
สวัสดีครับเพื่อนๆชาวพันทิป นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะมาเขียนรีวิว หลังจากที่แอบส่องมานาน อิๆ แต่ไม่กล้าและไม่มีเวลาสักที ได้ความรู้จากที่นี่ไปตั้งเยอะ ได้แรงบันดาลใจให้ออกไปหาความรู้ในโลกกว้าง ถ้าผิดพลาดประการใดต้องอภัยด้วยนะครับ มือใหม่หัดโพสน์
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผมตั่งใจจะไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดนครสวรรค์ เลยถือโอกาสเลยไปเที่ยวที่กำแพงเพชรซะเลย ผมออกเดินทางจากกรุงเทพฯเมื่อตอนสายๆ วิ่งทางสายเอเซีย ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณ กม.44 บริเวณตำบลบ้านใหม่ สังเกตุทางด้านซ้ายมือครับ จะเห็นรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ๆอยู่ชัดเจนมาก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ ที่นี่จะเรียกว่า โครงการพุทธอุทยานมหาราช ที่นี่มีของขายและร้านค้าของชาวบ้านแถวนั้นมาขายด้วยนะครับ เราก็เข้าไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคงก่อนจะออกเดินทางกันต่อ
เราออกเดินทางมุ่งหน้าต่อไปผ่านจังหวัดอ่างทอง สิงบุรี ชัยนาท แล้วมาแวะเข้าไปในจังหวัดอุทัยธานี ไปที่วัดท่าซุงหรือวัดจันทารามนั่นเอง ภายในวัดมีพระพุทธรูปและสิ่งก่อสร้างที่สวยงามน่าดู ที่นี่เป็นเมืองเงียบๆครับ ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย เป็นวิถีชีวิตของคนริมแม่น้ำสะแกกรัง ด้านหลังวัดจะติดกับแม่น้ำมีศาลาให้อาหารปลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจบรรยากาศสบายๆด้วยครับ
ขับรถออกมาทางฝั่งตรงข้ามประมาณ 300 เมตรก็จะเห็นป้ายทางเข้าวิหารแก้ว เลี้ยวเข้าไปได้เลยครับ ตรงจุดนี้ถือว่าเป็น Hilight เลยครับ ภายในประดับประดาด้วยแก้วสวยงามมาก และบรรจุสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำไว้ด้วยครับ
ออกเดินทางกันต่อขับกันยาวๆมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชรกันเลยครับ ที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดทั้งปี สามารถเล่นน้ำได้หลายจุด มีลานกางเต็นท์และร้านค้าให้บริการครับ
ความสวยงามของน้ำตกไม่เป็นรองใครครับ ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งรู้สึกถึงความสวยงามยิ่งใหญ่ครับ
หลังจากพักผ่อนเล่นน้ำกันสักพักเราก็ออกเดินทางต่อขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติแม่วงค์กันต่อครับ
เผื่อเวลาให้ขับรถขึ้นกันสักนิดหนึ่งครับ เพราะทางค่อนข้างไกลและลำบากอยู่สักหน่อย ใครมีรถกระบะยกสูงนี่สบายๆครับ แต่รถเก๋งก็ขึ้นได้ครับ ผมเองก็ขับรถเก๋งขึ้นไป ต้องเตรียมอาหารการกินไปให้เรียบร้อยนะครับ ข้างบนไม่มีของขายครับ แต่ใครจะไปซื้อของกินบริเวณที่ทำการอุทยานก็ได้ครับ สำหรับใครที่อยากเดินป่าทางไกลติดต่อได้ที่นี่เลยครับ มีเส้นทางแม่วงค์-โมโกจู กันให้ท้าทายใช้เวลา 5 วันในการเดินทางไปกลับครับ ระหว่างทางขึ้นไปอย่าขับเร็วมากนักครับ เพราะทางค่อนข้างคดเคี้ยวและแคบ บางทีมีรถสวนขึ้นมาตรงทางโค้งเราจะมองไม่เห็นครับ แต่ทางโดยรวมส่วนใหญ่ก็ดีครับ จะไปลำบากหน่อยตรงช่วงทางขึ้นจาก ขุนน้ำเย็น-ช่องเย็นครับ ใครที่ไม่อยากขึ้นไปถึงช่องเย็นก็แนะนำให้พักที่ขุนน้ำเย็นก็พอครับ สวยงามพอกัน แถมกว้างขวางและสะดวกสบายกว่าครับ ถ้าช่วงเทศกาลนี่อย่าได้ขึ้นไปถึงช่องเย็นเลยครับ คนเยอะมากๆ
มุ่งหน้าขึ้นสู่ช่องเย็นไปถึงช่วงเย็นๆพอดี พระอาทิตย์ใกล้จะตกแสงสวยงามมากๆครับ จัดการกางเต๊นท์ให้เรียบร้อยครับ และรอคอยแสงเย็น อ๋อที่นี่ให้ระวังเจ้าตัวคุ่นกันสักนิดหนึ่งครับ หาเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวมาใส่จะดีกว่า เจ้าตัวดูดเลือดนี่หน้าตาคล้ายๆยุง แต่กัดไม่เจ็บไม่คันครับ แต่กัดแล้วไม่รู้สึกตัว รู้อีกทีเป็นตุ่มแดงๆลักษณะพองๆคล้ายๆกับเลือดคั่งครับ แนะนำให้บีบเลือดออกมาจะดีกว่าครับ
ที่นี่อากาศเย็นสบายมากครับ เป็นช่องกระแสลมหนาวพัดผ่าน คุ้มค่าครับกับการได้ขึ้นมา
ข้อควรระวังอยู่อย่างเดียวของที่นี่ครับ ระวังจะเหงาใจครับ หาเพื่อนรู้ใจขึ้นมาด้วยก็ดีครับ
ค่ำคืนนี้พักผ่อนกันให้เต็มที่ครับ เพราะพรุ่งนี้รีบตื่นมาแต่เช้า ปีนขึ้นเขากันไปชมวิวด้านบนจุดชมวิวภูสวรรค์กันครับ ป้ายบอกระยะทางไม่กี่ร้อยเมตรครับ แต่เอาเข้าจริงเหนื่อยไม่ใช่เล่นครับ ยิ่งอากาศหนาวๆหายใจกันแทบไม่ทันเลยครับ แต่รับรองครับสวยกว่าที่คิดเยอะ
หลังจากลงมาก็เตรียมตัวเก็บของกลับลงมาด้านล่างครับ ระหว่างทางมีจุดแวะชมวิวมากมาก อย่างจุดนี้ครับ เรียกว่าจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น กิ่วกระทิง
ด้านล่างสุดเกือบถึงที่ทำการอุทยานมีแก่งให้เข้าไปชมกันครับ มีชื่อว่า แก่งผานางคอยครับ ทางเข้าค่อนข้างลำบากครับ รถเก๋งขับได้แต่ต้องระวังมากๆครับ ที่นี่สามารถลงเล่นน้ำได้ครับ มีที่ให้นั่งพักผ่อนปิคนิคกันได้ครับ
แก่งแห่งนี่เขามีตำนานกล่าวไว้ว่า มีนางหญิงผู้หนึ่งมารอคอยคนรักอยู่ที่แก่งแห่งนี้ แต่รอจนแล้วจนเล่าคนรักก็ไม่มาจนต้องตรอมใจตามอยู่ในที่แห่งนี้ เลยเรียกขานกันต่อมาว่า แก่งผานางคอย
เดินทางออกจากอุทยานแห่งชาติแม่วงค์ มุ่งกลับสู่จังหวัดนครสวรรค์ ใครที่มาตัวเมือง อย่าลืมขึ้นมาที่วัดเขาคีรีวงค์กันนะครับ สามารถขึ้นมาเห็นวิวตัวเมืองจังหวัดกันได้ ลากันไปด้วยภาพนี้ครับ ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกมากมายถ้ามีโอกาสจะเอามารีวิวให้ดูกันอีกครับ ขอบคุณมากครับ
