ทีแรกคิดอยู่นานว่าจะเขียนกระทู้นี้ดีมั้ย แต่ด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรงและลืมไม่ลงจริงๆ ค่ะ เลยอยากจะเขียนเล่าประสบการณ์นี้ ให้ได้อ่านกัน เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่นๆ จะได้ระวังกันไว้นะคะ
ขอไม่เอ่ยนามนะคะว่าเป็นร้านไหน เราไม่ได้ต้องการแฉ หรือเรียกร้องอะไร นะคะต้องการให้ทราบเป็นประสบการณ์จริงๆ ค่ะ
เริ่มค่ะ ........
วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2556 เราและครอบครัว ( พ่อแม่ เรา และน้องอีก 2 คน ) ไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารร้านหนึ่งในห้างฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต ชั้นใต้ดินค่ะ เป็นร้านที่คนเยอะพอสมควร ต้องรอคิวกว่าจะได้เข้าไปกิน พอได้เข้าไปนั่งที่โต๊ะ สังเกตุเห็นว่าที่เก้าอี้มีรูโหว่ ใหญ่พอสมควรค่ะ
( ขอโทษค่ะไม่ทันได้ถ่ายรูปมา มัวแต่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ) นึกภาพนะคะคือเก้าอี้เป็นไม้ แล้ว build ขึ้นมาน่ะค่ะ แบบเป็นที่นั่งใหญ่ๆ โค้งๆ นั่งได้ 4-5 คนน่ะค่ะ แล้วตรงที่นั่งตรงกลางๆ มีรูโหว่ขนาดใหญ่ โดยที่ทางร้านยังไม่ได้ปิดรูนั้นค่ะ
ทีแรกน้องชายวัย 7 ขวบเห็นรูนั้นก็พูดเล่นๆ ขึ้นมาว่า มีหนูอยู่ในรูนั้นรึเปล่าน้าา ? ตอนที่เราได้ยินก็คิดขำๆ ค่ะ ว่าไม่ใช่หรอก ร้านแบบนี้จะมีหนู
ได้ยังไง แล้วก็กินข้าวกันไปเรื่อยๆ จนใกล้จะเสร็จค่ะ น้องชายกับพ่อก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่เรานั่งกินอยู่ ก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงจี๊ดๆ อยู่ในรูโหว่นั้น ก็เริ่มเอะใจ ว่าเห้ยย หรือจะมีหนูจริงๆ ก็เลยรีบกินแล้วจะรีบไป แล้วน้องกับพ่อก็กลับมาค่ะ
ไม่รู้ด้วยความบังเอิญ หรือ ความซนของน้องนะคะ ดันเอามือไปแหย่ในรูนั้นค่ะ แล้วน้องก็ร้องเสียงดังว่ามีอะไรกัด!! ขณะที่น้องชักมือออกมานั้น มีเลือดออกที่นิ้วค่ะ เยอะมากเลย !! น้องร้องไห้ลั่นร้านเลย แล้วพนักงานและผู้จัดการร้านก็มา ผู้จัดการร้านเข้ามาถ่ายรูปที่รู ที่แผลของน้องไว้ทุกอย่าง แล้วก็พาไปทำแผลที่ห้องพยาบาลในห้างฟิวเจอร์ค่ะ เราและพ่อตามน้องไปตลอด แล้วแม่กับน้องอีกคนรออยู่ที่ร้าน ระหว่างทางที่ไป เหมือนผู้จัดการจะพยายามบอกว่ามือน้องคงไปโดนตะปู หรือไม้ที่ช่องนั้นบาดเข้า ( แต่ในใจเรายังเอะใจ ตลอดว่าอาจจะเป็นหนูกัด )
พอไปทำแผลที่ห้องพยาบาลก็พบว่าแผลลึกค่ะ เลยจะส่งต่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางที่เดินทางไป ยาม พนักงานที่ห้าง ผู้จัดการร้าน อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางเลยนะคะ
ระหว่างการเดินทางค่ะ แม่ที่นั่งอยู่ที่ร้านโทรมาบอกว่า เห็นหัวหนูโผล่ออกมาจากรูนั้น !!! เพราะมีพนักงานคนหนึ่งอยากจะพิสูจน์ว่ามีอะไรมั้ย เลยพยายามจะเอามือแหย่ลงไป ก็เกือบถูกกัดไปอีกคนค่ะ
พอไปถึงโรงพยาบาลปทุมเวช ก็เข้าห้องอุบัติเหตุ ฉุกเฉินค่ะ พอหมอตรวจแผลดู ก็บอกว่าน่าจะเป็นอะไรแหลมๆ ทิ่ม เราก็พยายามบอกหมอว่า แผลมันมี 2 ด้าน คือทั้งด้านล่างและด้านบนของนิ้วนางข้างขวา คิดว่าน่าจะเป็นหนูกัดเลยอยากจะให้ฉีดยาป้องกันไว้ก่อนค่ะ แล้วน้องชายวัย 7 ขวบของเราก็โดนฉีดยาไปทั้งหมด 5 เข็มค่ะ คือ 2 เข็มแรกฉีดทดสอบว่าแพ้เซรั่มกันโรคพิษสุนัขบ้าที่จะฉีดหรือเปล่า เข็มที่ 3 ฉีดที่ก้นค่ะ แ้ล้วเข็มที่ 4 และ 5 ฉีดตรงโคนนิ้ว !! โิ้อ้ยยย น้องร้องไห้เสียงดังมากๆ ค่ะ สงสารน้องจับใจจริงๆ เด็ก 7 ขวบต้องมาฉีดยาขนาดนี้ ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่แืท้ๆ ฉีดวัคซีนเข็มเดียวยังเจ็บเลยค่าาาา !
ระหว่างนี้ผู้จัดการร้านอาหารนั้น อยู่ด้วยตลอดเวลาเลยนะคะ คอยประสานงานกับทางร้านและรายงานเรื่องนี้กับบริษัทตลอดค่ะ
สรุปแล้วค่ารักษาพยาบาลประมาณ เกือบ 4,000 บาทค่ะ ทั้งค่ายา ค่าหมอ ค่าพยาบาล เสร็จแ้ล้วก็เดินทางกลับไปที่ร้านนั้นค่ะ เขาก็เอาบัตรสมาชิกที่ทำไว้กับร้านไป บอกว่าจะให้การรับรองพิเศษ แล้วค่าอาหารมื้อนั้นก็ให้กินฟรีไป รวมทั้งออกค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลให้ทั้งหมดเลยค่ะ ก็ขอบคุณทางร้านที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ
ตอนนี้เวลาผ่านมา 2 วันแล้วค่ะ เราล้างแผลให้น้องทุกวัน สงสารน้องมากๆ ค่ะ เพราะทุกครั้งที่แกะผ้าก็อซออก มันจะติดกับแผล เวลาดึงจะเจ็บมาก แต่น้องก็ยังอดทน พยายามดึงออกเองและเปลี่ยนใหม่ทุกวัน อีกทั้งน้องยังต้องไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าอีกตั้ง 4 เข็ม !!! โอ้ยย สงสารน้องจริงๆ ค่ะ
ตอนนี้ภาพเหตุการณ์นั้นยังติดตาเราอยู่เลยค่ะ เราเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับน้อง แม้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าทางร้านจะรับผิดชอบยังไง ก็ำไม่สามารถทำให้ความรู้สึกที่เสียไปดีขึ้นมาได้เลยนะคะ !! หลังจากที่กลับมาที่ร้านแล้ว พบว่าทางร้านเอาแลคซีนมาปิดรูนั้น และยังให้บริการ ให้ลูกค้ามานั่งทานต่อค่ะเราล่ะนึกกลัวจริงๆ ว่าจะเกิดกับใครอีกมั้ย
ที่มาเขียนกระทู้นี้อยากจะเป็นประสบการณ์ให้คนอื่นๆ หรือร้านอาหารอื่นๆ ระวังกันด้วยนะคะ รูโหว่นั้น ทางร้านบอกแจ้งช่างมาซ่อมหลายวันแล้วแต่ช่างยังไม่ว่าง เลยปล่อยไว้ ไม่คิดว่าจะมีหนูอยู่ในนั้น เฮ้อ! แล้วหนูตัวนั้นก็ดุร้ายมากเสียดายสิคะ กัดนิ้วเลือดไหลเลย
อยากจะให้ร้านอาหารอื่นๆ ช่วยกันดูแลปัญหานี้กันด้วยนะคะ ไม่อยากจะให้เกิดกับใครอีกแล้วจริงๆ ค่ะ ฝากด้วยนะคะ
นี่เป็นรูปแผล หลังจากที่โดนกัด 2 วันค่ะ ยังมีเลือดซึมๆ และเหมือนจะมีหนองไหลออกมาด้วยนิดหน่อยค่ะ เสียดายมากจริงๆค่ะ ที่ไม่ได้ถ่ายช่องโหว่นั้นมาให้ดู มัวแต่ตกใจอยู่ ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ค่ะ !!!
