ทำไมปัจจุบันนี้ชนชั้นสูงและกลางถึงกลัวการเลือกตั้ง
เพราะประชาชนจะเลือกคนและพรรคการเมืองที่ทำงานเพื่อประชาชน(ซึ่งประชาชนเรียกระบอบการทำงานแบบนี้ว่า"ระบอบทักษิณ")
หลัง 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เป็นต้นมา ชนชั้นสูงและกลางไม่เคยกลัวการเลือกตั้งแต่
หลังจากกำเนิดพรรคไทยรักไทยที่ได้รับเลือกเป็นเสียงส่วนใหญ่และได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนายกทักษิณ
ก็ได้เกิดการทำงานแบบเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ทำเพื่อประชาชนเป็นหลัก
ระบบคิดจิตใจแบบนี้ไม่มีในพรรคของชนชั้นสูงและกลาง
หลังจากนั้นประชาชนก็จะเลือกแต่พรรคและคนที่ทำงานเพื่อประชาชนที่พรรคของชนชั้นสูงและกลางไม่เคยคิดจะทำแต่มักพูดว่าจะทำอยู่เสมอ
ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับชนชั้นสูงจึงกำเนิดขึ้นเพราะชนชั้นสูงไม่พอใจรัฐบาลที่ทำงานเพื่อประชาชนเช่นรัฐบาลนายกทักษิณและได้รวมพลังโค่นล้มด้วยวิธีต่างๆถึงขนาดลอบยิงวางระเบิดแต่ไม่สำเร็จจึงทำรัฐประหารเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญเปลี่ยนคนประจำตำแหน่งต่างๆเปลี่ยนระบบต่างๆให้ถอยหลังเข้าไปสู่ยุคโบราณ
และปล่อยให้มีเลือกตั้งบ้างแต่ก็ประชาชนก็เลือกพรรคและคนของประชาชนเพื่อประชาชนและโดยประชาชน(ระบอบที่ทำงานเพื่อประชาชนที่เรียกว่าระบอบทักษิณ)
จึงเกิดการปิดสนามบิน,ทำเนียบรัฐบาลและสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลโดยพันธมิตรของชนชั้นสูงและกลางผู้มีอภิสิทธิ์มากมาย
พยายามโค่นรัฐบาลของประชาชนและสนับสนุนให้เกิดรัฐบาลของชนชั้นสูงและกลางในปีพ.ศ.2552 - 2553
ที่ได้มีผลงานสั่งฆ่าประชาชนที่มาชุมนุม
พอมีเลือกตั้งใหม่ได้รัฐบาลจากกลุ่มพรรคที่ทำงานเพื่อประชาชน
บรรดาชนชั้นสูงก็ไม่พอใจเพราะยิ่งทำงานไปยิ่งขัดอกขัดใจเป็นอย่างยิ่งที่ทำงานให้ประชาชนเป็นหลัก
จึงชุมนุมประท้วงโค่นล้มรัฐบาล
จนเมื่อรัฐบาลยุบสภาก็ไม่ต้องการเลือกตั้งเพราะรู้ว่า
ประชาชนก็จะเลือกพรรคและคนที่ทำงานเพื่อประชาชน(ที่พวกเขาเรียกว่า"ระบอบทักษิณ")ซึ่งพวกเขาไม่มีวันทำใจได้กับการทำงานเพื่อประชาชนอย่างจริงใจและยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักในการทำงาน
ทำไมปัจจุบันนี้ชนชั้นสูงและกลางถึงกลัวการเลือกตั้ง
เพราะประชาชนจะเลือกคนและพรรคการเมืองที่ทำงานเพื่อประชาชน(ซึ่งประชาชนเรียกระบอบการทำงานแบบนี้ว่า"ระบอบทักษิณ")
หลัง 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เป็นต้นมา ชนชั้นสูงและกลางไม่เคยกลัวการเลือกตั้งแต่
หลังจากกำเนิดพรรคไทยรักไทยที่ได้รับเลือกเป็นเสียงส่วนใหญ่และได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนายกทักษิณ
ก็ได้เกิดการทำงานแบบเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ทำเพื่อประชาชนเป็นหลัก
ระบบคิดจิตใจแบบนี้ไม่มีในพรรคของชนชั้นสูงและกลาง
หลังจากนั้นประชาชนก็จะเลือกแต่พรรคและคนที่ทำงานเพื่อประชาชนที่พรรคของชนชั้นสูงและกลางไม่เคยคิดจะทำแต่มักพูดว่าจะทำอยู่เสมอ
ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับชนชั้นสูงจึงกำเนิดขึ้นเพราะชนชั้นสูงไม่พอใจรัฐบาลที่ทำงานเพื่อประชาชนเช่นรัฐบาลนายกทักษิณและได้รวมพลังโค่นล้มด้วยวิธีต่างๆถึงขนาดลอบยิงวางระเบิดแต่ไม่สำเร็จจึงทำรัฐประหารเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญเปลี่ยนคนประจำตำแหน่งต่างๆเปลี่ยนระบบต่างๆให้ถอยหลังเข้าไปสู่ยุคโบราณ
และปล่อยให้มีเลือกตั้งบ้างแต่ก็ประชาชนก็เลือกพรรคและคนของประชาชนเพื่อประชาชนและโดยประชาชน(ระบอบที่ทำงานเพื่อประชาชนที่เรียกว่าระบอบทักษิณ)
จึงเกิดการปิดสนามบิน,ทำเนียบรัฐบาลและสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลโดยพันธมิตรของชนชั้นสูงและกลางผู้มีอภิสิทธิ์มากมาย
พยายามโค่นรัฐบาลของประชาชนและสนับสนุนให้เกิดรัฐบาลของชนชั้นสูงและกลางในปีพ.ศ.2552 - 2553
ที่ได้มีผลงานสั่งฆ่าประชาชนที่มาชุมนุม
พอมีเลือกตั้งใหม่ได้รัฐบาลจากกลุ่มพรรคที่ทำงานเพื่อประชาชน
บรรดาชนชั้นสูงก็ไม่พอใจเพราะยิ่งทำงานไปยิ่งขัดอกขัดใจเป็นอย่างยิ่งที่ทำงานให้ประชาชนเป็นหลัก
จึงชุมนุมประท้วงโค่นล้มรัฐบาล
จนเมื่อรัฐบาลยุบสภาก็ไม่ต้องการเลือกตั้งเพราะรู้ว่า
ประชาชนก็จะเลือกพรรคและคนที่ทำงานเพื่อประชาชน(ที่พวกเขาเรียกว่า"ระบอบทักษิณ")ซึ่งพวกเขาไม่มีวันทำใจได้กับการทำงานเพื่อประชาชนอย่างจริงใจและยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักในการทำงาน