้อยากดูเธอ ต้องบอกก่อนว่าเราเน้นถ่ายรูปตัวเองมากกว่ารูปวิวนะคะ
หากไม่ชอบ ณ จุดๆนี้ปิดกระทู้นี้ได้ก่อนที่จะเสียสายตานะคะ
การไปอ่างขางของเรา เราเลือกใช้บริการลุงรักที่มีน้องคนนึงโพสไว้ในพันทิพค่ะ
รถลุงอาจจะไม่ใหม่นะคะ แต่การบริการและราคาดีมากค่ะ
เรานัดลุงมารับ 6:00 น. ใช้เวลาจากท่าแพไปถึงจุดสูงสุดที่บ้านนอแลทั้งสิ้น 4 ชั่วโมงค่ะ
ระหว่างทางเราจอดแวะข้างทางเป็นจุดๆด้วยนะคะ หากใครมาเที่ยวอ่างขางแบบมารถส่วนตัว
เราขอแนะนำจุดท่องเที่ยวแรกเลยนะคะ นั่นก็คือ '' ไร่องุ่นท่ามกลางขุนเขา '' ไร่องุ่นแห่งนี้จะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ
ก่อนถึงโรงเรียนบ้านหลวงนะคะ ต้องขออภัยเรื่องเส้นทางเพราะเราอาศัยสายตาสอดส่ายไปทั่ว
หากเห็นที่ไหนน่าสนใจก็จะบอกให้ลุงจอดรถให้ค่ะ ขออภัยหากไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้นะคะ
ไร่องุ่นที่นีเค้าจะห่อกระดาษคลุมพวงองุ่นไว้นะคะ เพื่อกันสัตว์มาจิกแทะผลองุ่นค่ะ แต่หากเข้าไปเยี่ยมชมทางเจ้าของก็ยินดีแกะกระดาษออกให้บางจุดเพื่อถ่ายรูปและเด็ดชิมได้นะคะ และอย่าลืมอุดหนุนองุ่นกลับไปทานบ้านด้วยนะคะ
เลยจากไร่องุ่นมานิดเดียว ฝั่งซ้ายมือเช่นเดียวกัน คุณจะสังเกตุเห็นแผงขายผลไม้ทั้งส้ม องุ่น สตรอเบอรี่ ให้จอดรถได้เลยค่ะ เพราะด้านหลังของร้านนี้คือ '' สวนส้มแสนน่ารัก '' ทำให่นึกถึงละครเรื่อง ธรณีนี่นี้ใครครอง ขึ้นมาในบัดดล และหากข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นสวนลิ้นจี่เรียงรายริมทางเช่นกันค่ะเพียงแต่ตอนนี้ลิ้นจี่ยังไม่ออกนะคะ
ภายในสวนส้มก็จะมีต้นกาแฟแซมอยู้บ้างในบางจุดนะคะ หรือจะเข้าไปถ่ายต้นกาแฟข้างในโครงการก็จะมีเยอะกว่าจุดนี้นะคะ
ฝั่งตรงข้ามคือสวนลิ้นจี่นะคะ ตอนนี้ดอกยังไม่ออกเลยค่ะ คงอีกซักประมาณสองสามเดือนถึงจะได้ชมผลลิ้นจี่ คนขายบอกมานะคะ
หลังจากชื่นชมบรรยากาศของสวนส้มอย่างจุใจแล้ว ลุงก็พาขับรถมาเรื่อยๆ เพื่อต้องการไปไร่ชา 2000 อันลือชื่อ แต่โชคร้ายที่วันนี้หมอกเยอะทางทหารเลยไม่อนุญาติให้ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากถนนเป็นเลนเดียว แคบๆ กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุแก่นักท่องเที่ยว แต่ยังดีที่มีไร่ชาเล็กๆระหว่างทางให้เราได้เข้าไปสูดดมใบชาและถ่ายรูปเป็นการแก้ขัด