สู้ตายคับผม !! รูปน้องชายค่ะ 2 วันหลังจากเกิดเหตุการณ์ ยังยิ้มได้อยู่ ^^

* เพิ่มเติมข้อมูลนะคะ ::: เมื่อวันนี้ ( วันที่ 2 มกราคม 2557 ) ทางร้านโทรมาสอบถามอาการน้องจากคุณพ่อค่ะ และยังบอกว่าวัคซีนอีก 4 เข็มที่ต้องฉีดสามารถส่งใบไปเบิกค่ารักษาได้ค่ะ เขาจะจ่ายให้หมดเลย // ขอบคุณทางร้านมากๆ ค่ะ ที่มีความรับผิดชอบขนาดนี้
โดนหนูกัด !! ในร้านอาหารดังที่ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิตค่ะ
ขอไม่เอ่ยนามนะคะว่าเป็นร้านไหน เราไม่ได้ต้องการแฉ หรือเรียกร้องอะไร นะคะต้องการให้ทราบเป็นประสบการณ์จริงๆ ค่ะ
เริ่มค่ะ ........
วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2556 เราและครอบครัว ( พ่อแม่ เรา และน้องอีก 2 คน ) ไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารร้านหนึ่งในห้างฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต ชั้นใต้ดินค่ะ เป็นร้านที่คนเยอะพอสมควร ต้องรอคิวกว่าจะได้เข้าไปกิน พอได้เข้าไปนั่งที่โต๊ะ สังเกตุเห็นว่าที่เก้าอี้มีรูโหว่ ใหญ่พอสมควรค่ะ
( ขอโทษค่ะไม่ทันได้ถ่ายรูปมา มัวแต่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ) นึกภาพนะคะคือเก้าอี้เป็นไม้ แล้ว build ขึ้นมาน่ะค่ะ แบบเป็นที่นั่งใหญ่ๆ โค้งๆ นั่งได้ 4-5 คนน่ะค่ะ แล้วตรงที่นั่งตรงกลางๆ มีรูโหว่ขนาดใหญ่ โดยที่ทางร้านยังไม่ได้ปิดรูนั้นค่ะ
ทีแรกน้องชายวัย 7 ขวบเห็นรูนั้นก็พูดเล่นๆ ขึ้นมาว่า มีหนูอยู่ในรูนั้นรึเปล่าน้าา ? ตอนที่เราได้ยินก็คิดขำๆ ค่ะ ว่าไม่ใช่หรอก ร้านแบบนี้จะมีหนู
ได้ยังไง แล้วก็กินข้าวกันไปเรื่อยๆ จนใกล้จะเสร็จค่ะ น้องชายกับพ่อก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่เรานั่งกินอยู่ ก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงจี๊ดๆ อยู่ในรูโหว่นั้น ก็เริ่มเอะใจ ว่าเห้ยย หรือจะมีหนูจริงๆ ก็เลยรีบกินแล้วจะรีบไป แล้วน้องกับพ่อก็กลับมาค่ะ
ไม่รู้ด้วยความบังเอิญ หรือ ความซนของน้องนะคะ ดันเอามือไปแหย่ในรูนั้นค่ะ แล้วน้องก็ร้องเสียงดังว่ามีอะไรกัด!! ขณะที่น้องชักมือออกมานั้น มีเลือดออกที่นิ้วค่ะ เยอะมากเลย !! น้องร้องไห้ลั่นร้านเลย แล้วพนักงานและผู้จัดการร้านก็มา ผู้จัดการร้านเข้ามาถ่ายรูปที่รู ที่แผลของน้องไว้ทุกอย่าง แล้วก็พาไปทำแผลที่ห้องพยาบาลในห้างฟิวเจอร์ค่ะ เราและพ่อตามน้องไปตลอด แล้วแม่กับน้องอีกคนรออยู่ที่ร้าน ระหว่างทางที่ไป เหมือนผู้จัดการจะพยายามบอกว่ามือน้องคงไปโดนตะปู หรือไม้ที่ช่องนั้นบาดเข้า ( แต่ในใจเรายังเอะใจ ตลอดว่าอาจจะเป็นหนูกัด )
พอไปทำแผลที่ห้องพยาบาลก็พบว่าแผลลึกค่ะ เลยจะส่งต่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางที่เดินทางไป ยาม พนักงานที่ห้าง ผู้จัดการร้าน อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางเลยนะคะ
ระหว่างการเดินทางค่ะ แม่ที่นั่งอยู่ที่ร้านโทรมาบอกว่า เห็นหัวหนูโผล่ออกมาจากรูนั้น !!! เพราะมีพนักงานคนหนึ่งอยากจะพิสูจน์ว่ามีอะไรมั้ย เลยพยายามจะเอามือแหย่ลงไป ก็เกือบถูกกัดไปอีกคนค่ะ
พอไปถึงโรงพยาบาลปทุมเวช ก็เข้าห้องอุบัติเหตุ ฉุกเฉินค่ะ พอหมอตรวจแผลดู ก็บอกว่าน่าจะเป็นอะไรแหลมๆ ทิ่ม เราก็พยายามบอกหมอว่า แผลมันมี 2 ด้าน คือทั้งด้านล่างและด้านบนของนิ้วนางข้างขวา คิดว่าน่าจะเป็นหนูกัดเลยอยากจะให้ฉีดยาป้องกันไว้ก่อนค่ะ แล้วน้องชายวัย 7 ขวบของเราก็โดนฉีดยาไปทั้งหมด 5 เข็มค่ะ คือ 2 เข็มแรกฉีดทดสอบว่าแพ้เซรั่มกันโรคพิษสุนัขบ้าที่จะฉีดหรือเปล่า เข็มที่ 3 ฉีดที่ก้นค่ะ แ้ล้วเข็มที่ 4 และ 5 ฉีดตรงโคนนิ้ว !! โิ้อ้ยยย น้องร้องไห้เสียงดังมากๆ ค่ะ สงสารน้องจับใจจริงๆ เด็ก 7 ขวบต้องมาฉีดยาขนาดนี้ ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่แืท้ๆ ฉีดวัคซีนเข็มเดียวยังเจ็บเลยค่าาาา !
