ท่านทั้งหลายที่เข้ามาในกระทู้นี้ ผมเชื่อว่าท่านคงเป็นผู้มีความรักชาติอยู่ไม่น้อย เนื้อหาในกระทู้นี้ ไม่ได้ให้เงินแก่ท่าน ไม่ได้ให้ของตอบแทนแก่ท่าน ท่านทั้งหลายยอมที่จะอ่านโดยไม่ได้รับผลประโยชน์อันใดเลย นั่นหมายความว่าความมุ่งหมายของท่านย่อมไม่ได้อยู่ที่ผลประโยชน์ของตัวท่านเอง แต่ท่านมีเจตจำนงอันแน่นอนที่ต้องการจะพัฒนาชาติบ้านเมืองของเรา
กล่าวถึงปัญหาในบ้านเมืองขณะนี้ กระผมจะไม่ถามว่าท่านอยู่สีอะไร ท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับพรรคนั้น พรรคนี้ กลุ่มนี้ กลุ่มนี้ ท่านอยู่ข้างไหน กระผมจะไม่ถามเช่นนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรกับคำถามพวกนี้ แต่กระผมจะถามท่านว่า ท่านเป็นคนไทยผู้มีเลือดแห่งความรักชาติใช่หรือไม่ ท่านต้องการเห็นปัญหาบ้านเมืองสงบลงโดยเร็วหรือไม่ ท่านมีความคิดอย่างไรต่อระบบการเมืองที่เรากำลังใช้อยู่นี้
สิ่งที่เราต้องทบทวนไม่ใช่สองคำถามแรกเลย เราทุกคนย่อมมีความรักชาติบ้านเมืองอยู่แล้ว และต้องการเห็นความสงบสุขโดยรวมอยู่แล้ว แต่คำถามที่สามเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันคิดทบทวน ในเรื่องของระบบระเบียบที่เรากำลังใช้อยู่นี้ หลาย ๆ ท่านอาจเคยได้ยินได้ฟังว่า ไม่ว่าจะใช้ระบบอะไร ไม่ว่าจะเปลี่ยนกฎหมายสูงสุดไปเท่าไร ๆ ถ้าคนในชาติไม่ได้คุณภาพ เป็นคนที่ไม่ต้องประสงค์ ก็ไม่มีทางที่ระบบใด ๆ จะช่วยฉุดประเทศชาตินี้ขึ้นมาจากการจมปลักในบ่อโคลนได้ ความคิดเห็นเช่นนี้เป็นสิ่งที่ได้ยินได้ฟังแล้วหดหู่ คล้ายกับว่าเราต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปชั่วกาลนาน ทำอะไรไม่ได้ เป็นวังวนที่เราต้องเวียนว่ายไม่หลุดพ้น กระผมมีความเสียใจอย่างยิ่งที่จะบอกแก่ท่านทั้งหลายในที่นี้ว่า ความคิดเห็นเช่นนี้เป็นความจริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่กระผมก็มีความยินดียิ่งที่จะกล่าวอย่างใจชื้นขึ้นมาว่า ข้อความนั้นเป็นแต่เพียงส่วนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอีกส่วนที่เป็นความจริง ความจริงซึ่งเป็นทางออกของประชาติอันเป็นที่รักของเรา
ท่านทั้งหลายลองนึกมโนภาพขึ้นมาให้ฉายชัดในจิตใจ ว่ามีสตรีผู้หนึ่งเดินเท้าเปล่าไปซื้อรองเท้า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะสตรีนางนั้นได้ยินได้ฟังมาว่า มีรองเท้าชนิดหนึ่งใส่แล้วสบาย เดินเหินได้สะดวกรวดเร็ว คล่องแคล่วว่องไวเป็นยิ่งนัก สตรีนางนั้นจึงทิ้งรองเท้าเก่าของตนเสีย แล้วเดินเท้าเปล่าเพื่อไปหารองเท้าที่เขาร่ำลือกันว่าดีนั้นมาใส่ เมื่อสตรีนางนั้นพบกับร้านขายรองเท้า แลเห็นรองเท้าคู่หนึ่งรูปร่างหน้าตาคล้ายกับที่เขาบอกมา ก็ตัดสินใจซื้อ ปรากฎว่าพอใส่ไปสักครู่ รองเท้านั้นกลับทำร้ายเท้าอันบอบบางให้เจ็บช้ำ สตรีนางนั้นจึงถอดรองเท้านั้นทิ้งเสีย แล้วไปหารองเท้าคู่ใหม่ แต่หาอย่างไร ๆ ก็ไม่มีรองเท้าใดที่ใส่แล้วสะดวกสบายตามที่คนอื่นเขาเล่าลือเลย หญิงผู้นั้นนั่งร้องไห้พลางคิดว่า เป็นเพราะเหตุใดหนอ นี่คงเป็นเพราะเท้าของเราไม่ดีกระมัง เราคงต้องทนเจ็บปวดเรื่อยไป เพราะเท้าของเราไม่ดีเหมือนคนอื่นเขา