จุดหมายต่อไปลุงรักแนะนำให้ไปจุดสูงสุดก่อนเลย นั่นก็คือ '' หมู่บ้านนอแล ''
ทะเลหมอกที่นี่ปกคลุมทั่วบริเวณเลยค่ะ วันนี้เราไม่ต้องไปจอดรถถ่ายรูปทะเลหมอกเลยค่ะเพราะที่นี่สัมผัสกับทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิด ประหนึ่งว่าเรากำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกแห่งนี้เลยค่ะ
โชคดีได้มาเจอดงดอกท้อด้วยค่ะ ลูกท้อกำลังออกเห็นแล้วนึกถึงซีรีย์มังกรหยกขี้นมาเลยค่ะ เคยคิดว่าสงสัยดงดอกท้อจะมีแต่ในละครซะอีก
เดินมามุมนี้ก็จะเจอกับต้นลำโพง ดอกสีเหลืองสวย ลักษณะของดอกเป็นที่มาของชื่อนั่นเองค่ะ
วันที่เราไปไม่สามารถมองเห็นชายแดนพม่าเนื่องจากหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นนั่นหล่ะค่ะ เอาเป็นว่ามาชมรูปฝั่งไทยก็พอนะคะ เป็นรูปฐานปฎิบัติการณ์และหลุมหลบภัยรูปแบบต่างๆนะคะ
ก่อนออกจากหมู่บ้านแวะอุดหนุนมันเผาและไข่ปิ้งกินแก้หนาวได้นะคะ
ผักบนยอดดอยก็มีขายนะคะ หรือจะซื้อของที่ระลึกจากฝีมือชาวเขาเผ่าปะหล่องก็มีให้เลือกสรรพอสมควรเลยค่ะ
จุดต่อไปคือการไปเยี่ยมชมไร่สตรอเบอร์รี่ ณ หมู่บ้านขอบด้ง เจอแม่อุ๊ยแถวนั้นก็อย่าลืมอุดหนุนกำไลแฮนเมดแกด้วยนะคะ
สตรอเบอร์รี่ตอนนี้มีไม่เยอะนะคะ เนื่องจากส่งเข้าโครงการหลวงซะส่วนใหญ่ แต่ยังพอมีลูกใหญ่สีแดงให้ได้ถ่ายรูปบ้างเล็กน้อยค่ะ ส่วนตัวแล้วเราชอบวิวโดยรอบมากเลยค่ะ ฉะนั้นสตรอเบอร์รี่จะมีน้อยหรือมากก็ไม่สำคัญเท่ากับการได้มาซึมซับบรรยากาศที่สวยงามของที่นี่เลยค่ะ
นอกจากสตรอเบอร์รี่แล้วที่นี่ยังมีผักต่างๆที่ปลูกบนหมู่บ้านแห่งนี้อีกนะคะ
ต่อไปก็จะเป็นจุดท่องเที่ยวสุดท้ายของวันนี้แล้วนะคะ นั่นก็คือ '' สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง '' ก่อนอื่นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ฉะนั้นจุดหมายแรกคงเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก สโมสรอ่างขาง เราสั่งอาหารมารัปประทาน สามรายการ คือ ไก่อุ๊ป เห็ดพอร์ตโทเบลโล่ทอดซีอิ๊ว และผัดซาโยเต้ แต่หมดซะ 2 รายการ จึงเหลือเพียง ไก่อุ๊ป เราเลยเปลี่ยนไปสั่ง ผัดปวยเหล็งมาแทน ส่วนของหวานก็อดอีกตามระเบียบเพราะ พีชลอยแก้วที่สั่งไปก็หมดอีกค่ะ ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งน้ำลิ้นจี่ มาดูหน้าตาอาหารกันค่ะ ขอรับรองว่าอร่อยทุกอย่างสมตามคำร่ำลือจริงๆค่ะ
