กรณีอ้างอิงจากข่าวนี้
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000157919
นายมีชัย - ถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า การกำหนดวันเลือกตั้งภายในอย่างช้าไม่เกิน 60 วัน
และต้องเลือกตั้งในวันเดียวกัน เราเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ใ
นเวลาที่ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ให้ใบแดงหรือใบเหลือง
แล้วก็กำหนดวันเลือกตั้งใหม่สำหรับเขตเลือกตั้งที่ไม่สุจริตนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นระยะเวลาที่เกินเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาแล้วทั้งนั้น กกต.ทำได้อย่างไร
คำตอบก็คือ การกำหนดวันเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาเป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งเหตุที่รัฐธรรมนูญกำหนดบังคับไว้ให้ต้องกำหนดไว้พร้อมกับการยุบสภา และกำหนดระยะเวลาสูงสุดไว้ ก็เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายบริหารซึ่งเป็นผู้ดำเนินการยุบสภา อาศัยการยุบสภาแล้วอยู่รักษาการเป็นการตีกินไปเป็นเวลานานๆ ฯลฯ
นักกฎหมายระดับนี้พูดแบบนี้เพื่ออะไร กกต.เขาเลื่อนแบบนั้นได้ เพราะมีกฎหมายรองรับไว้ ไม่ใช่เลื่อมมั่วไปหมดไม่มีหลักการ
นายมีชัย ถ้าได้อ่าน ดูตรงนี้หน่อย พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2550 บัญญัติว่า
มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑๒) สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือออกเสียงประชามติใหม่
ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งหรือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่
เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติในหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ
มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีพิจารณาให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
มีชัย -- นั่นแสดงว่าการจัดการเลือกตั้งมีกฎหมายให้อำนาจ กกต.ที่จะดูแลตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ ดังนั้นถ้า กกต.เห็นว่าการเลือกตั้งเขตใดไม่สุจริต ก็สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ (ที่เรียกกันว่าให้ใบแดงหรือใบเหลืองนั่นแหละ) ถึงตอนนี้ดูเหมือนไม่มีใครสงสัยเลยว่า
วันที่จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่น่ะเกิน 60 วันแล้วหรือไม่ คราวนี้ถ้าเกิดเหตุทุจริตกันทั้งประเทศ การเลือกตั้งทั้งประเทศก็ต้องทำใหม่หมด ซึ่งก็จะเลยกำหนด 60 วันเช่นกัน และเคยเกิดมาแล้ว ดูเหมือนเมื่อปี 49 ได้มีการเลือกตั้งใหม่อีก 5-6 เดือนถัดมา (ดูมาตรา 8 และ มาตรา 9 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งฯ) นั่นเป็นผลจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต
มีชัยเอ้ยยย เขียนรัฐะรรมนูญเองกับมือ ดันลืมอีก เอ้า ยก รธน.2550 มาให้ดูอีกที
มาตรา ๑๐๘ วรรค ๒
การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็น
การเลือกตั้งทั่วไป
ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันแต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
มีชัยดูหน่อย ไม่น้อยกว่า 45 ไม่เกิน 60 วัน หมายถึงเลือกตั้งเป็นการทั่วไป
กรณี กกต.เลือกตั้งใหม่ ต้องอาศัยอำนาจพรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯและ พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ ก็ไม่ขัด รธน.50 เพราะ พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ กำหนดแค่บางหน่วย ส่วน รธน.50 หมายถึงเลือกตั้งทั่วไป ในความหมายคือ ทุกหน่วย คนละเรื่องคนละประเด็น
กรณีที่เคยมีเมื่อปี 49 ไม่ถือว่าเป็นการเลือกตั้งใหม่ตาม รธน.50 แต่ถือว่าเลือกตั้งใหม่เพราะเหตุ ฯลฯ ตาม พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ
ก็สามารถเกิน 60 วันได้ จะก่อน 45 วันก็ได้ ตามแต่ กกต. เห็นควร แม้จะประกาศเลือกตั้งใหม่ทุกเขต ก็ไม่ใช่ตามความหมายของ