ในความจริงแล้ว เท้าของนางก็เป็นเท้าปกติเหมือนกับคนทั่วไปนั่นแหละ แต่ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าที่นางลองใส่แล้วไม่สบายนั้น จะเป็นของไม่ดี จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบอกอย่างเน้นย้ำว่ารองเท้านั้นก็เป็นของดี แต่ทำไมของดีกับของดีมาอยู่ด้วยกันจึงเป็นเหตุให้เกิดสิ่งไม่ดีขึ้นมาได้ นั่นเป็นเพราะเท้าของนางก็รูปร่างเป็นอีกแบบหนึ่ง ส่วนรองเท้าที่นางซื้อมาก็รูปร่างที่ไม่เข้ากับเท้าของนาง ถึงเนื้อผ้าจะดี นุ่มนวล มีราคา แต่ถ้ารูปร่างไม่เท่ากับเท้าแล้ว เราย่อมสามารถกล่าวได้ว่า รองเท้านี้ไม่เหมาะกับเรา
ท่านทั้งหลายได้อ่านมาจนถึงบัดนี้ อาจมีความคิดว่าอยู่ว่า กระผมพยายามชักจูงหัวใจของท่านทั้งหลายให้คล้อยตามว่า ประชาธิปไตยซึ่งก็คือรองเท้านั้น ไม่เหมาะกับคนไทยซึ่งเป็นเปรียบเป็นเท้าคู่นั้น หากท่านคิดเช่นนี้กระผมคงมีความเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะหัวใจของกระผมนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ต่อระบอบประชาธิปไตย ระบบซึ่งสร้างสมดุลแห่งอิสรภาพและความเสมอภาคของบุคคลให้เกิดขึ้นมาได้ ท่านทั้งหลายแท้จริงแล้ว ท่านคิดถูกอยู่ครึ่งหนึ่ง นั่นคือ เท้าเปรียบเป็นคนไทยซึ่งเท้าคู่นี้ย่อมไม่เหมือนเท้าของใคร ๆ อื่นใดในโลก แต่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนั้นเปรียบเป็นเนื้อผ้าที่นุ่มนวล อ่อนโยน แข็งแรง สอดประสานด้วยเส้นไหมล้ำค่ำ เสริมด้วยหนังชั้นดี ตัดเย็บด้วยความประณีตเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเนื้อผ้าเช่นนี้ย่อมควรค่าแก่เท้าของบุคคลทั้งหลาย แล้วอะไรล่ะที่เกิดปัญหา นั่นคือสิ่งที่กระผมจะอธิบายต่อไป
ประชาธิปไตยนั้นเป็นของดี เหมาะสมอย่างยิ่งกับคนไทย ไม่มีระบอบใดเหมาะสมกับคนไทยไปมากกว่าระบอบประชาธิปไตยอีกแล้ว ระบอบซึ่งนำอิสระภาพอันเปี่ยมล้นมาสู่คนไทย ผู้ซึ่งเป็นไท รักในอิสรภาพ ไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหงเหยียบหัว แต่ในอีกด้านจะยอมที่จะนอบน้อมต่อผู้มีพระคุณอย่างเต็มหัวใจ
นับตั้งแต่โบราณกาล มีหลายชนชาติพยายามที่จะกดขี่เราเพราะเนื้อแท้ของเราคือความร่าเริงสนุกสนาน ใช้ชีวิตในแบบสบาย ๆ นั่นทำให้เขามองเราว่าเราอ่อนด้อย ไม่เข็มแข็ง ทำให้เราต้องรวมตัวกันเพื่อแสดงความเข็มแข็งให้เขายำเกรง เปลือกนอกของเราต้องฉาบทาด้วยระบอบซึ่งมีผู้นำที่เข้มแข็ง ปกครองอย่างเป็นระเบียบราบคาบ แต่โดยเนื้อแท้แห่งนิสัยของเราไม่เคยหายไป เนื้อแท้แห่งความเป็นคนไทยที่ต้องการมีอิสรภาพ ต้องการความสนุกสนานหรรษา ขับร้องบทกวีบทกลอนรำฟ้อนอย่างสำราญใจ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ยาก
