ก่อนอื่นขอรบกวนคำแนะนำ ความเห็นเฉพาะในประเด็นนะคะ เพราะตอนนี้กลุ้มมาก
คือแม่เราทำงานข้าราชการ ช่วงมีข่าวต่อต้าน พรบ แม่เราก็จะเกาะติดข่าวหน้าคอมตลอดจากปกติก็ติดเฟสอยู่แล้ว
แต่ม๊นเริ่มหนักขึ้นที่ แม่ไม่ช่วยเราดูลูกบ้างเลย งานบ้านเราก็ต้องทำหมด ทั้งที่พึ่งคลอดไม่นาน เราก็โอเค ไม่เป็นไร
เวลาของแม่คือไม่สนใจอะไรนอกจากติดตามข่าวเท่านั้น หลายครั้งเราต้องอุ้มลูกด้วยกินข้าวด้วย เพราะแกติดอุ้ม วางไม่ได้เลย
จนแม่ป่วยเพราะไม่พักผ่อน กลับจากงานก็เข้าห้องออนเฟสดูข่าวม็อบทางเน็ท ข้าวเย็นไม่กิน กินก็ดึก
เช้ามาก็จ้องหน้าคอมอีก จนน้องเราเตือนไปทีนึง แต่ล่าสุดแม่เราจะยกเลิกจานทรู ซึ่งเราติดให้ลูกคนโตในห้องแม่เรา ลูกคนโตเรานอนกับแม่
เพราะแม่จะติดจานบลูสกาย เราบอกว่าข้างนอก คือห้องรับแขกแม่ก็เคยติดเอเอสทีวีแล้ว ทำไมไม่ดูหละ ยกเลิกข้างใน ลูกเราจะดูช่องที่แกชอบ สารคดีเอย
การ์ตูนเอยที่ไหน แล้วทำไมไม่ดูทางเน็ท
แม่บอกทางเน็ทมีไม่ครบช่อง และนี่มันห้องฉัน บ้านฉัน เรามันแค่อาศัย อย่ามายุ่ง เราก็บอกรู้ว่าห้องแม่แต่สุดโต่งไปไหม
จะเสพข่าวเกินไปจนไม่พักผ่อน ดูแล้วอิน พาลด่าคนนู้นคนนี้ที่คิดต่าง
มีอารมณ์โกรธตลอดไปทำไม
แม่เราบอกไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของฉัน เราเสียใจมากนะที่แม่เราเปลี่ยนไปขนาดนี้
จริงอยู่ห้องแม่ แต่ถ้าติด แกคงหมกอยู่แต่ในห้อง ข้าวปลาไม่กิน ลูกหลานไม่สนใจยิ่งกว่าเดิม ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกันแต่เหมือนแกไม่อยู่ มีโลกส่วนตัว
ไม่สนใจใคร พึ่งพาอะไรไม่ได้ด้วย ขนาดเราเคยได้งานเงินเดือนสูงมากแต่ต้องกลับค่ำบ้าง จะขอแม่ช่วยดูลูกให้ เพราะสามีตอนเย็นบางทีมีลูกค้า แล้วเราจะให้เงินเพิ่ม แกยังไม่เอาเพราะจะไม่ได้เล่นเฟส หรือตามข่าว
เราไม่เข้าใจมันเป็นลัทธิของแต่ละสีเหรอ ที่ใครเป็นสีอะไรแล้วจะสุดโต่งเว่อร์ขนาดนี้
เราอยากมีบ้านของเราเอง แต่ไม่มีปัญญา เราเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว เดิมบ้านนี้แม่ก็ให้เราอยู่ดูแล อยู่กะครอบครัวเรากันเอง
เพราะแม่เราย้ายไปอยู่กะแฟนแก แต่เลิกกันได้เกือบสองปีก็ย้ายกลับมาใหม่
เราแค่อยากได้แม่คนเก่าของเราคืนมา คนที่มีเวลาให้ลูกหลาน คนที่มีทัศนคติเชิงบวก