รธน.มาตรา ๑๐๘ เพราะเหตุว่า ตามรธน.50 นั้นคือเหตุการปกติ ถ้ามีเหตุการไม่ปกติมาแล้ว บังคับตาม พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ
ตาม รธน. 50 หมายถึง เหตุการปกติ เลือกตั้งเป็นการทั่วไป เลื่อนไม่ได้ ไม่มีกฎหมายรองรับ
ตาม พรบ. เลือกตั้งสมาชิกฯ อาศัยเหตุไม่ปกติมาเลือกตั้งใหม่ (ที่จริงหมายถึง กำหนดวันเลือกใหม่ วันเก่าไม่เลื่อน แต่เป็นโมฆะไป) ตามนี้
มีกฎหมายรองรับ
มีชัย -- แต่ถ้ามีเหตุอันทำให้มีการเลือกตั้งไม่ได้ เพราะเหตุเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่น กฎหมาย (มาตรา 78 พ.ร.บ.เลือกตั้งฯ) ก็ให้อำนาจ กกต.ที่จะกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ได้ โดยไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องเลื่อนไปถึงเมื่อไร เพราะกฎหมายก็คงบอกไม่ได้ว่าเหตุนั้นจะหมดเมื่อไร ถ้ามีการเลือกตั้งในปี 2553 ซึ่งน้ำท่วมครึ่งประเทศ ก็คงจะยอมรับการเลื่อนการเลือกตั้งกันได้โดยไม่มีใครคิดอะไร และเมื่อน้ำท่วมเป็นเดือน กว่าจะแห้งพอที่จะไปจัดการเลือกตั้งกันได้ก็คงต้องกินเวลาหลายเดือน
อย่าลืมว่าสาเหตุที่จะเลื่อนนั้น มีทั้งเหตุธรรมชาติ คือ อุทกภัย และเหตุที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ เช่น อัคคีภัย การจลาจล เหตุสุดวิสัย (ซึ่งมีทั้งที่อาจเกิดจากธรรมชาติ หรือเหตุอื่นใด) และเหตุจำเป็นอื่นๆ ดังนั้นเมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวเกิดขึ้นจนทำให้จัดการเลือกตั้งไม่ได้ ก็ย่อมเลื่อนได้ โดยไม่ต้องนึกถึงวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ เพราะขึ้นอยู่กับว่าเหตุนั้นมีอยู่นานเท่าไร และจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้เมื่อใด
โอ้ยยย ตามีชัย ผมว่าลุงแก่เกินไปจริงๆ มาดู พรบ.เลือกตั้งสมาชิกที่ลุงเอามาอ้าง
มาตรา ๗๘ วรรคแรก
ในกรณีที่การลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งแห่งใดไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นถ้าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนดที่เลือกตั้งใหม่ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งได้โดยสะดวก แต่ถ้าไม่อาจกำหนดที่เลือกตั้งใหม่ได้ ให้ประกาศงดลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยด่วน
ลุงดูดีๆ ถ้ามีเหตุก่อนเลือกตั้ง กฎหมายให้เปลี่ยนที่ลงคะแนน ไม่ใช่ให้เลื่อน ที่ผมขีดๆไว้ คือ รู้ว่ามีปัญหา ก็หาที่ใหม่ที่สะดวก ไม่มีให้เลื่อน
ถึงขนาดว่า กำหนดที่ใหม่ไม่ได้ ยังไม่มีบอกว่าเลื่อนเลย มีแต่ให้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
วรรค ๒
ในกรณีที่เหตุตามวรรคหนึ่ง
เกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งหรือคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศงดลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยด่วน
ถ้าเกิดเหตุตามที่ลุงว่า เขาให้งด ไม่ใช่ให้เลื่อน แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง อ่านดีๆนะลุง
วรรค ๓ (ที่ลุงเอามาอ้างว่าเลื่อนได้)
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นโดยเร็ว เว้นแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
ลุงสังเกตุซิ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นโดยเร็ว เขาหมายถึงเฉพาะหน่วยที่มีปัญหา
แม้จะเลยกว่า 60 วัน หรือก่อน 45 วันก็ยังได้ เพราะข้อกำหนด 45-60 วันนั้น หมายถึงเลือกตั้งทั่วไป ไม่ใช่มีปัญหาแบบนี้
คนละเรื่องคนละประเด็นกันเลยลุงมีชัย แล้วที่ลุงว่าเลื่อนได้ไม่มีกำหนด ก็ถูกของลุง แต่ เห็นคำว่า โดยเร็ว ไหม เร็วไม่ผิดนะลุง
ถ้าช้าจนน่าเกลียด กกต. จะซวยฐานละเว้นเอาได้
เอาแค่นี้แหระลุง ที่ลุงบอกเลื่อนได้นั้น มันต้องเฉพาะเขต หรือเพราะมีเหตุไม่ปกติ (ใช้ พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ) แม้จะต้องเลือกใหม่ทุกเขต
ก็ไม่ถือว่าขัดกับหลัก 45-60 วัน อีกประการหนึ่ง ต้องจัดให้เลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาไป เมื่อมีปัญหา ก็แก้ไขเลือกใหม่ตามที่ พรบ.