เมื่อโลกผันแปรไป กาลเวลาแห่งความโหดร้ายที่มนุษย์ชาติจะมีต่อกันได้ผ่านพ้นไป หลายชาติรวมตัวกันเพื่อตกลงกันในการที่จะยึดมั่นในสัญญาแห่งความผูกพันแห่งสันติภาพ ทำให้คนไทยปลอดภัยมากขึ้น ในช่วงจังหวะเวลานั้นเอง คนไทยซึ่งมีนิสัยที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายจากอิทธิพลของสภาวะภายนอก ก็เปลี่ยนแปลงตนเองจากระบบแห่งความเป็นระเบียบราบคาบนั้น มาสู่ระบอบที่เขาว่ากันว่าดี นั่นคือประชาธิปไตย
แต่ท่านทั้งหลาย รองเท้าคู่นี้ งดงาม ประณีต อ่อนนุ่ม สบาย แต่ขนาดนั้นใหญ่เกินไป มิดชิดเกินไป ไม่เหมาะในเมืองร้อน ไม่เหมาะจะเหยียบย่ำโคลน ลุยน้ำ ลุยป่า ปีนต้นไม้ เรามีความจำเป็นที่จะต้องละทิ้งสิ่งที่เขาทั้งหลายว่าดีนั้น ให้อยู่ใกล้จากเท้าของเราเสียก่อน มองให้ดี แล้วพิจารณาถึงแก่นแท้แห่งความดีที่อยู่ข้างใน แก่นแท้ซึ่งไม่ใช่รูปโฉยภายนอก แก่นแท้ซึ่งสร้างสิ่งที่ดีสิ่งนี้ขึ้นมา เมื่อทราบแล้วว่าแก่นแท้แห่งความดีนั้นคืออะไร เราก็สามารถที่จะสร้างรองเท้าที่ดีหรืออาจจะดีกว่าของคนอื่น ที่เหมาะสำหรับเท้าของเรา เหมาะสำหรับดินที่เราเหยียบย่ำ เหมาะสำหรับภูมิอากาศแวดล้อมรอบตัวเรา
ขอให้จับในความหมายสำคัญที่ว่า แก่นแท้ของประชาธิปไตย และลักษณะของคนไทย ทั้งสองอย่างนี้ถ้าสามารถรวมลงไปให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้แล้ว ก็จะทำให้เกิดรองเท้าแห่งประชาธิปไตยที่ไม่เหมือนใครและเหมาะสมกับเท้าแห่งคนไทยได้
ยาพาราเซตามอลสำหรับการเมืองไทย
กล่าวถึงปัญหาในบ้านเมืองขณะนี้ กระผมจะไม่ถามว่าท่านอยู่สีอะไร ท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับพรรคนั้น พรรคนี้ กลุ่มนี้ กลุ่มนี้ ท่านอยู่ข้างไหน กระผมจะไม่ถามเช่นนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรกับคำถามพวกนี้ แต่กระผมจะถามท่านว่า ท่านเป็นคนไทยผู้มีเลือดแห่งความรักชาติใช่หรือไม่ ท่านต้องการเห็นปัญหาบ้านเมืองสงบลงโดยเร็วหรือไม่ ท่านมีความคิดอย่างไรต่อระบบการเมืองที่เรากำลังใช้อยู่นี้
สิ่งที่เราต้องทบทวนไม่ใช่สองคำถามแรกเลย เราทุกคนย่อมมีความรักชาติบ้านเมืองอยู่แล้ว และต้องการเห็นความสงบสุขโดยรวมอยู่แล้ว แต่คำถามที่สามเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันคิดทบทวน ในเรื่องของระบบระเบียบที่เรากำลังใช้อยู่นี้ หลาย ๆ ท่านอาจเคยได้ยินได้ฟังว่า ไม่ว่าจะใช้ระบบอะไร ไม่ว่าจะเปลี่ยนกฎหมายสูงสุดไปเท่าไร ๆ ถ้าคนในชาติไม่ได้คุณภาพ เป็นคนที่ไม่ต้องประสงค์ ก็ไม่มีทางที่ระบบใด ๆ จะช่วยฉุดประเทศชาตินี้ขึ้นมาจากการจมปลักในบ่อโคลนได้ ความคิดเห็นเช่นนี้เป็นสิ่งที่ได้ยินได้ฟังแล้วหดหู่ คล้ายกับว่าเราต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปชั่วกาลนาน