ตอนนี้ อากาศก็เริ่มหนาวแล้ว สอบไฟนอลเสร็จแล้ว (เย่!)
แต่ช่วงก่อนสอบ ดันกินกาแฟเยอะไปหน่อย...ตอนนี้เลยตาค้างสุดๆ
นอกหน้าต่างห้องนอนเรา ตอนนี้ก็มีแต่หิมะเต็มไปหมด
(รูมเมตก็หนีไปแบ็กแพ็กเที่ยวยุโรปแล้ว)
ช่วงนี้อยู่ๆ ก็นึกถึงช่วงเวลาอุ่นๆ ในฤดูใบไม้ผลิตอนที่ไปญี่ปุ่นเมื่อเดือนพ.ค.
ถึงแม้ช่วงนั้นซากุระจะโรยราไปแล้ว แต่ก็ยังมีดอกไม้อื่นๆ บานสะพรั่งอยู่
เราจึงขอตั้งชื่อการเดินทางครั้งนี้ว่า Blossom of Japan หรือ "การผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ในญี่ปุ่น"
กระทู้นี้ ถือว่าเป็นกระทู้แรกของเราเลย ยังไงขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
แผนการเดินทางของเราจะเป็นตามนี้
วันที่ 1 สนามบินนาริตะ – โทมิตะ (บ้านนอกมากๆ)
วันที่ 2 สวนดอกไม้อะชิคากะ (สวยมาก) – นากาโนะ (วันนี้เป็นวันที่ฟินสุดๆ บอกเลย)
วันที่ 3 ไปดูลิงแช่ออนเซ็นที่ ยูดะนากะ – เดินเล่นเมืองเก่าอย่างมัตสุโมะโตะ
วันที่ 4 Japan Alps!!
วันที่ 5 คานาซะวา – ทาคาโอกะ – ทาคายามะ (วันชิลๆ อีกหนึ่งวัน)
วันที่ 6 ชิรากะวะ โก – โตเกียว
วันที่ 7 ชินจุกุ- จิยูกะโอกะ – โคเรียนทาวน์ (วันที่ไม่มีกล้อง เป็นวันที่ได้ถ่ายรูปแต่เรารักวันนี้มาก) << มีรูปดิสนีย์แลนด์มาแทนค่ะ
วันที่ 8 วัดอาซากุซะกับงานเทศกาล- museum edo tokyo- ถนนหนังสือมือสองในโตเกียว- วาเซดะ- ชิบูย่า (ช็อปปิ้งเบาๆ)
วันที่ 9 ชิบูย่า (อีกรอบ) กับงานเทศการกลางชิบูย่า – กลับบ้าน
แผนที่ข้างล่างจะผิดตรงจาก C ไป D เราไม่ได้อ้อมขึ้นข้างบนนะ แต่เราตัดผ่านภูเขาเลย (เจแปนแอลป์)
When spring blossoms ... เมื่อฤดูใบไม้ผลิเบ่งบานอีกครั้ง
จริงๆ การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตเราแล้วค่ะ แต่ก็เป็นการไปญี่ปุ่นแบบรู้ภาษาญี่ปุ่นมากที่สุดในชีวิตแล้ว
เราอาจเข้าใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็พอสื่อสาร ถามทางง่ายๆ ได้
เรารู้สึกได้ว่าเรากำลังเดินข้ามเส้นบางๆ ที่บางจนแทบมองไม่เห็น แต่ทว่ามีอิทธิพลมหาศาล
เส้นบางๆ ที่เราเรียกว่า Language Barrier หรือกำแพงภาษา
คือมันมีความสุขมาก เพราะเราเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้ลองเอาสิ่งที่เรียน (เอง) ผิดถูกก็ไม่รู้ มาใช้จริงๆ
