“ไพศาล” เตือนนักการเมืองกลุ่ม 111-109 ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้

“ไพศาล” เตือนนักการเมืองกลุ่ม 111-109 ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้ นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นกับสื่อมวลชนเมื่อบ่ายวันนี้ว่า นักการเมืองกลุ่ม 111-109 ที่เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ได้ ชี้กำหนดการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี มีผลเฉพาะสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีผลถึงคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคและผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้มีรายงานข่าวว่านักการเมืองกลุ่ม 111-109 ซึ่งพ้นกำหนดที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยพิพากษาตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี กำลังจะแห่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งมีปัญหาว่าคนเหล่านี้จะสมัครเป็นผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่านักการเมืองกลุ่ม 111 และ 109 ล้วนเป็นผู้บริหารพรรคการเมือง ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้พิพากษาให้ยุบพรรคการเมืองและให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารเหล่านั้นเป็นเวลา 5 ปี การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นคนละเรื่องกับคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เป็นคนละเรื่องกับคุณสมบัติกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นคนละเรื่องกับคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่า กำหนดระยะเวลา 5 ปีที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้นทำให้บุคคลเหล่านี้มีสิทธิเลือกตั้งคือมีสิทธิไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และมีหน้าที่ต้องไปเลือกตั้งด้วย เมื่อครบกำหนด 5 ปีตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนก็สามารถใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่าเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นมีผลผูกพันตลอดไป ดังนั้นแม้เมื่อพ้นกำหนดเวลา 5 ปีที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็ยังเป็นบุคคลที่ต้องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่เป็นภัยต่อความมั่นคงชาติ และเป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงขาดคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไม่มีคุณสมบัติที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งและไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเบื้องต้นนั้น การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็ดี การเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งก็ดี หรือจะดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ดี ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติสำคัญคือ เป็นผู้ศรัทธาเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติด้วย นายไพศาล พืชมงคล กล่าวอีกว่าถ้าขืนดึงดันไปสมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ให้คนเหล่านี้ลงสมัครก็ดี กรรมการบริหารพรรคนั้นก็ดี และ กกต.ก็ดี จะต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องอาจร้องขอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองให้มีคำสั่งไม่รับสมัครหรือเพิกถอนการรับสมัครได้ และถ้าสงสัยก็อาจร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญอธิบายคำวินิจฉัยว่ากำหนดระยะเวลา 5 ปี มีผลไปถึงความเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและความเป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ อย่างไรก็ดี คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยแล้วมีผลผูกพัน กกต.ด้วย.

เม่าเศร้า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่