ทำอะไรไม่ได้ เป็นวังวนที่เราต้องเวียนว่ายไม่หลุดพ้น กระผมมีความเสียใจอย่างยิ่งที่จะบอกแก่ท่านทั้งหลายในที่นี้ว่า ความคิดเห็นเช่นนี้เป็นความจริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่กระผมก็มีความยินดียิ่งที่จะกล่าวอย่างใจชื้นขึ้นมาว่า ข้อความนั้นเป็นแต่เพียงส่วนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอีกส่วนที่เป็นความจริง ความจริงซึ่งเป็นทางออกของประชาติอันเป็นที่รักของเรา
ท่านทั้งหลายลองนึกมโนภาพขึ้นมาให้ฉายชัดในจิตใจ ว่ามีสตรีผู้หนึ่งเดินเท้าเปล่าไปซื้อรองเท้า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะสตรีนางนั้นได้ยินได้ฟังมาว่า มีรองเท้าชนิดหนึ่งใส่แล้วสบาย เดินเหินได้สะดวกรวดเร็ว คล่องแคล่วว่องไวเป็นยิ่งนัก สตรีนางนั้นจึงทิ้งรองเท้าเก่าของตนเสีย แล้วเดินเท้าเปล่าเพื่อไปหารองเท้าที่เขาร่ำลือกันว่าดีนั้นมาใส่ เมื่อสตรีนางนั้นพบกับร้านขายรองเท้า แลเห็นรองเท้าคู่หนึ่งรูปร่างหน้าตาคล้ายกับที่เขาบอกมา ก็ตัดสินใจซื้อ ปรากฎว่าพอใส่ไปสักครู่ รองเท้านั้นกลับทำร้ายเท้าอันบอบบางให้เจ็บช้ำ สตรีนางนั้นจึงถอดรองเท้านั้นทิ้งเสีย แล้วไปหารองเท้าคู่ใหม่ แต่หาอย่างไร ๆ ก็ไม่มีรองเท้าใดที่ใส่แล้วสะดวกสบายตามที่คนอื่นเขาเล่าลือเลย หญิงผู้นั้นนั่งร้องไห้พลางคิดว่า เป็นเพราะเหตุใดหนอ นี่คงเป็นเพราะเท้าของเราไม่ดีกระมัง เราคงต้องทนเจ็บปวดเรื่อยไป เพราะเท้าของเราไม่ดีเหมือนคนอื่นเขา
ในความจริงแล้ว เท้าของนางก็เป็นเท้าปกติเหมือนกับคนทั่วไปนั่นแหละ แต่ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าที่นางลองใส่แล้วไม่สบายนั้น จะเป็นของไม่ดี จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบอกอย่างเน้นย้ำว่ารองเท้านั้นก็เป็นของดี แต่ทำไมของดีกับของดีมาอยู่ด้วยกันจึงเป็นเหตุให้เกิดสิ่งไม่ดีขึ้นมาได้ นั่นเป็นเพราะเท้าของนางก็รูปร่างเป็นอีกแบบหนึ่ง ส่วนรองเท้าที่นางซื้อมาก็รูปร่างที่ไม่เข้ากับเท้าของนาง ถึงเนื้อผ้าจะดี นุ่มนวล มีราคา แต่ถ้ารูปร่างไม่เท่ากับเท้าแล้ว เราย่อมสามารถกล่าวได้ว่า รองเท้านี้ไม่เหมาะกับเรา
ท่านทั้งหลายได้อ่านมาจนถึงบัดนี้ อาจมีความคิดว่าอยู่ว่า กระผมพยายามชักจูงหัวใจของท่านทั้งหลายให้คล้อยตามว่า ประชาธิปไตยซึ่งก็คือรองเท้านั้น ไม่เหมาะกับคนไทยซึ่งเป็นเปรียบเป็นเท้าคู่นั้น หากท่านคิดเช่นนี้กระผมคงมีความเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะหัวใจของกระผมนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ต่อระบอบประชาธิปไตย ระบบซึ่งสร้างสมดุลแห่งอิสรภาพและความเสมอภาคของบุคคลให้เกิดขึ้นมาได้ ท่านทั้งหลายแท้จริงแล้ว ท่านคิดถูกอยู่ครึ่งหนึ่ง นั่นคือ เท้าเปรียบเป็นคนไทยซึ่งเท้าคู่นี้ย่อมไม่เหมือนเท้าของใคร ๆ อื่นใดในโลก แต่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนั้นเปรียบเป็นเนื้อผ้าที่นุ่มนวล อ่อนโยน แข็งแรง สอดประสานด้วยเส้นไหมล้ำค่ำ เสริมด้วยหนังชั้นดี ตัดเย็บด้วยความประณีตเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเนื้อผ้าเช่นนี้ย่อมควรค่าแก่เท้าของบุคคลทั้งหลาย แล้วอะไรล่ะที่เกิดปัญหา นั่นคือสิ่งที่กระผมจะอธิบายต่อไป