ควรทำยังไง เมื่อแม่สุดโต่งเรื่องการเมืองเกินไป
คือแม่เราทำงานข้าราชการ ช่วงมีข่าวต่อต้าน พรบ แม่เราก็จะเกาะติดข่าวหน้าคอมตลอดจากปกติก็ติดเฟสอยู่แล้ว
แต่ม๊นเริ่มหนักขึ้นที่ แม่ไม่ช่วยเราดูลูกบ้างเลย งานบ้านเราก็ต้องทำหมด ทั้งที่พึ่งคลอดไม่นาน เราก็โอเค ไม่เป็นไร
เวลาของแม่คือไม่สนใจอะไรนอกจากติดตามข่าวเท่านั้น หลายครั้งเราต้องอุ้มลูกด้วยกินข้าวด้วย เพราะแกติดอุ้ม วางไม่ได้เลย
จนแม่ป่วยเพราะไม่พักผ่อน กลับจากงานก็เข้าห้องออนเฟสดูข่าวม็อบทางเน็ท ข้าวเย็นไม่กิน กินก็ดึก
เช้ามาก็จ้องหน้าคอมอีก จนน้องเราเตือนไปทีนึง แต่ล่าสุดแม่เราจะยกเลิกจานทรู ซึ่งเราติดให้ลูกคนโตในห้องแม่เรา ลูกคนโตเรานอนกับแม่
เพราะแม่จะติดจานบลูสกาย เราบอกว่าข้างนอก คือห้องรับแขกแม่ก็เคยติดเอเอสทีวีแล้ว ทำไมไม่ดูหละ ยกเลิกข้างใน ลูกเราจะดูช่องที่แกชอบ สารคดีเอย
การ์ตูนเอยที่ไหน แล้วทำไมไม่ดูทางเน็ท
แม่บอกทางเน็ทมีไม่ครบช่อง และนี่มันห้องฉัน บ้านฉัน เรามันแค่อาศัย อย่ามายุ่ง เราก็บอกรู้ว่าห้องแม่แต่สุดโต่งไปไหม
จะเสพข่าวเกินไปจนไม่พักผ่อน ดูแล้วอิน พาลด่าคนนู้นคนนี้ที่คิดต่าง
มีอารมณ์โกรธตลอดไปทำไม
แม่เราบอกไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของฉัน เราเสียใจมากนะที่แม่เราเปลี่ยนไปขนาดนี้
จริงอยู่ห้องแม่ แต่ถ้าติด แกคงหมกอยู่แต่ในห้อง ข้าวปลาไม่กิน ลูกหลานไม่สนใจยิ่งกว่าเดิม ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกันแต่เหมือนแกไม่อยู่ มีโลกส่วนตัว
ไม่สนใจใคร พึ่งพาอะไรไม่ได้ด้วย ขนาดเราเคยได้งานเงินเดือนสูงมากแต่ต้องกลับค่ำบ้าง จะขอแม่ช่วยดูลูกให้ เพราะสามีตอนเย็นบางทีมีลูกค้า แล้วเราจะให้เงินเพิ่ม แกยังไม่เอาเพราะจะไม่ได้เล่นเฟส หรือตามข่าว
เราไม่เข้าใจมันเป็นลัทธิของแต่ละสีเหรอ ที่ใครเป็นสีอะไรแล้วจะสุดโต่งเว่อร์ขนาดนี้
เราอยากมีบ้านของเราเอง แต่ไม่มีปัญญา เราเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว เดิมบ้านนี้แม่ก็ให้เราอยู่ดูแล อยู่กะครอบครัวเรากันเอง
เพราะแม่เราย้ายไปอยู่กะแฟนแก แต่เลิกกันได้เกือบสองปีก็ย้ายกลับมาใหม่
เราแค่อยากได้แม่คนเก่าของเราคืนมา คนที่มีเวลาให้ลูกหลาน คนที่มีทัศนคติเชิงบวก