จานแรกคือ เมนูไก่อุ๊ปนะคะ
ถัดมาคือ เมนูผัดปวยเหล็งค่ะ
เครื่องดื่มคือ เมนูน้ำลิ้นจี่นะคะ
บรรยากาศริมระเบียงสวยงามมากเลยค่ะ เพราะมองไปเบื้องหน้าก็จะเห็นต้นซากุระอยู่ใกล้สายตาเลยค่ะ เสียดายช่วงที่เราไปโต๊ะเต็มค่ะ เพราะไปถึงช่วงเที่ยงพอดี
ทานเสร็จด้านหน้าร้านก็จะมีมุมให้จิบกาแฟและเขียนโปสการ์ดหาคนที่คุณรักได้ ตามสโลแกน '' กาแฟสักแก้ว โปสการ์ดสักใบ ถึงใครสักคน ''
ไฮไลท์ในวันนี้มาถึงแล้วค่ะ นั่นก็คือการได้ไปสัมผัสและถ่ายรูปกับต้นซากุระในฝัน เนื่องจากว่ายังไม่มีวาสนาได้ไปเห็นที่ญี่ปุ่น เราจึงต้องดั้งด้นมาถึงดอยอ่างขางเพื่อประการนี้โดยเฉพาะเลยค่ะ เราแนะนำว่าคุณไม่จำเป็นต้องจอดรถเสี่ยงตายถ่ายรูปริมถนนเลยค่ะ เพราะในสวน 80 ฝั่งตรงข้ามสโมสรดอกซากุระสวยที่สุดแล้วค่ะ ดอกเยอะบานเต็มต้น สีสันสดใส มองแล้วสวย หวานมาก แถมบรรยากาศที่ตกแต่งไว้ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนของประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ
จบไฮไลท์ของทริปได้อย่างราบรื่น ต่อไปก็เป็นจุดที่เราผ่านมาก่อนถึงสโมสร นั่นคือจุดขึ่ม้าค่ะ จุดนี้สวยตั้งแต่มองมาจากบนรถจนต้องบอกลุงให้ขับกลับเข้ามาใหม่ค่ะ ราคานั่งถ่ายรูปบนหลังม้า 20 บาทนะคะ หากอยากขี่เดินรอบๆก็ 60 บาท เสร็จจากขี่ม้าก็อย่าลืมซื้อแครอทให้น้องม้ากันด้วยนะคะ กำละ 10 บาทเองค่ะ และตรงจุดนี้หากสังเกตุดีๆก็เห็นต้นกาแฟอยู่หลายต้นเลยค่ะ กำลังออกเมล็ดรับลมหนาวกันให้พรึ่บเลยค่ะ
ต้นไม้ต้นเตี้ยๆที่เห็นเป็นพุ่มหลายๆพุ่มนี่คือต้นกาแฟนะคะ สามารถเข้ามาชมด้านในได้เลยค่ะ
วันนี้ขอจบทริปกับสวนสวยๆภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนะคะ หากจะติจะชมหรือจะแนะนำอะไรก็บอกเราได้นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เชียงใหม่และซากุระเมืองไทย(ทริป17-19/1/65) ตอน 2 อ่างขางใต้หมอกและนางพญาเสือโคร่งที่ไร่ชา
อ่างขาง (ขึ้นทางไชยปราการ) ไม่ได้ขึ้นไปกางเต็นท์นะครับ เพราะคิดว่านอนเตียงนุ่มๆ ที่ฝางแล้วตื่นเช้าหน่อย ค่อยขับรถขึ้นไปตอนเช้าก็พอ เราขับขึ้นไปทางไชยปราการ ทางช
คุณหมูยอ
อุโมงค์ดอกซากุระใกล้สนามบินปูซาน 🌸
ใครอยากชมดอกซากุระแบบสงบๆ ใกล้สนามบิน แนะนำ Maekdo Eco Park ที่ปูซาน สวนเชิงนิเวศมีเส้นทางเดินเลียบแม่น้ำเต็มไปด้วยต้น Cheery Blossom สีชมพูอ่อน เดินแล้วเหมือนอ