ประชาธิปไตยนั้นเป็นของดี เหมาะสมอย่างยิ่งกับคนไทย ไม่มีระบอบใดเหมาะสมกับคนไทยไปมากกว่าระบอบประชาธิปไตยอีกแล้ว ระบอบซึ่งนำอิสระภาพอันเปี่ยมล้นมาสู่คนไทย ผู้ซึ่งเป็นไท รักในอิสรภาพ ไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหงเหยียบหัว แต่ในอีกด้านจะยอมที่จะนอบน้อมต่อผู้มีพระคุณอย่างเต็มหัวใจ
นับตั้งแต่โบราณกาล มีหลายชนชาติพยายามที่จะกดขี่เราเพราะเนื้อแท้ของเราคือความร่าเริงสนุกสนาน ใช้ชีวิตในแบบสบาย ๆ นั่นทำให้เขามองเราว่าเราอ่อนด้อย ไม่เข็มแข็ง ทำให้เราต้องรวมตัวกันเพื่อแสดงความเข็มแข็งให้เขายำเกรง เปลือกนอกของเราต้องฉาบทาด้วยระบอบซึ่งมีผู้นำที่เข้มแข็ง ปกครองอย่างเป็นระเบียบราบคาบ แต่โดยเนื้อแท้แห่งนิสัยของเราไม่เคยหายไป เนื้อแท้แห่งความเป็นคนไทยที่ต้องการมีอิสรภาพ ต้องการความสนุกสนานหรรษา ขับร้องบทกวีบทกลอนรำฟ้อนอย่างสำราญใจ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ยาก
เมื่อโลกผันแปรไป กาลเวลาแห่งความโหดร้ายที่มนุษย์ชาติจะมีต่อกันได้ผ่านพ้นไป หลายชาติรวมตัวกันเพื่อตกลงกันในการที่จะยึดมั่นในสัญญาแห่งความผูกพันแห่งสันติภาพ ทำให้คนไทยปลอดภัยมากขึ้น ในช่วงจังหวะเวลานั้นเอง คนไทยซึ่งมีนิสัยที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายจากอิทธิพลของสภาวะภายนอก ก็เปลี่ยนแปลงตนเองจากระบบแห่งความเป็นระเบียบราบคาบนั้น มาสู่ระบอบที่เขาว่ากันว่าดี นั่นคือประชาธิปไตย
แต่ท่านทั้งหลาย รองเท้าคู่นี้ งดงาม ประณีต อ่อนนุ่ม สบาย แต่ขนาดนั้นใหญ่เกินไป มิดชิดเกินไป ไม่เหมาะในเมืองร้อน ไม่เหมาะจะเหยียบย่ำโคลน ลุยน้ำ ลุยป่า ปีนต้นไม้ เรามีความจำเป็นที่จะต้องละทิ้งสิ่งที่เขาทั้งหลายว่าดีนั้น ให้อยู่ใกล้จากเท้าของเราเสียก่อน มองให้ดี แล้วพิจารณาถึงแก่นแท้แห่งความดีที่อยู่ข้างใน แก่นแท้ซึ่งไม่ใช่รูปโฉยภายนอก แก่นแท้ซึ่งสร้างสิ่งที่ดีสิ่งนี้ขึ้นมา เมื่อทราบแล้วว่าแก่นแท้แห่งความดีนั้นคืออะไร เราก็สามารถที่จะสร้างรองเท้าที่ดีหรืออาจจะดีกว่าของคนอื่น ที่เหมาะสำหรับเท้าของเรา เหมาะสำหรับดินที่เราเหยียบย่ำ เหมาะสำหรับภูมิอากาศแวดล้อมรอบตัวเรา
ขอให้จับในความหมายสำคัญที่ว่า แก่นแท้ของประชาธิปไตย และลักษณะของคนไทย ทั้งสองอย่างนี้ถ้าสามารถรวมลงไปให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้แล้ว ก็จะทำให้เกิดรองเท้าแห่งประชาธิปไตยที่ไม่เหมือนใครและเหมาะสมกับเท้าแห่งคนไทยได้