กลับจากทริปนี้ รู้สึกมีแรงบันดาลใจ มีพลังทำให้ขยันเรียนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
-- วันแรก --
เราเลือกบินของ Delta ค่ะ เครื่องออกเช้าสุดๆ เราใช้ JR Pass แบบ 7 วัน
กว่าจะถึงโทมิตะ...จุดหมายแรกของเราก็มืดแล้ว
(富田 หรือทุ่งนาอันอุดมสมบูรณ์.. )
ช่วงนี้ญี่ปุ่นมืดเร็วมาก แค่ 5 โมงก็มืด (แต่ตีห้าก็สว่างแล้วนะ)
เราพักที่โรงแรม Toyoko Inn ปกติก็พักสลับกับ Super Hotel
ราคาไม่แพงมาก สะอาด มีอาหารเช้าให้ด้วย แถมบางทีมีออนเซ็นด้วย (เราเป็นคนที่ติดออนเซ็นมาก บอกเลย)
มื้อค่ำ ขอเบาๆ ด้วยอุด้งร้านข้างๆ โรงแรม
ชื่อร้านคือฮานะมารุ (はなまる)ค่ะ มีหลายสาขาด้วย ในโตเกียวก็มี เป็นร้านที่เราเจอโดยบังเอิญ แต่กลายเป็นร้านโปรดเราไปเลย
รสชาติดี ราคาไม่แพง คนเสิร์ฟน่ารักมาก คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ย้ำว่า ไม่ได้เลย
แต่เขาก็พยายามอธิบายเมนูที่เขียนด้วยคันจิอลังการ ให้เราฟังเป็นภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ เหมือนคุยกับเด็กเลย
อุด้งที่เรากิน คือ วากะเมะอุด้งค่ะ (วากะเมะเป็นชื่อสาหร่ายชนิดหนึ่งที่อร่อยมากกก..จริงๆ สาหร่ายก็อร่อยเกือบหมดแหละ สำหรับเรา)
หน้าตาร้านเป็นแบบนี้ค่ะ
[CR] (CR) Blossom of Japan 1 : ญี่ปุ่นกับสวนดอกไม้อะชิคากะ
ตอนนี้ อากาศก็เริ่มหนาวแล้ว สอบไฟนอลเสร็จแล้ว (เย่!)
แต่ช่วงก่อนสอบ ดันกินกาแฟเยอะไปหน่อย...ตอนนี้เลยตาค้างสุดๆ
นอกหน้าต่างห้องนอนเรา ตอนนี้ก็มีแต่หิมะเต็มไปหมด
(รูมเมตก็หนีไปแบ็กแพ็กเที่ยวยุโรปแล้ว)
ช่วงนี้อยู่ๆ ก็นึกถึงช่วงเวลาอุ่นๆ ในฤดูใบไม้ผลิตอนที่ไปญี่ปุ่นเมื่อเดือนพ.ค.
ถึงแม้ช่วงนั้นซากุระจะโรยราไปแล้ว แต่ก็ยังมีดอกไม้อื่นๆ บานสะพรั่งอยู่
เราจึงขอตั้งชื่อการเดินทางครั้งนี้ว่า Blossom of Japan หรือ "การผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ในญี่ปุ่น"
กระทู้นี้ ถือว่าเป็นกระทู้แรกของเราเลย ยังไงขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
แผนการเดินทางของเราจะเป็นตามนี้
วันที่ 1 สนามบินนาริตะ – โทมิตะ (บ้านนอกมากๆ)
วันที่ 2 สวนดอกไม้อะชิคากะ (สวยมาก) – นากาโนะ (วันนี้เป็นวันที่ฟินสุดๆ บอกเลย)
วันที่ 3 ไปดูลิงแช่ออนเซ็นที่ ยูดะนากะ – เดินเล่นเมืองเก่าอย่างมัตสุโมะโตะ
วันที่ 4 Japan Alps!!