Vichachill
พาครอบครัว Road Trip เที่ยวชมซากุระญี่ปุ่นที่ดอยอ่างขาง และพญาเสือโคร่งที่ดอยอินทนนท์
ต้องบอกว่าแทบจะทุกๆ ปลายปีเลยก็ว่าได้นะครับ ที่ครอบครัวเราจะ Road Trip กันไปรับลมหนาวทางภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ ที่ในช่วงปลายปีจะมีดอกพญาเสือโคร่ง รวมท
journey gallery
เช้านี้ที่อ่างขาง 15 พฤศจิกายน 2556 ดอก ซากุระ เมืองไทย ที่อ่างขางเริ่มบานแล้วครับ
อากาศเช้านี้ที่อ่างขางอุ่นขึ้นครับเนื่องจากมาฝนมา 3 วันแล้ว เช้านี้ 14 องศาครับ วันนี้เลยมารายงสถานการณ์ดอก นางพยาเสือโคร่ง ที่อ่างขางครับ ตอนนี้อ่างขางเริ่มบาน
khamsai55
ชวนชม "ทุ่งดอกมัสตาร์ด (Mustard) และดอกเรพซีด (Rapeseed)" ที่คุนหมิง จีน
จากกระทู้ก่อนหน้า ชวนชมดอกซากุระสีชมพู https://pantip.com/topic/44016573/comment46 กระทู้นี้ชวนชม "ทุ่งดอกมัสตาร์ด (Mustard) และ ดอกเรพซีด (Rapeseed)"
จินดาหรา
แว่บนึงก็ยังดี ที่อ่างขาง...
สวัสดีปีใหม่ 2569 ครับ ชาว Pantip ทุกท่านขอให้มีความสุข สมหวังกับทุกๆสิ่งๆในปีใหม่ปีนี้นะครับส่วนตัวผมเอง ปีที่ผ่านชีวิตค่อนข้างติดขัดหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องที่บ้
photobychattha
นางพญาเสือโคร่ง ที่ขุนวาง เชียงใหม่ ปีนี้มาเร็วไปเร็ว เอกชนจัดได้ดีกว่ามาก จุดชมซากุระเพิ่มขึ้น แบ่งปันให้ชื่นใจต้นปี 69
ต้นปีนี้ ผมปิ๊กบ้าน มานั่งทำงานที่บ้านในเชียงใหม่ เช้าวันที่ 1 เลยแวะไปชมดอกซากุระหรือนางพญาเสือโคร่งสักหน่อย หลังจากได้มาชมเจ้าดอกสร้อยสายเพชร ที่บ้าน ที่งง คื
กานต์(วีระพัฒน์)
Road Trip ธันวา 21-25ธค 2568 (2025) – EP1 จากน่าน ดอยเสมอดาว ขุนสถาน สู่ เชียงใหม่ ขุนวาง นางพญาเสือโคร่ง
ปีนี้ (ธค.2568) เป็นปีที่นางพญาเสือโคร่งหลายๆที่ มาเร็วกว่ากำหนด คือแทนที่จะบานกลางๆ มค.69 หลังปีใหม่ กลายเป็นช่วงกลางธค.68 ก็เริ่มบานกันแล้ว เรากำลังเที่ยวอยู่
Road Trip กับ ธันวา
ทริปล่าดอกนางพญาเสือโคร่งภูลมโลจบด้วยซากุระญี่ปุ่นที่อ่างขาง
เป็นวัตรปฏิบัติของหนุ่มใหญ่วัยชรากับสาววัยกลางคนไปแล้วกระมังที่ปลายปีได้จังหวะดอกนางพญาเสือโคร่งบาน (ซากุระเมืองไทย) ปีนี้ 2569 นางพญาเสือโคร่งบานไวกว่าปกติ สาว
Karhang
