Research, Drug, Sale executive and Suffering human being ชวนคุยกัน

Research, Drug, Sale executive and Suffering human being

               ได้ยินเรื่อง Thailand medical hub ความคิดสงสัยวิ่งวนอยู่หัวโตๆ เรามีระบบการพยาบาลพื้นฐานของประเทศที่เป็นที่พึ่งของคนในทุกระดับแล้วหรือไม่ มีจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับจำนวนคนไข้ที่มีมากโขแล้วหรือไม่ แต่ความคิดที่วิ่งชนกันในสมองไม่ได้รู้สึกไม่เห็นด้วย หรือคัดค้าน แต่สุดท้ายแล้วความคิดก็พุ่งเข้าชนอย่างจังกับอีก 1 ปัจจัยซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับต้นตอของเรื่องซะทีเดียว ผมกำลังนึกถึงอีก 1 เครื่องมือที่เราใช้บรรเทาอาการป่วยของคนไข้ ผมมุ่งความสนใจไปที่ ยา ครับ ที่มาที่ไปของยาแต่ละตัวก็คงไม่พ้นนักวิจัยหัวกระทิที่กระจายอยู่ตามบริษัทยักษ์ในประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งวิจัยในรั้วมหาลัยชั้นนำในประเทศ ในส่วนลึกความมุ่งหวังของนักวิจัยคือความต้องการจะพิชิตโรคร้าย และอาจจะแฝงด้วยความท้าทายที่อยากเอาชนะธรรมขาติอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นผลดีต่อการรักษาโรคแม้จะเป็นจุดเริ่มต้น
              ต้นทุนการวิจัยแม้ไม่ได้ถูกแต่ก็ไม่ได้แพงจนผู้ป่วยต้องลำบาก แต่ระหว่างการเดินทางก่อนที่จะถึงมือคนไข้ต้องผ่านมือใครบ้างที่รับประโยชน์หรือหาประโยชน์จากเรื่องนี้บนความทุกข์ของมนุษย์ ผมก็ไม่แน่ใจว่าต้องผ่านอีกกี่ขั้นอีกกี่มือที่มีผลในการเพิ่มมูลค่าของงานวิจัยเหล่านั้น จนถึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างที่บริษัทผลิตยา และต้องส่ง sale executive ออกเผ่นพล่าน ค่าจ้าง ค่านายหน้านายหน้าขายยาราคาแพงเหล่านี้ถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในราคายาที่เป็นความหวังของคนไข้แล้วใช่หรือไม่ ฟันเฟืองตัวนี้สำคัญแค่ไหนต่อระบบการส่งต่อยาจากผู้ผลิตสู่คนไข้ หรือเป็นฟันเฟืองที่คอยหมุนตามฟันเฟืองหลัก หรืออาจทำให้ระบบเดินติดขัดด้วยซ้ำไป
              กลไกนี้คนไข้ไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีเสียงในการปฏิเสธหรือเป็นเสียงที่ไม่ได้ยินถึงหูคนที่รอหารายได้จากการลงทุนต่ำ นำมาซึ่งความคิดปฏิรูประบบยาโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ระบบยาที่ไม่ผ่าน sale executive
              ในที่นี้คงมีหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมอยากฟังความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ต่อเรื่องนี้จังครับ ช่วยแชร์ความคิดกันนะครับ

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ยา โรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่