เปิดสูตร Rule of 400/600 ถ่ายดาวไม่ให้ยืดยาว

เห็นข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพดวงดาว (แต่คนอ่านชั่งน้อยนิด) เป็นบทความที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่อยากถ่ายดวงดาว ทั้งให้นิ่งและให้เคลื่อนเป็นเส้นโค้ง คัดมาเฉพาะส่วนสำคัญ รายละเอียดการคิดคำนวณ และภาพตัวอย่าง เข้าไปอ่านได้ที่

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000154287

โดย ศุภฤกษ์ คฤหานนท์    16 ธันวาคม 2556 13:31 น.      

Rule of 400/600
           สำหรับสูตรการคำนวณเวลาการถ่ายภาพดาวนี้ผมตั้งชื่อว่า Rule of 400/600 ซึ่งเป็นสูตรการคำนวณจากทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้ กับประเภทของเซ็นเซอร์ในการรับภาพของกล้องดิจิตอล โดยปกติเราก็มักจะกันอยู่หลักๆ สำหรับกล้อง D-SLR คือ เซ็นเซอร์รับภาพแบบ APS-C และแบบ Full Frame โดยมีวิธีการคำนวนง่ายๆ ดังนี้

Rule of 400 for APS-C
           กฎ 400 นี้ใช้กับกล้องแบบ APS-C เช่น Canon 600D, Canon 7D, Nikon D90, Nikon D7000 เป็นต้น
      
       **** ตัวอย่างที่ 1 : เมื่อใช้กล้อง Canon 600D กับเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร
            จะได้เวลาในการถ่ายภาพนานที่สุดเมื่อเกิน 400/15 = 26.7 วินาที
       **** ตัวอย่างที่ 2 : เมื่อใช้กล้อง Canon 600D กับเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 24 มิลลิเมตร
            จะได้เวลาในการถ่ายภาพนานที่สุดเมื่อเกิน 400/24 = 16.7 วินาที
      
       Rule of 600 for Full Frame
           กฎ 600 นี้ใช้กับกล้องแบบ Full Frame เช่น Canon 5D, Canon 6D, Nikon D700, Nikon D800 เป็นต้น
       **** ตัวอย่างที่ 1 : เมื่อใช้กล้อง Canon 5D กับเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร
            จะได้เวลาในการถ่ายภาพนานที่สุดเมื่อเกิน 600/15 = 40 วินาที
       **** ตัวอย่างที่ 2 : เมื่อใช้กล้อง Canon 5D กับเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 24 มิลลิเมตร
            จะได้เวลาในการถ่ายภาพนานที่สุดเมื่อเกิน 600/24 = 25 วินาที

           สำหรับสูตรการคำนวณนี้ เอาเป็นว่าหากใช้กล้องแบบ Full Frame ก็เอา 600 ไปหารทางยาวโฟกัสเลนส์ แต่หากใช้กล้องแบบ APS-C ก็เอา 400 ไปหารทางยาวโฟกัสเลนส์ที่ใช้เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถถ่ายดาวโดยที่จุดดาวไม่ยืดมากจนเกินไปแล้วหล่ะครับ ซึ่งหากผมคิดว่าสูตรนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการถ่ายภาพดวงดาว กลุ่มดาว หรือแม้แต่การถ่ายภาพทางช้างเผือกได้เป็นอย่างดี หากถ่ายตามเวลาที่คำนวณแล้วภาพที่ได้ยังดูมืดไม่สว่าง ก็สามารถปรับชดเชยค่ารูรับแสงให้กว้างขึ้น พร้อมกับการเพิ่มค่าความไวแสง (ISO) ของกล้องตาม ก็จะทำให้ท่านได้ภาพดาวที่เป็นจุดดาวได้ไม่ยากครับ


เกี่ยวกับผู้เขียน
       สำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีและการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
      
       ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่สารสนเทศทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร., เคยทำวิจัยเรื่อง การทดสอบค่าทัศนวิสัยท้องฟ้าบริเวณสถานที่ก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ มีประสบการณ์ในฐานะวิทยากรอบรมการดูดาวเบื้องต้น และเป็นวิทยากรสอนการถ่ายภาพดาราศาสตร์ในโครงการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ประจำปี 2554 ของ สดร.ในหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์ในเมืองไทย”
      
       “คุณค่าของภาพถ่ายนั้นไม่เพียงแต่ให้ความงามด้านศิลปะ แต่ทุกภาพยังสามารถอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่