Road Trip ธันวา 21-25ธค 2568 (2025) – EP2 ดอยอ่างขาง ไร่ชา 2000 สวนส้มจินจู วัดพระธาตุดอยพระฌาน
ปีนี้ (ธค.2568) เป็นปีที่นางพญาเสือโคร่งหลายๆที่ มาเร็วกว่ากำหนด คือแทนที่จะบานกลางๆ มค.69 หลังปีใหม่ กลายเป็นช่วงกลางธค.68 ก็เริ่มบานกันแล้ว เรากำลังเที่ยวอยู่
Road Trip กับ ธันวา
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เที่ยวไทย
เที่ยวภูเขา
บันทึกนักเดินทาง
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ทะเลหมอก ดอกซากุระ ป๊ะสวนผลไม้ @ ดอยอ่างขาง
และอีกอย่างก็กลัวคนจะบ่นว่าฉันอยากดูวิวน้ะไม่ได้อยากดูเธอ ต้องบอกก่อนว่าเราเน้นถ่ายรูปตัวเองมากกว่ารูปวิวนะคะ
หากไม่ชอบ ณ จุดๆนี้ปิดกระทู้นี้ได้ก่อนที่จะเสียสายตานะคะ
การไปอ่างขางของเรา เราเลือกใช้บริการลุงรักที่มีน้องคนนึงโพสไว้ในพันทิพค่ะ
รถลุงอาจจะไม่ใหม่นะคะ แต่การบริการและราคาดีมากค่ะ
เรานัดลุงมารับ 6:00 น. ใช้เวลาจากท่าแพไปถึงจุดสูงสุดที่บ้านนอแลทั้งสิ้น 4 ชั่วโมงค่ะ
ระหว่างทางเราจอดแวะข้างทางเป็นจุดๆด้วยนะคะ หากใครมาเที่ยวอ่างขางแบบมารถส่วนตัว
เราขอแนะนำจุดท่องเที่ยวแรกเลยนะคะ นั่นก็คือ '' ไร่องุ่นท่ามกลางขุนเขา '' ไร่องุ่นแห่งนี้จะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ
ก่อนถึงโรงเรียนบ้านหลวงนะคะ ต้องขออภัยเรื่องเส้นทางเพราะเราอาศัยสายตาสอดส่ายไปทั่ว
หากเห็นที่ไหนน่าสนใจก็จะบอกให้ลุงจอดรถให้ค่ะ ขออภัยหากไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้นะคะ
ไร่องุ่นที่นีเค้าจะห่อกระดาษคลุมพวงองุ่นไว้นะคะ เพื่อกันสัตว์มาจิกแทะผลองุ่นค่ะ แต่หากเข้าไปเยี่ยมชมทางเจ้าของก็ยินดีแกะกระดาษออกให้บางจุดเพื่อถ่ายรูปและเด็ดชิมได้นะคะ และอย่าลืมอุดหนุนองุ่นกลับไปทานบ้านด้วยนะคะ
เลยจากไร่องุ่นมานิดเดียว ฝั่งซ้ายมือเช่นเดียวกัน คุณจะสังเกตุเห็นแผงขายผลไม้ทั้งส้ม องุ่น สตรอเบอรี่ ให้จอดรถได้เลยค่ะ เพราะด้านหลังของร้านนี้คือ '' สวนส้มแสนน่ารัก '' ทำให่นึกถึงละครเรื่อง ธรณีนี่นี้ใครครอง ขึ้นมาในบัดดล และหากข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นสวนลิ้นจี่เรียงรายริมทางเช่นกันค่ะเพียงแต่ตอนนี้ลิ้นจี่ยังไม่ออกนะคะ
ภายในสวนส้มก็จะมีต้นกาแฟแซมอยู้บ้างในบางจุดนะคะ หรือจะเข้าไปถ่ายต้นกาแฟข้างในโครงการก็จะมีเยอะกว่าจุดนี้นะคะ
