รอยยิ้มริมทาง ..... ซาปา ณ เสี้ยวนาที ที่รอยยิ้ม เปิดหัวใจ .....

ลมหนาวเร้าใจ

แต่ ... ใครบางคนต้องอดเที่ยว ทำได้แค่หัวฟู หน้ามุ่ย

เหนื่อย เพลีย เปลี้ย เซ็ง แต่ก็แฝงไว้ด้วยฝันหวานเจือจาง และความหวังเรืองรอง

ฤดูยุ่ง ฉันต้องอยู่โยงอีกพักใหญ่ กว่าจะได้ออกไปสูดอากาศ ที่ปราศจากการงานมาพัวพัน

ตารางงานเหมือนซุปตาร์ แต่ทว่า เม่าโศกเม่าโศก รายได้แสนน้อยนิด เม่าโศกเม่าโศก

มิน่า ถึงได้หยุดวันแรงงาน ทุกปี ทุกปี  อย่างนี้นี่เอง ที่เรียกว่าชนชั้นแรงงาน เม่าโศกเม่าโศกเม่าโศก

ซมซานกลับบ้าน สะสางงานและปลอบใจตัวเองด้วยการปัดฝุ่นสมุดบันทึกมอมๆ เอาทริปเก่าๆมารำลึกถึงไปพลางๆ


.....................................แรกสบตา ฮานอย.................................................


ปลายเดือนธันวาคมปีหนึ่ง ที่ผ่านมานานราวล้านปีแสง

ฮานอย ฤดูหนาว

สนามบินนอยไบดูโอ่โถงดี
พอแบกเป้ขึ้นหลังได้ ฉันก็ปรี่เข้าใส่ โต๊ะ Tourist Information
หนุ่มหน้าขาวแจกยิ้ม ชี้ส่งให้คนกระเป๋าแบนเดินออกนอกตึก
"โน่นครับ คิวรถตู้อยู่ข้างนอก เขาจะพาคุณไปถึงเขต Old Quarter "


ฮานอยดูคึกคักในสายตา
อาห์....เขาว่ากันว่า พลเมืองที่นี่มีหลายล้าน
และมีมอเตอร์ไซค์เกือบเท่าจำนวนประชากร
มิน่าล่ะ เพื่อนฝูงเตือนนัก เรื่องข้ามถนน
คนซุ่มซ่ามบางคนดูน่าเป็นห่วงเป็นใย
ใครบางคนให้เคล็ดลับมา บอกว่า "เดินๆ ข้ามๆไปเหอะ เขาไม่ซุ่มซ่ามชนเอ็งหรอก" เออวุ้ย เป็นงั้นไป อมยิ้ม20

ลงจากรถตู้มายืนเคว้งคว้าง อากาศเย็น สองเราขยับเป้
เป้าหมายแรกคือ หาตั๋วรถไฟไปลาวไค ในคืนนี้ให้ได้
เราเริ่มการเดินย่ำต้อก การต่อรองเข้มข้นกับหนุ่มขายทัวร์
ชวนให้อารมณ์เราสองคน (เอ หรือฉันคนเดียวหว่า ) ชื่น..มื่น..
เราได้ตั๋วไป -กลับ ลาวไค ตามแผนที่วางไว้ ต่อไปก็หาที่วางเป้
เลือก เอา ปริ้นซ์57 เป็นที่"สิง"ระยะสั้นๆ แบบไม่ทันข้ามคืน
แล้วออก เริงร่า ไปกับฮานอย

เมืองนี้มอเตอร์ไซค์เยอะมาก ข้ามถนนที คอยแต่จะนึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว ลูกช้างตัวอ้วนเตี้ย เลย ตัดสินใจบริหารหัวใจด้วยการนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเสียเลย อยากรู้นัก ว่าจะเบรคกันเป็นไหม?

แล้วฉันก็พบว่า รอบเดียวก็เกินพอ ให้ตายเหอะ แค่ระยะทางสั้นๆ จากย่าน Old Quarter ไป  The Ho Chi Minh Mausoleum เล่นเอาเวียนหัว ปวดหู
นักซิ่งหนุ่มบีบแตรราวกับเป็นเรื่องสนุก และดูเหมือนว่า พวกเขาจะเบรคไม่เป็น ยกเว้นแต่ตอนที่ติดไฟแดง หรือต้องการจอดเท่านั้น

ดังนั้น สำหรับคนข้ามถนนแล้ว ก็จงเดินไปเรื่อยๆเถอะ เขาไม่ชนหรอก
แต่ถ้าเรายึกยัก เห็นทีเขาจะแย่ เพราะกะระยะไม่ถูก

ลมหนาวโชย เย็นชื่นใจ ชวนให้อยากเดินสำราญในบริเวณบ้าน"ลุงโฮ "นานๆ
ฉันชอบบ้านหลังน้อย ริมสระน้ำ ค้นพบว่าตัวท่านผู้เปรียบได้กับ.. บิดาแห่งประชาชาติเวียดนาม.. นั้น น่าจะเป็นบุคคลผู้สมถะยิ่ง และท่านก็คงจะรักดอกไม้ เป็นอย่างมาก เพราะบนโต๊ะทำงาน ของท่านจวบจนวันนี้ ก็ยังคงมีดอกไม้สดปักไว้

ใครหนอ เคยบอกเล่าไว้ ว่าเด็กและดอกไม้คือสิ่งที่มากความหมายของลุงโฮ

ใครหนอ เคยบอกเล่าไว้ ว่าอาหารคือสิ่งที่ให้ชีวิต ส่วนดอกไม้นั้น คือสิ่งที่ให้ความหมายในการมีชีวิตอยู่

เสียงกระซิบแผ่วๆ ดังขึ้นในใจ
ฉันคงไม่ผิดหวังหรอก ที่มาที่นี่ ....เวียดนาม....


.........................................................................................
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  บันทึกนักเดินทาง แต่งเรื่องสั้น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่