เลือกตั้งสมาชิกฯ เปิดช่องไว้ ไม่ใช่ไม่จัดเลยแล้วมาเลื่อน ดูที่ข้อแนะนำแนวทางปฏิบัติ
ข้อแนะนำแนวทางปฏิบัติ
ให้จัดการเลือกตั้งไปทั้งหมดทุกเขตทุกหน่วย ในวันเดียวกัน เพื่อเป็นการเลือกตั้งทั่วไปตาม รธน.50 มาตรา 108 ก่อน
เมื่อหน่วยเลือกตั้งใดมีปัญหา ก็ปฏิบัติตาม พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ ได้เลย เพราะหลุดจากบังคับของ รธน.50 แล้ว
ข้อเท็จจริงคือ การเลือกตั้งครั้งนี้คงจะมีปัญหาในบางพื้นที่ เช่น กทม. จังหวัดทางไต้บางท้องที่บางหน่วยเท่านั้น ซึ่งก็แก้ปัญหาไปตาม
แต่ข้อเท็จจริงของหน่วยนั้นๆ การจะไปเลื่อนทั้งหมดก่อนเลย ถือว่าผิด รธน.50 อย่างชัดเจน และไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง อีกทั้ง
เป็นการละเมิดสิทธิเลือกตั้งของผู้อื่นที่ได้มาจากการประกาศพระราชกฤษฎีกา
ปล.สุเทพถึงได้พยายามให้สมัคร จับฉลากไม่ได้ ก็เพราะถ้าผ่านขั้นตอนนี้ได้ ก็มีปัญหาแค่บางหน่วยเท่านั้นไง สุเทพถึงขวางสมัครเต็มที่
แย้งลุงมีชัย กระทู้เนื้อความยาว
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000157919
นายมีชัย - ถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า การกำหนดวันเลือกตั้งภายในอย่างช้าไม่เกิน 60 วัน
และต้องเลือกตั้งในวันเดียวกัน เราเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ในเวลาที่ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ให้ใบแดงหรือใบเหลือง
แล้วก็กำหนดวันเลือกตั้งใหม่สำหรับเขตเลือกตั้งที่ไม่สุจริตนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นระยะเวลาที่เกินเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาแล้วทั้งนั้น กกต.ทำได้อย่างไร
คำตอบก็คือ การกำหนดวันเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาเป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งเหตุที่รัฐธรรมนูญกำหนดบังคับไว้ให้ต้องกำหนดไว้พร้อมกับการยุบสภา และกำหนดระยะเวลาสูงสุดไว้ ก็เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายบริหารซึ่งเป็นผู้ดำเนินการยุบสภา อาศัยการยุบสภาแล้วอยู่รักษาการเป็นการตีกินไปเป็นเวลานานๆ ฯลฯ
นักกฎหมายระดับนี้พูดแบบนี้เพื่ออะไร กกต.เขาเลื่อนแบบนั้นได้ เพราะมีกฎหมายรองรับไว้ ไม่ใช่เลื่อมมั่วไปหมดไม่มีหลักการ
นายมีชัย ถ้าได้อ่าน ดูตรงนี้หน่อย พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2550 บัญญัติว่า
มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑๒) สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือออกเสียงประชามติใหม่
ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งหรือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่
เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติในหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ
มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีพิจารณาให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