ระหว่างนี้ผู้จัดการร้านอาหารนั้น อยู่ด้วยตลอดเวลาเลยนะคะ คอยประสานงานกับทางร้านและรายงานเรื่องนี้กับบริษัทตลอดค่ะ
สรุปแล้วค่ารักษาพยาบาลประมาณ เกือบ 4,000 บาทค่ะ ทั้งค่ายา ค่าหมอ ค่าพยาบาล เสร็จแ้ล้วก็เดินทางกลับไปที่ร้านนั้นค่ะ เขาก็เอาบัตรสมาชิกที่ทำไว้กับร้านไป บอกว่าจะให้การรับรองพิเศษ แล้วค่าอาหารมื้อนั้นก็ให้กินฟรีไป รวมทั้งออกค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลให้ทั้งหมดเลยค่ะ ก็ขอบคุณทางร้านที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ
ตอนนี้เวลาผ่านมา 2 วันแล้วค่ะ เราล้างแผลให้น้องทุกวัน สงสารน้องมากๆ ค่ะ เพราะทุกครั้งที่แกะผ้าก็อซออก มันจะติดกับแผล เวลาดึงจะเจ็บมาก แต่น้องก็ยังอดทน พยายามดึงออกเองและเปลี่ยนใหม่ทุกวัน อีกทั้งน้องยังต้องไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าอีกตั้ง 4 เข็ม !!! โอ้ยย สงสารน้องจริงๆ ค่ะ
ตอนนี้ภาพเหตุการณ์นั้นยังติดตาเราอยู่เลยค่ะ เราเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับน้อง แม้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าทางร้านจะรับผิดชอบยังไง ก็ำไม่สามารถทำให้ความรู้สึกที่เสียไปดีขึ้นมาได้เลยนะคะ !! หลังจากที่กลับมาที่ร้านแล้ว พบว่าทางร้านเอาแลคซีนมาปิดรูนั้น และยังให้บริการ ให้ลูกค้ามานั่งทานต่อค่ะเราล่ะนึกกลัวจริงๆ ว่าจะเกิดกับใครอีกมั้ย
ที่มาเขียนกระทู้นี้อยากจะเป็นประสบการณ์ให้คนอื่นๆ หรือร้านอาหารอื่นๆ ระวังกันด้วยนะคะ รูโหว่นั้น ทางร้านบอกแจ้งช่างมาซ่อมหลายวันแล้วแต่ช่างยังไม่ว่าง เลยปล่อยไว้ ไม่คิดว่าจะมีหนูอยู่ในนั้น เฮ้อ! แล้วหนูตัวนั้นก็ดุร้ายมากเสียดายสิคะ กัดนิ้วเลือดไหลเลย
อยากจะให้ร้านอาหารอื่นๆ ช่วยกันดูแลปัญหานี้กันด้วยนะคะ ไม่อยากจะให้เกิดกับใครอีกแล้วจริงๆ ค่ะ ฝากด้วยนะคะ
นี่เป็นรูปแผล หลังจากที่โดนกัด 2 วันค่ะ ยังมีเลือดซึมๆ และเหมือนจะมีหนองไหลออกมาด้วยนิดหน่อยค่ะ เสียดายมากจริงๆค่ะ ที่ไม่ได้ถ่ายช่องโหว่นั้นมาให้ดู มัวแต่ตกใจอยู่ ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ค่ะ !!!
สู้ตายคับผม !! รูปน้องชายค่ะ 2 วันหลังจากเกิดเหตุการณ์ ยังยิ้มได้อยู่ ^^