สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ของทั้งไทยและบังคลาเทศเรียกได้เต็มปากว่า เดินมาถึงจุดนัดพบเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ อยู่ระหว่างรอการเลือกตั้งโดยฝ่ายค้านต่างก็บอยคอตการเลือกตั้งทั้งคู่ มิหนำซ้ำยังออกมาประท้วงขัดขวางการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหลังปีใหม่โดยมิได้นัดหมาย ตามลิงค์ข่าวที่แนบ
http://www.reuters.com/article/2013/12/29/us-bangladesh-election-idUSBRE9BS04Q20131229
ผมคงไม่ยินดีหรอกนะที่การเมืองบ้านเรายังวนเวียนอยู่ในอ่าง ไม่ต่างไปจากบังคลาเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
โดยภาพรวมหลังจาก บังคลาเทศแยกตัวเป็นอิสระจากปากีสถานในปี ค.ศ. 1971 ก็ดุเดือดเลือดพล่านตลอดมา ด้วยการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจของทั้งฝ่ายนักการเมืองและกองทัพ เรียกว่าอิรุงตังนังไม่ต่างจากบ้านเราที่เดียว การรัฐประหาร การลอบสังหาร การเมืองเชิงลบชนิดบู๊ล้างผลาญ เช่น การประท้วงปิดถนน ปิดเมืองก่อความวุ่นวาย การปะทะกันระหว่างม็อบต้านกับสนับรัฐบาล ถูกนำมาใช้เรื่อยมาจนเป็นเรื่องปกติ ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยวงกว้างจนประเทศย่ำอยู่กับที่ไม่อาจพ้นความยากจนได้
หันมองดูเมืองไทยอันสิวิไลซ์บ้านเรา ถึงกับใจหาย ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง สรุปว่าผมต้องมานั่งลุ้นใช่ไหมนี่ ว่าสองประเทศนี้ใครจะปฎิวัติก่อนใคร? คิดแล้วน้ำตาไหลพราก....
โมเดลการเมืองประเทศด้อยพัฒนา: บังคลาเทศ vs ไทย ใครจะปฏิวัติก่อนกัน ?
http://www.reuters.com/article/2013/12/29/us-bangladesh-election-idUSBRE9BS04Q20131229
ผมคงไม่ยินดีหรอกนะที่การเมืองบ้านเรายังวนเวียนอยู่ในอ่าง ไม่ต่างไปจากบังคลาเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
โดยภาพรวมหลังจาก บังคลาเทศแยกตัวเป็นอิสระจากปากีสถานในปี ค.ศ. 1971 ก็ดุเดือดเลือดพล่านตลอดมา ด้วยการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจของทั้งฝ่ายนักการเมืองและกองทัพ เรียกว่าอิรุงตังนังไม่ต่างจากบ้านเราที่เดียว การรัฐประหาร การลอบสังหาร การเมืองเชิงลบชนิดบู๊ล้างผลาญ เช่น การประท้วงปิดถนน ปิดเมืองก่อความวุ่นวาย การปะทะกันระหว่างม็อบต้านกับสนับรัฐบาล ถูกนำมาใช้เรื่อยมาจนเป็นเรื่องปกติ ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยวงกว้างจนประเทศย่ำอยู่กับที่ไม่อาจพ้นความยากจนได้
หันมองดูเมืองไทยอันสิวิไลซ์บ้านเรา ถึงกับใจหาย ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง สรุปว่าผมต้องมานั่งลุ้นใช่ไหมนี่ ว่าสองประเทศนี้ใครจะปฎิวัติก่อนใคร? คิดแล้วน้ำตาไหลพราก....