บาเยิร์น มิวนิค ในมุมมองของการบริหารทีม

จากกระแสการโจมตีของแฟนบอลหลายคนในห้องนี้ เรื่องของการดูดนักเตะจากทีมคู่แข่งร่วมลีค
ผมมีมุมมองที่แตกต่างจากความเห็นอื่น ในแง่ของการทำทีมฟุตบอล เทียบกับการบริหารธุรกิจ หลายคนคิดแค่ว่าเหตุผลที่เสือใต้มักสามารถดูดนักเตะเก่งๆเข้ามาร่วมทีมได้ตลอดนั้น คือ ความร่ำรวย ชื่อเสียง เกียรติประวัติ และความสำเร็จ ถ้าใครเข้ามาร่วมทีมจะต้องได้รับสิ่งนี้เสมอไป

แต่...มันใช่เหตุผลที่แท้จริงหรือ ก็อาจใช่นะ แต่ผมไม่มองแค่เรื่องเหล่านั้น ผมมองว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น และสิ่งที่ซ่อนอยู่ มันคือหัวใจของความสำเร็จซะด้วยสิ เป็นสิ่งที่น่าทำความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าเหตุผลมีแค่นั้นจริง ทำไม นักเตะเก่งๆหลายคนรวมถึงยอดโค้ชแบบเป๊ป ถึงตัดสินใจเลือกเสือใต้ล่ะ (พิจารณาเฉพาะคนที่มีทีมใหญ่ๆตามจีบ)
ทั้งที่ 1. ไม่การันตีตำแหน่งตัวจริงให้นักเตะ ส่วนโค้ช ถ้าทำทีมแล้วมีแววย่ำแย่ เสือใต้ก็ไม่ใช่ทีมที่ยอมให้เวลานานๆเพื่อพิสูจน์ตัวเองซะด้วยสิ มักไล่ออกอย่างรวดเร็ว
       2. ค่าจ้างยอมจ่ายสูง แต่ไม่ใช่ทีมที่จ่ายค่าแรงแพงสุดๆ ถ้าเห็นแก่เงินเป็นหลักทำไมไม่เลือกรีล มาดริด หรือแมนซิตี้,เชลซี ล่ะ
       3. เกียรติประวัติอันดับต้นๆของโลก แต่ก็ไม่ได้เหนือไปกว่า รีล มาดริด บาร์เซโลน่า แมนยู แบบชัดเจน
       4. จำนวนแฟนบอลทั่วโลก น่าจะน้อยกว่าทีมดังกล่าวด้วยซ้ำไป
       5. สนามซ้อม อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ อยู่ในระดับต้นๆของโลก แต่ไม่ใช่ว่าจะเหนือกว่าทีมอื่นซักเท่าไหร่
       6. การการันตีความสำเร็จ มีโอกาสได้แชมป์ต่างๆสูง แต่ก็ไม่ไ้ด้เหนือกว่ายอดทีมอื่นเช่นกัน

แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้ชนะใจนักเตะและโค้ชได้ ทำไมนักเตะหรือโค้ชที่มีทีมใหญ่รุมจีบ ถึงตัดสินใจเลือกมาบาเยิร์น มิวนิค ทั้งที่ได้ค่าจ้างน้อยกว่า ถ้าไปรีล มาดริด ,เชลซี ,แมนซิตี้

หัวใจหลักอยู่ที่การบริหารจัดการต่างหาก ที่เรียกกันในวงการว่า "ระบบครอบครัว" บาเยิร์นเป็นทีมขนาดใหญ่ ร่ำรวย มีเกียรติประวัติมากมายยาวนาน แต่มีความเป็นครอบครัว มันคือเอกลักษณ์ เป็นระบบการจัดการอันยอดเยี่ยมที่ยากต่อการเลียนแบบ เพราะอะไร