มีชัย -- นั่นแสดงว่าการจัดการเลือกตั้งมีกฎหมายให้อำนาจ กกต.ที่จะดูแลตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ ดังนั้นถ้า กกต.เห็นว่าการเลือกตั้งเขตใดไม่สุจริต ก็สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ (ที่เรียกกันว่าให้ใบแดงหรือใบเหลืองนั่นแหละ) ถึงตอนนี้ดูเหมือนไม่มีใครสงสัยเลยว่า วันที่จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่น่ะเกิน 60 วันแล้วหรือไม่ คราวนี้ถ้าเกิดเหตุทุจริตกันทั้งประเทศ การเลือกตั้งทั้งประเทศก็ต้องทำใหม่หมด ซึ่งก็จะเลยกำหนด 60 วันเช่นกัน และเคยเกิดมาแล้ว ดูเหมือนเมื่อปี 49 ได้มีการเลือกตั้งใหม่อีก 5-6 เดือนถัดมา (ดูมาตรา 8 และ มาตรา 9 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งฯ) นั่นเป็นผลจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต
มีชัยเอ้ยยย เขียนรัฐะรรมนูญเองกับมือ ดันลืมอีก เอ้า ยก รธน.2550 มาให้ดูอีกที
มาตรา ๑๐๘ วรรค ๒
การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป
ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันแต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
มีชัยดูหน่อย ไม่น้อยกว่า 45 ไม่เกิน 60 วัน หมายถึงเลือกตั้งเป็นการทั่วไป
กรณี กกต.เลือกตั้งใหม่ ต้องอาศัยอำนาจพรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯและ พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ ก็ไม่ขัด รธน.50 เพราะ พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ กำหนดแค่บางหน่วย ส่วน รธน.50 หมายถึงเลือกตั้งทั่วไป ในความหมายคือ ทุกหน่วย คนละเรื่องคนละประเด็น
กรณีที่เคยมีเมื่อปี 49 ไม่ถือว่าเป็นการเลือกตั้งใหม่ตาม รธน.50 แต่ถือว่าเลือกตั้งใหม่เพราะเหตุ ฯลฯ ตาม พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ
ก็สามารถเกิน 60 วันได้ จะก่อน 45 วันก็ได้ ตามแต่ กกต. เห็นควร แม้จะประกาศเลือกตั้งใหม่ทุกเขต ก็ไม่ใช่ตามความหมายของ
รธน.มาตรา ๑๐๘ เพราะเหตุว่า ตามรธน.50 นั้นคือเหตุการปกติ ถ้ามีเหตุการไม่ปกติมาแล้ว บังคับตาม พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ
ตาม รธน. 50 หมายถึง เหตุการปกติ เลือกตั้งเป็นการทั่วไป เลื่อนไม่ได้ ไม่มีกฎหมายรองรับ
ตาม พรบ. เลือกตั้งสมาชิกฯ อาศัยเหตุไม่ปกติมาเลือกตั้งใหม่ (ที่จริงหมายถึง กำหนดวันเลือกใหม่ วันเก่าไม่เลื่อน แต่เป็นโมฆะไป) ตามนี้
มีกฎหมายรองรับ
มีชัย -- แต่ถ้ามีเหตุอันทำให้มีการเลือกตั้งไม่ได้ เพราะเหตุเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่น กฎหมาย (มาตรา 78 พ.ร.บ.เลือกตั้งฯ) ก็ให้อำนาจ กกต.ที่จะกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ได้ โดยไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องเลื่อนไปถึงเมื่อไร เพราะกฎหมายก็คงบอกไม่ได้ว่าเหตุนั้นจะหมดเมื่อไร ถ้ามีการเลือกตั้งในปี 2553 ซึ่งน้ำท่วมครึ่งประเทศ ก็คงจะยอมรับการเลื่อนการเลือกตั้งกันได้โดยไม่มีใครคิดอะไร และเมื่อน้ำท่วมเป็นเดือน กว่าจะแห้งพอที่จะไปจัดการเลือกตั้งกันได้ก็คงต้องกินเวลาหลายเดือน
อย่าลืมว่าสาเหตุที่จะเลื่อนนั้น มีทั้งเหตุธรรมชาติ คือ อุทกภัย และเหตุที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ เช่น อัคคีภัย การจลาจล เหตุสุดวิสัย (ซึ่งมีทั้งที่อาจเกิดจากธรรมชาติ หรือเหตุอื่นใด) และเหตุจำเป็นอื่นๆ ดังนั้นเมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวเกิดขึ้นจนทำให้จัดการเลือกตั้งไม่ได้ ก็ย่อมเลื่อนได้ โดยไม่ต้องนึกถึงวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ เพราะขึ้นอยู่กับว่าเหตุนั้นมีอยู่นานเท่าไร และจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้เมื่อใด
โอ้ยยย ตามีชัย ผมว่าลุงแก่เกินไปจริงๆ มาดู พรบ.เลือกตั้งสมาชิกที่ลุงเอามาอ้าง
มาตรา ๗๘ วรรคแรก
ในกรณีที่การลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งแห่งใดไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นถ้าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนดที่เลือกตั้งใหม่ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งได้โดยสะดวก แต่ถ้าไม่อาจกำหนดที่เลือกตั้งใหม่ได้ ให้ประกาศงดลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยด่วน
ลุงดูดีๆ ถ้ามีเหตุก่อนเลือกตั้ง กฎหมายให้เปลี่ยนที่ลงคะแนน ไม่ใช่ให้เลื่อน ที่ผมขีดๆไว้ คือ รู้ว่ามีปัญหา ก็หาที่ใหม่ที่สะดวก ไม่มีให้เลื่อน
ถึงขนาดว่า กำหนดที่ใหม่ไม่ได้ ยังไม่มีบอกว่าเลื่อนเลย มีแต่ให้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
วรรค ๒
ในกรณีที่เหตุตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งหรือคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศงดลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยด่วน
ถ้าเกิดเหตุตามที่ลุงว่า เขาให้งด ไม่ใช่ให้เลื่อน แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง อ่านดีๆนะลุง
วรรค ๓ (ที่ลุงเอามาอ้างว่าเลื่อนได้)
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นโดยเร็ว เว้นแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
ลุงสังเกตุซิ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นโดยเร็ว เขาหมายถึงเฉพาะหน่วยที่มีปัญหา
แม้จะเลยกว่า 60 วัน หรือก่อน 45 วันก็ยังได้ เพราะข้อกำหนด 45-60 วันนั้น หมายถึงเลือกตั้งทั่วไป ไม่ใช่มีปัญหาแบบนี้
คนละเรื่องคนละประเด็นกันเลยลุงมีชัย แล้วที่ลุงว่าเลื่อนได้ไม่มีกำหนด ก็ถูกของลุง แต่ เห็นคำว่า โดยเร็ว ไหม เร็วไม่ผิดนะลุง
ถ้าช้าจนน่าเกลียด กกต. จะซวยฐานละเว้นเอาได้
เอาแค่นี้แหระลุง ที่ลุงบอกเลื่อนได้นั้น มันต้องเฉพาะเขต หรือเพราะมีเหตุไม่ปกติ (ใช้ พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ) แม้จะต้องเลือกใหม่ทุกเขต
ก็ไม่ถือว่าขัดกับหลัก 45-60 วัน อีกประการหนึ่ง ต้องจัดให้เลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาไป เมื่อมีปัญหา ก็แก้ไขเลือกใหม่ตามที่ พรบ.
เลือกตั้งสมาชิกฯ เปิดช่องไว้ ไม่ใช่ไม่จัดเลยแล้วมาเลื่อน ดูที่ข้อแนะนำแนวทางปฏิบัติ
ข้อแนะนำแนวทางปฏิบัติ
ให้จัดการเลือกตั้งไปทั้งหมดทุกเขตทุกหน่วย ในวันเดียวกัน เพื่อเป็นการเลือกตั้งทั่วไปตาม รธน.50 มาตรา 108 ก่อน
เมื่อหน่วยเลือกตั้งใดมีปัญหา ก็ปฏิบัติตาม พรบ.เลือกตั้งสมาชิกฯ ได้เลย เพราะหลุดจากบังคับของ รธน.50 แล้ว
ข้อเท็จจริงคือ การเลือกตั้งครั้งนี้คงจะมีปัญหาในบางพื้นที่ เช่น กทม. จังหวัดทางไต้บางท้องที่บางหน่วยเท่านั้น ซึ่งก็แก้ปัญหาไปตาม
แต่ข้อเท็จจริงของหน่วยนั้นๆ การจะไปเลื่อนทั้งหมดก่อนเลย ถือว่าผิด รธน.50 อย่างชัดเจน และไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง อีกทั้ง
เป็นการละเมิดสิทธิเลือกตั้งของผู้อื่นที่ได้มาจากการประกาศพระราชกฤษฎีกา
ปล.สุเทพถึงได้พยายามให้สมัคร จับฉลากไม่ได้ ก็เพราะถ้าผ่านขั้นตอนนี้ได้ ก็มีปัญหาแค่บางหน่วยเท่านั้นไง สุเทพถึงขวางสมัครเต็มที่