ประชาชน คือ พลเมืองผู้ตื่นรู้ ท่ามกลางพลเมืองที่อยู่เฉย หรือยุ่งๆเรื่องของตัวเอง
ปัจเจกบุคคล คือ อนุภาคมนุษย์ผู้ดำรงอย่างอิสระ โดยไม่เกี่ยวข้องกับ ประชาชนหรือปรากฏการณ์ทางสังคม
ต่อเมื่อเขาเคลื่อนตัวไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสนามการรับรู้ของประชาชน
เขาคือจิตสำนึกแห่งยุคสมัย และแนวหน้าการเปลี่ยนแปลง
มนุษย์สร้างระบบ จากนั้นระบบกลับมาสร้างมนุษย์ เป็นนายเหนือมนุษย์
เผด็จการเสียงข้างมาก เลือกตัวแทน แล้วตัวแทน ก็ได้ความชอบธรรมโบยบิน
แต่ดำรงอยู่อย่างทรยศต่อสัญญาประชาคม
และสร้างวิบากกรรมให้กับประชาสังคมร่วมทศวรรษ
ด่าน "หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง" จึงถูกครอบโดยเงาของผู้ทรยศ
สร้างพิธีกรรม ประชาธิปไตยเสียงข้างมาก
เพื่อบูชายัญระบอบประชาธิปไตยจำแลง ซ่อนเงา
เหล่าคัมภีร์นิยม ย่อมจำนนแต่แรก ต่อ พระเจ้าพิธีกรรม
เพื่อ เผด็จการเสียงข้างมากตัวแทน ติดตรึงชนฝา
แต่อิสระชน บน สนามการรับรู้ คือ จิตสำนึก
ย่อมยืนบนฐานเสรีภาพแห่งมนุษย์ อันเป็นสารัตถะแห่งตัวตน
และเข้าใจระบบในฐานะเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย
และตระหนักว่า ระบบนั้นดำรงอยู่ เพื่อสิ่งใด โดยสิ่งใดและมาจากสิ่งใด
และทำไม ระยะเปลี่ยนผ่าน จึงจำเป็น..
บนสนามการรับรู้ คือ จิตสำนึก
ปัจเจกบุคคล คือ อนุภาคมนุษย์ผู้ดำรงอย่างอิสระ โดยไม่เกี่ยวข้องกับ ประชาชนหรือปรากฏการณ์ทางสังคม
ต่อเมื่อเขาเคลื่อนตัวไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสนามการรับรู้ของประชาชน
เขาคือจิตสำนึกแห่งยุคสมัย และแนวหน้าการเปลี่ยนแปลง
มนุษย์สร้างระบบ จากนั้นระบบกลับมาสร้างมนุษย์ เป็นนายเหนือมนุษย์
เผด็จการเสียงข้างมาก เลือกตัวแทน แล้วตัวแทน ก็ได้ความชอบธรรมโบยบิน
แต่ดำรงอยู่อย่างทรยศต่อสัญญาประชาคม
และสร้างวิบากกรรมให้กับประชาสังคมร่วมทศวรรษ
ด่าน "หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง" จึงถูกครอบโดยเงาของผู้ทรยศ
สร้างพิธีกรรม ประชาธิปไตยเสียงข้างมาก
เพื่อบูชายัญระบอบประชาธิปไตยจำแลง ซ่อนเงา
เหล่าคัมภีร์นิยม ย่อมจำนนแต่แรก ต่อ พระเจ้าพิธีกรรม
เพื่อ เผด็จการเสียงข้างมากตัวแทน ติดตรึงชนฝา
แต่อิสระชน บน สนามการรับรู้ คือ จิตสำนึก
ย่อมยืนบนฐานเสรีภาพแห่งมนุษย์ อันเป็นสารัตถะแห่งตัวตน
และเข้าใจระบบในฐานะเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย
และตระหนักว่า ระบบนั้นดำรงอยู่ เพื่อสิ่งใด โดยสิ่งใดและมาจากสิ่งใด
และทำไม ระยะเปลี่ยนผ่าน จึงจำเป็น..