[CR] ภูมิแพ้กรุงเทพฯไปพึ่งช่องเย็น
สวัสดีครับเพื่อนๆชาวพันทิป นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะมาเขียนรีวิว หลังจากที่แอบส่องมานาน อิๆ แต่ไม่กล้าและไม่มีเวลาสักที ได้ความรู้จากที่นี่ไปตั้งเยอะ ได้แรงบันดาลใจให้ออกไปหาความรู้ในโลกกว้าง ถ้าผิดพลาดประการใดต้องอภัยด้วยนะครับ มือใหม่หัดโพสน์
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผมตั่งใจจะไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดนครสวรรค์ เลยถือโอกาสเลยไปเที่ยวที่กำแพงเพชรซะเลย ผมออกเดินทางจากกรุงเทพฯเมื่อตอนสายๆ วิ่งทางสายเอเซีย ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณ กม.44 บริเวณตำบลบ้านใหม่ สังเกตุทางด้านซ้ายมือครับ จะเห็นรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ๆอยู่ชัดเจนมาก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ ที่นี่จะเรียกว่า โครงการพุทธอุทยานมหาราช ที่นี่มีของขายและร้านค้าของชาวบ้านแถวนั้นมาขายด้วยนะครับ เราก็เข้าไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคงก่อนจะออกเดินทางกันต่อ
เราออกเดินทางมุ่งหน้าต่อไปผ่านจังหวัดอ่างทอง สิงบุรี ชัยนาท แล้วมาแวะเข้าไปในจังหวัดอุทัยธานี ไปที่วัดท่าซุงหรือวัดจันทารามนั่นเอง ภายในวัดมีพระพุทธรูปและสิ่งก่อสร้างที่สวยงามน่าดู ที่นี่เป็นเมืองเงียบๆครับ ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย เป็นวิถีชีวิตของคนริมแม่น้ำสะแกกรัง ด้านหลังวัดจะติดกับแม่น้ำมีศาลาให้อาหารปลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจบรรยากาศสบายๆด้วยครับ
ขับรถออกมาทางฝั่งตรงข้ามประมาณ 300 เมตรก็จะเห็นป้ายทางเข้าวิหารแก้ว เลี้ยวเข้าไปได้เลยครับ ตรงจุดนี้ถือว่าเป็น Hilight เลยครับ ภายในประดับประดาด้วยแก้วสวยงามมาก และบรรจุสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำไว้ด้วยครับ
ออกเดินทางกันต่อขับกันยาวๆมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชรกันเลยครับ ที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดทั้งปี สามารถเล่นน้ำได้หลายจุด มีลานกางเต็นท์และร้านค้าให้บริการครับ
ความสวยงามของน้ำตกไม่เป็นรองใครครับ ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งรู้สึกถึงความสวยงามยิ่งใหญ่ครับ
หลังจากพักผ่อนเล่นน้ำกันสักพักเราก็ออกเดินทางต่อขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติแม่วงค์กันต่อครับ