เพราะมันได้รับการปลูกฝัง สร้างสมติดต่อกันมาอย่างยาวนาน จากรุ่นสู่รุ่น มันถ่ายทอดมาจากใจ ผู้บริหารของทีมส่วนมาก มาจากการเป็นนักเตะเก่าของทีมมาก่อน ค่อยๆทำงานและได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นมาตามลำดับ ตามผลงาน พวกนี้จึงมีความรักในทีม เพราะทำงานด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

ผู้บริหารเหล่านี้ เพราะเคยเป็นนักเตะของทีมมาก่อน จึงมีความเข้าอกเข้าใจถึงความรู้สึกของเหล่านักเตะได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากคำให้สัมภาษณ์ของนักเตะ เช่น -ติอาโก้ บอกว่าปลื้มใจมากที่เจ้านายอย่างรุมเมนิกเก้ โทรมาสอบถามอาการเจ็บแสดงออกถึงความเป็นห่วง เรื่องแบบนี้อาจหาได้ยากในทีมมหาเศรษฐีอื่น

-ริเบรี่ เคยบอกว่า ประทับใจมากกับการต้อนรับของทีม ที่รู้ในเรื่องละเอียดอ่อน จัดอาหารเฉพาะอย่างของคนที่นับถืออิสลามอย่างเขา ทั้งที่เขาไม่ได้ร้องขอ แต่ทีมกลับใส่ใจอย่างน่าทึ่ง

-ดันเต้ บอกกับเนย์ มาร์ ชวนให้มาเล่นด้วยกัน เพราะเสือใต้คือทีมที่ดูแลนักเตะได้ดีที่สุดในโลก (ทั้งที่ดันเต้เองก็ไม่เคยเล่นให้กับยอดทีมอื่นซักหน่อย แต่พี่แกคงประทับใจบาเยิร์นมากนั่นเอง)

-เป๊ป บอกว่าตอนเจรจาทาบทามกันนั้น เขารู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัวของทีมนี้ และมันสร้างความประทับใจให้เค้ามาก สิ่งนั้นสำคัญกว่าเรื่องเงิน แน่นอนว่าเสือใต้จ่ายค่าแรงให้เป๊ปสูงมาก แต่ทีมอื่นกล้าทุ่มให้มากกว่านั้น

หรือการที่ผู้บริหารระดับอดีตผจก.ทั่วไปอย่างเฮอเนสไม่ได้นั่งทำงานบนหอคอยงาช้าง แต่คลุกคลีใกส้ชิดกับนักเตะ ทำให้รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในทีม และตัดสินใจแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เช่นเคสการปลดโค้ช ฟาน กัล เป็นต้น แม้ตอนนี้เฮอเนสจะปรับขึ้นเป็นประธานสโมสรแล้ว แต่ยังให้สัมภาษณ์ว่าประตูห้องทำงานของเขายังเปิดต้อนรับนักเตะและโค้ช สามารถเดินเข้าไปพูดคุยกันได้ตลอดเวลา

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งสังเกตได้ นั่นคือไม่ค่อยเจอเคสที่นักเตะอยากย้ายทีมเอง นอกจากเจอปัญหาไม่มีโอกาสลงเล่น ขนาดนักเตะที่ย้ายออกไปแล้ว ยังไม่ค่อยเจอใครให้สัมภาษณ์ถึงเสือใต้ในแง่ลบเลย แสดงว่าการดูแลนักเตะของทีมนี้ยอดเยี่ยมมาก แม้แต่รอบเบนยังยอมรับได้ ถ้าต้องเป็นตัวสำรองในบางนัด (ที่จริงก็หลายนัดมากนะ ในช่วงฤดูกาลที่แล้ว ถ้าโครสไม่เจ็บ รอบเบนน่าจะโดนดองยาว)

ในการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การแสวงหาคนเก่งให้เข้ามาร่วมงานกับเราให้ได้ เมื่อได้มาแล้วก็ต้องรักษาไว้ให้ได้เช่นกัน แต่คนเก่งที่มาทำงานเพราะเงินก็ย่อมจากไปเพราะเงินเช่นกัน ถ้าที่อื่นจ่ายค่าแรงให้สูงกว่า เขาก็ไป ดังนั้นองค์กรต้องสามารถผูกใจพนักงานให้ได้ และวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการผูกใจคน นั่นคือการดูแลให้เขามีความสุขเมื่อได้ทำงานกับเรา แน่นอนว่าผลตอบแทนก็ต้องดีด้วย แต่ไม่จำเป็นต้องจ่ายสูงที่สุดในตลาด เพราะเงินไม่สามารถมัดใจคนได้อย่างแท้จริง ต้องมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างของทีมนี้ นั่นคือเป้าหมายชัดเจนมาก คือต้องได้แชมป์ทุกปี ถ้าวืดบ้างบางปีก็ยังพอยอมรับได้ แต่ถ้าวืดติดต่อกัน 2-3 ปี เป็นสิ่งที่ผู้บริหารของทีมยอมไม่ได้ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมาครองแชมป์ให้ได้ พูดง่ายๆคือความสำเร็จสำคัญกว่าเรื่องเงิน ผู้บริหารของหลายทีมอาจยอมรับได้ถ้าพลาดแชมป์ติดต่อกันหลายปี ขอเพียงทำกำไรได้ตามเป้าเท่านั้น

แต่บาเยิร์นไม่ยอมแน่นอน ความสำเร็จต้องมาก่อน แล้วเงินจะตามมาเอง แต่ไม่ใช้วิธีทุ่มเงินแบบบ้าเลือด เรียกว่ารวยแบบใช้เงินเป็น ยอมจ่ายสูงถ้าคิดว่าคุ้มค่า แต่ไม่จ่ายแบบเหวี่ยงแหแน่นอน การทีทีมประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องได้ทั้งเงินผลกำไรและตำแหน่งแชมป์ต่างๆ เพราะปรัชญาของทีมชัดเจน "ระบบครอบครัว" มันได้ผลเด่นชัดมาก สามารถดึงดูดทั้งนักเตะและโค้ชรวมถึงผู้บริหารระดับยอดฝีมือให้เข้ามาร่วมงานได้ พอได้มาแล้วก็ยังรักษาไว้ได้อีก มันเลยหนุนเนื่องกันเป็นลูกโซ่

กระทั่งเรื่องราคาตั๋ว เสือใต้คิดราคาต่ำกว่าหลายทีมในยุโรปอีก เฮอเนสเคยให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกตกใจกับราคาค่าตั๋วของทีมในพรีเมียร์ลีค เพราะมันราคาแพงมากๆ ที่มิวนิคมีแฟนบอลจำนวนมากและน่าจะมีหลายคนที่ยอมจ่ายค่าตั๋วแพงๆ แต่บาเยิร์นไม่ต้องการเอาเปรียบแฟนบอล เราขายในราคาที่คนดูสามารถจ่ายได้

การการันตีความสำเร็จนี่เอง (แชมป์บุนเดสลีกาเป็นเรื่องที่ได้จนชิน ส่วน UCL ชัวร์มากว่าได้เล่นทุกปีแน่ และมีโอกาสผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้สูงมาก) ที่เป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อ ในการดึงดูดใจให้คนเก่งอยากเข้ามาร่วมทีมด้วย

เมื่อผู้บริหารทำงานด้วยหัวใจ ผู้เล่นมีความสุข ความรักความภักดีก็ตามมาพร้อมกับความสำเร็จที่เห็นชัดเป็นรูปธรรม แล้วตัวนักเตะเองนี่แหละ ที่เป็นคนคอยประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักเตะเก่งๆของทีมอื่นให้มาเล่นด้วยกันที่นี่ อลิอันซ์ อารีน่า มิวนิค

ถ้าใครอยากพัฒนาองค์กรของตนให้ประสบความสำเร็จ ในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ควรดูตัวอย่างการบริหารจัดการของยอดทีมที่ชื่อว่า
บาเยิร์น มิวนิค
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่