ฝั่งตรงข้ามคือสวนลิ้นจี่นะคะ ตอนนี้ดอกยังไม่ออกเลยค่ะ คงอีกซักประมาณสองสามเดือนถึงจะได้ชมผลลิ้นจี่ คนขายบอกมานะคะ
หลังจากชื่นชมบรรยากาศของสวนส้มอย่างจุใจแล้ว ลุงก็พาขับรถมาเรื่อยๆ เพื่อต้องการไปไร่ชา 2000 อันลือชื่อ แต่โชคร้ายที่วันนี้หมอกเยอะทางทหารเลยไม่อนุญาติให้ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากถนนเป็นเลนเดียว แคบๆ กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุแก่นักท่องเที่ยว แต่ยังดีที่มีไร่ชาเล็กๆระหว่างทางให้เราได้เข้าไปสูดดมใบชาและถ่ายรูปเป็นการแก้ขัด
จุดหมายต่อไปลุงรักแนะนำให้ไปจุดสูงสุดก่อนเลย นั่นก็คือ '' หมู่บ้านนอแล ''
ทะเลหมอกที่นี่ปกคลุมทั่วบริเวณเลยค่ะ วันนี้เราไม่ต้องไปจอดรถถ่ายรูปทะเลหมอกเลยค่ะเพราะที่นี่สัมผัสกับทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิด ประหนึ่งว่าเรากำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกแห่งนี้เลยค่ะ
โชคดีได้มาเจอดงดอกท้อด้วยค่ะ ลูกท้อกำลังออกเห็นแล้วนึกถึงซีรีย์มังกรหยกขี้นมาเลยค่ะ เคยคิดว่าสงสัยดงดอกท้อจะมีแต่ในละครซะอีก
เดินมามุมนี้ก็จะเจอกับต้นลำโพง ดอกสีเหลืองสวย ลักษณะของดอกเป็นที่มาของชื่อนั่นเองค่ะ
วันที่เราไปไม่สามารถมองเห็นชายแดนพม่าเนื่องจากหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นนั่นหล่ะค่ะ เอาเป็นว่ามาชมรูปฝั่งไทยก็พอนะคะ เป็นรูปฐานปฎิบัติการณ์และหลุมหลบภัยรูปแบบต่างๆนะคะ
ก่อนออกจากหมู่บ้านแวะอุดหนุนมันเผาและไข่ปิ้งกินแก้หนาวได้นะคะ
ผักบนยอดดอยก็มีขายนะคะ หรือจะซื้อของที่ระลึกจากฝีมือชาวเขาเผ่าปะหล่องก็มีให้เลือกสรรพอสมควรเลยค่ะ
จุดต่อไปคือการไปเยี่ยมชมไร่สตรอเบอร์รี่ ณ หมู่บ้านขอบด้ง เจอแม่อุ๊ยแถวนั้นก็อย่าลืมอุดหนุนกำไลแฮนเมดแกด้วยนะคะ
สตรอเบอร์รี่ตอนนี้มีไม่เยอะนะคะ เนื่องจากส่งเข้าโครงการหลวงซะส่วนใหญ่ แต่ยังพอมีลูกใหญ่สีแดงให้ได้ถ่ายรูปบ้างเล็กน้อยค่ะ ส่วนตัวแล้วเราชอบวิวโดยรอบมากเลยค่ะ ฉะนั้นสตรอเบอร์รี่จะมีน้อยหรือมากก็ไม่สำคัญเท่ากับการได้มาซึมซับบรรยากาศที่สวยงามของที่นี่เลยค่ะ
นอกจากสตรอเบอร์รี่แล้วที่นี่ยังมีผักต่างๆที่ปลูกบนหมู่บ้านแห่งนี้อีกนะคะ