เผื่อเวลาให้ขับรถขึ้นกันสักนิดหนึ่งครับ เพราะทางค่อนข้างไกลและลำบากอยู่สักหน่อย ใครมีรถกระบะยกสูงนี่สบายๆครับ แต่รถเก๋งก็ขึ้นได้ครับ ผมเองก็ขับรถเก๋งขึ้นไป ต้องเตรียมอาหารการกินไปให้เรียบร้อยนะครับ ข้างบนไม่มีของขายครับ แต่ใครจะไปซื้อของกินบริเวณที่ทำการอุทยานก็ได้ครับ สำหรับใครที่อยากเดินป่าทางไกลติดต่อได้ที่นี่เลยครับ มีเส้นทางแม่วงค์-โมโกจู กันให้ท้าทายใช้เวลา 5 วันในการเดินทางไปกลับครับ ระหว่างทางขึ้นไปอย่าขับเร็วมากนักครับ เพราะทางค่อนข้างคดเคี้ยวและแคบ บางทีมีรถสวนขึ้นมาตรงทางโค้งเราจะมองไม่เห็นครับ แต่ทางโดยรวมส่วนใหญ่ก็ดีครับ จะไปลำบากหน่อยตรงช่วงทางขึ้นจาก ขุนน้ำเย็น-ช่องเย็นครับ ใครที่ไม่อยากขึ้นไปถึงช่องเย็นก็แนะนำให้พักที่ขุนน้ำเย็นก็พอครับ สวยงามพอกัน แถมกว้างขวางและสะดวกสบายกว่าครับ ถ้าช่วงเทศกาลนี่อย่าได้ขึ้นไปถึงช่องเย็นเลยครับ คนเยอะมากๆ
มุ่งหน้าขึ้นสู่ช่องเย็นไปถึงช่วงเย็นๆพอดี พระอาทิตย์ใกล้จะตกแสงสวยงามมากๆครับ จัดการกางเต๊นท์ให้เรียบร้อยครับ และรอคอยแสงเย็น อ๋อที่นี่ให้ระวังเจ้าตัวคุ่นกันสักนิดหนึ่งครับ หาเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวมาใส่จะดีกว่า เจ้าตัวดูดเลือดนี่หน้าตาคล้ายๆยุง แต่กัดไม่เจ็บไม่คันครับ แต่กัดแล้วไม่รู้สึกตัว รู้อีกทีเป็นตุ่มแดงๆลักษณะพองๆคล้ายๆกับเลือดคั่งครับ แนะนำให้บีบเลือดออกมาจะดีกว่าครับ
ที่นี่อากาศเย็นสบายมากครับ เป็นช่องกระแสลมหนาวพัดผ่าน คุ้มค่าครับกับการได้ขึ้นมา
ข้อควรระวังอยู่อย่างเดียวของที่นี่ครับ ระวังจะเหงาใจครับ หาเพื่อนรู้ใจขึ้นมาด้วยก็ดีครับ
ค่ำคืนนี้พักผ่อนกันให้เต็มที่ครับ เพราะพรุ่งนี้รีบตื่นมาแต่เช้า ปีนขึ้นเขากันไปชมวิวด้านบนจุดชมวิวภูสวรรค์กันครับ ป้ายบอกระยะทางไม่กี่ร้อยเมตรครับ แต่เอาเข้าจริงเหนื่อยไม่ใช่เล่นครับ ยิ่งอากาศหนาวๆหายใจกันแทบไม่ทันเลยครับ แต่รับรองครับสวยกว่าที่คิดเยอะ
หลังจากลงมาก็เตรียมตัวเก็บของกลับลงมาด้านล่างครับ ระหว่างทางมีจุดแวะชมวิวมากมาก อย่างจุดนี้ครับ เรียกว่าจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น กิ่วกระทิง
ด้านล่างสุดเกือบถึงที่ทำการอุทยานมีแก่งให้เข้าไปชมกันครับ มีชื่อว่า แก่งผานางคอยครับ ทางเข้าค่อนข้างลำบากครับ รถเก๋งขับได้แต่ต้องระวังมากๆครับ ที่นี่สามารถลงเล่นน้ำได้ครับ มีที่ให้นั่งพักผ่อนปิคนิคกันได้ครับ
แก่งแห่งนี่เขามีตำนานกล่าวไว้ว่า มีนางหญิงผู้หนึ่งมารอคอยคนรักอยู่ที่แก่งแห่งนี้ แต่รอจนแล้วจนเล่าคนรักก็ไม่มาจนต้องตรอมใจตามอยู่ในที่แห่งนี้ เลยเรียกขานกันต่อมาว่า แก่งผานางคอย
เดินทางออกจากอุทยานแห่งชาติแม่วงค์ มุ่งกลับสู่จังหวัดนครสวรรค์ ใครที่มาตัวเมือง อย่าลืมขึ้นมาที่วัดเขาคีรีวงค์กันนะครับ สามารถขึ้นมาเห็นวิวตัวเมืองจังหวัดกันได้ ลากันไปด้วยภาพนี้ครับ ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกมากมายถ้ามีโอกาสจะเอามารีวิวให้ดูกันอีกครับ ขอบคุณมากครับ