วันที่ 5 คานาซะวา – ทาคาโอกะ – ทาคายามะ (วันชิลๆ อีกหนึ่งวัน)
วันที่ 6 ชิรากะวะ โก – โตเกียว
วันที่ 7 ชินจุกุ- จิยูกะโอกะ – โคเรียนทาวน์ (วันที่ไม่มีกล้อง เป็นวันที่ได้ถ่ายรูปแต่เรารักวันนี้มาก) << มีรูปดิสนีย์แลนด์มาแทนค่ะ
วันที่ 8 วัดอาซากุซะกับงานเทศกาล- museum edo tokyo- ถนนหนังสือมือสองในโตเกียว- วาเซดะ- ชิบูย่า (ช็อปปิ้งเบาๆ)
วันที่ 9 ชิบูย่า (อีกรอบ) กับงานเทศการกลางชิบูย่า – กลับบ้าน
แผนที่ข้างล่างจะผิดตรงจาก C ไป D เราไม่ได้อ้อมขึ้นข้างบนนะ แต่เราตัดผ่านภูเขาเลย (เจแปนแอลป์)
When spring blossoms ... เมื่อฤดูใบไม้ผลิเบ่งบานอีกครั้ง
จริงๆ การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตเราแล้วค่ะ แต่ก็เป็นการไปญี่ปุ่นแบบรู้ภาษาญี่ปุ่นมากที่สุดในชีวิตแล้ว
เราอาจเข้าใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็พอสื่อสาร ถามทางง่ายๆ ได้
เรารู้สึกได้ว่าเรากำลังเดินข้ามเส้นบางๆ ที่บางจนแทบมองไม่เห็น แต่ทว่ามีอิทธิพลมหาศาล
เส้นบางๆ ที่เราเรียกว่า Language Barrier หรือกำแพงภาษา
คือมันมีความสุขมาก เพราะเราเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้ลองเอาสิ่งที่เรียน (เอง) ผิดถูกก็ไม่รู้ มาใช้จริงๆ
กลับจากทริปนี้ รู้สึกมีแรงบันดาลใจ มีพลังทำให้ขยันเรียนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
-- วันแรก --
เราเลือกบินของ Delta ค่ะ เครื่องออกเช้าสุดๆ เราใช้ JR Pass แบบ 7 วัน
กว่าจะถึงโทมิตะ...จุดหมายแรกของเราก็มืดแล้ว
(富田 หรือทุ่งนาอันอุดมสมบูรณ์.. )
ช่วงนี้ญี่ปุ่นมืดเร็วมาก แค่ 5 โมงก็มืด (แต่ตีห้าก็สว่างแล้วนะ)
เราพักที่โรงแรม Toyoko Inn ปกติก็พักสลับกับ Super Hotel
ราคาไม่แพงมาก สะอาด มีอาหารเช้าให้ด้วย แถมบางทีมีออนเซ็นด้วย (เราเป็นคนที่ติดออนเซ็นมาก บอกเลย)
มื้อค่ำ ขอเบาๆ ด้วยอุด้งร้านข้างๆ โรงแรม
ชื่อร้านคือฮานะมารุ (はなまる)ค่ะ มีหลายสาขาด้วย ในโตเกียวก็มี เป็นร้านที่เราเจอโดยบังเอิญ แต่กลายเป็นร้านโปรดเราไปเลย
รสชาติดี ราคาไม่แพง คนเสิร์ฟน่ารักมาก คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ย้ำว่า ไม่ได้เลย
แต่เขาก็พยายามอธิบายเมนูที่เขียนด้วยคันจิอลังการ ให้เราฟังเป็นภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ เหมือนคุยกับเด็กเลย
อุด้งที่เรากิน คือ วากะเมะอุด้งค่ะ (วากะเมะเป็นชื่อสาหร่ายชนิดหนึ่งที่อร่อยมากกก..จริงๆ สาหร่ายก็อร่อยเกือบหมดแหละ สำหรับเรา)
หน้าตาร้านเป็นแบบนี้ค่ะ