ต่อไปก็จะเป็นจุดท่องเที่ยวสุดท้ายของวันนี้แล้วนะคะ นั่นก็คือ '' สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง '' ก่อนอื่นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ฉะนั้นจุดหมายแรกคงเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก สโมสรอ่างขาง เราสั่งอาหารมารัปประทาน สามรายการ คือ ไก่อุ๊ป เห็ดพอร์ตโทเบลโล่ทอดซีอิ๊ว และผัดซาโยเต้ แต่หมดซะ 2 รายการ จึงเหลือเพียง ไก่อุ๊ป เราเลยเปลี่ยนไปสั่ง ผัดปวยเหล็งมาแทน ส่วนของหวานก็อดอีกตามระเบียบเพราะ พีชลอยแก้วที่สั่งไปก็หมดอีกค่ะ ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งน้ำลิ้นจี่ มาดูหน้าตาอาหารกันค่ะ ขอรับรองว่าอร่อยทุกอย่างสมตามคำร่ำลือจริงๆค่ะ
จานแรกคือ เมนูไก่อุ๊ปนะคะ
ถัดมาคือ เมนูผัดปวยเหล็งค่ะ
เครื่องดื่มคือ เมนูน้ำลิ้นจี่นะคะ
บรรยากาศริมระเบียงสวยงามมากเลยค่ะ เพราะมองไปเบื้องหน้าก็จะเห็นต้นซากุระอยู่ใกล้สายตาเลยค่ะ เสียดายช่วงที่เราไปโต๊ะเต็มค่ะ เพราะไปถึงช่วงเที่ยงพอดี
ทานเสร็จด้านหน้าร้านก็จะมีมุมให้จิบกาแฟและเขียนโปสการ์ดหาคนที่คุณรักได้ ตามสโลแกน '' กาแฟสักแก้ว โปสการ์ดสักใบ ถึงใครสักคน ''
ไฮไลท์ในวันนี้มาถึงแล้วค่ะ นั่นก็คือการได้ไปสัมผัสและถ่ายรูปกับต้นซากุระในฝัน เนื่องจากว่ายังไม่มีวาสนาได้ไปเห็นที่ญี่ปุ่น เราจึงต้องดั้งด้นมาถึงดอยอ่างขางเพื่อประการนี้โดยเฉพาะเลยค่ะ เราแนะนำว่าคุณไม่จำเป็นต้องจอดรถเสี่ยงตายถ่ายรูปริมถนนเลยค่ะ เพราะในสวน 80 ฝั่งตรงข้ามสโมสรดอกซากุระสวยที่สุดแล้วค่ะ ดอกเยอะบานเต็มต้น สีสันสดใส มองแล้วสวย หวานมาก แถมบรรยากาศที่ตกแต่งไว้ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนของประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ
จบไฮไลท์ของทริปได้อย่างราบรื่น ต่อไปก็เป็นจุดที่เราผ่านมาก่อนถึงสโมสร นั่นคือจุดขึ่ม้าค่ะ จุดนี้สวยตั้งแต่มองมาจากบนรถจนต้องบอกลุงให้ขับกลับเข้ามาใหม่ค่ะ ราคานั่งถ่ายรูปบนหลังม้า 20 บาทนะคะ หากอยากขี่เดินรอบๆก็ 60 บาท เสร็จจากขี่ม้าก็อย่าลืมซื้อแครอทให้น้องม้ากันด้วยนะคะ กำละ 10 บาทเองค่ะ และตรงจุดนี้หากสังเกตุดีๆก็เห็นต้นกาแฟอยู่หลายต้นเลยค่ะ กำลังออกเมล็ดรับลมหนาวกันให้พรึ่บเลยค่ะ
ต้นไม้ต้นเตี้ยๆที่เห็นเป็นพุ่มหลายๆพุ่มนี่คือต้นกาแฟนะคะ สามารถเข้ามาชมด้านในได้เลยค่ะ
วันนี้ขอจบทริปกับสวนสวยๆภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนะคะ หากจะติจะชมหรือจะแนะนำอะไรก็บอกเราได้นะคะ