เรียงความ “มัน” เจ้าประชาธิปไตยในความทรงจำของฉัน

กระทู้สนทนา
.....คำว่า ประชาธิปไตย ในภาษาไทยมีรากศัพท์มาจากคำว่า ประชา กับ อธิปไตย คือประชาชนและอำนาจสูงสุด นั่นก็คือประชาชนมีอำนาจสูงสุด หรือการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

     ฉันรู้จักเจ้าประชาธิปไตย ครั้งแรกคงราวๆสมัยเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา 5 ยังจำได้ไม่ลืมจริงๆ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 20-30 ปีแล้ว รู้จักมันจากคุณครู นารี ครูที่สอนวิชา ส.ป.ช. ที่สอนฉันว่า ประชาธิปไตย มันคือ เป็นระบบการปกครองที่ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงในการมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศโดยมีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเพื่อทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนตนในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อออกกฎหมาย แก้ปัญหาของสังคมประเทศชาติและเพื่อพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรือง

     ช่วงแรกที่รู้จักมัน ฉันก็เริ่มเกลียดขี้หน้ามันแล้วล่ะ เพราะสมัยเด็ก ฉันหัวไม่ค่อยดี(หรือที่สมัยนี้เขาเรียกว่าเป็นคนโง่) ฉันเขียนมัน ไม่ค่อยจะถูกหรอก ชื่อของมันนี้ โดนครูทำโทษให้คัดคำว่า ประชาธิปไตย ไปไม่รู้ตั้งกี่ร้อยกี่พันคำ ความรู้สึกของฉันเลยไม่ค่อยจะชอบหน้ามันเท่าไร เพราะเจอแรกๆก็ทำให้ฉันถูกทำโทษซะแล้ว

     ฉันเกลียดมันพอๆกับคำขวัญวันเด็กในสมัยนั้นของ พลเอก เปรม เลย ที่ทำให้ฉันต้องอายบ่อยๆ ข้อหาจำไม่ได้เมื่อถูกครูถามในช่วงวันเด็กสมัยที่ฉันยังเรียนประถมอยู่ โดนถามทีไรฉันก็ตอบ “มีวินัย ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม” ซึ่งก็ไม่เคยตอบถูกสักที ตั้งแต่ ป.1 ยัน ป.6 แต่เรื่องนี้ฉันเหมาให้เป็นความผิดของ นายก เปรม ที่มักง่าย ตั้งคำขวัญซ้ำซาก วนเวียนอยู่แต่แถวนี้นั้นแหละ ไม่เปลี่ยนสักที วันเด็กทีไร วินัย กะ คุณธรรม มาทุกปี และช่วงสมัยประถมของฉัน ประเทศนี้ก็ดันมีแต่นายก ชื่อเปรม อยู่คนเดียวด้วยสิ

     และด้วยคำขวัญที่วนเวียนซ้ำซากจากปากนายกรัฐมนตรีคนแรกของฉันหลังจากที่ได้รู้จักกับความหมายของมัน เจ้าประชาธิปไตย รึเปล่าก็ไม่รู้สิ ที่เป็นลางบอกเหตุมาตั้งแต่เด็กแล้ว ว่าประชาธิปไตยของประเทศเรา จะ เลือกตั้งแล้วปฏิวัติ ปฏิวัติแล้วเลือกตั้ง วนเวียนซ้ำซากพอๆกับคำว่า วินัย กะ คุณธรรม ของคำขวัญวันเด็กของพลเอก เปรมในสมัยนั้นอยู่อย่างนี้ไปตลอด

     ในช่วงชีวิตของฉัน มีการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ถ้านับเฉพาะช่วงที่จำความได้ก็แค่ 2 ครั้ง สมัย 2519 ฉันยังเล็กเกินไปที่จะจำความได้

     และการปฏิวัติรัฐประหารของ รสช.ในปี 2534 นั้น ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ออกไปอยู่บนท้องถนนร่วมกับมวลมหาประชาชน(เห็นสมัยนี้ฮิตคำนี้ ขอใช้บ้าง) ฉันก็ได้ออกไปปกป้อง “มัน เจ้าประชาธิปไตย”ทั้งที่ยังไม่รู้จักความหมายมันดีเหมือนกับพวกผู้ใหญ่ที่เขาออกมากันหรอกนะ น้าชาติ นายกสมัยนั้น ฉันก็ไม่ได้มีสายสัมพันธ์เป็นญาติโกโหติกาอะไรกับแก ฉันก็ไม่ได้จะไปเรียกร้องความถูกต้อง ยุติธรรมให้พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณซะเมื่อไร ก็จะเอาอะไรมากกับความคิดของฉันเมื่อตอนอายุ 15-16

     จริงๆ ฉันไปตามประสาอยากรู้อยากเห็นของเด็กที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นแค่นั้นเอง ไปกับเพื่อนสนิทของฉัน วันนั้นโรงเรียนเลิกไว เลยพากันสองคนฉันกับเพื่อนเดินไปเพื่อไปดู ขบวนพวกผู้ใหญ่ที่เขามาชุมนุมกันที่ลานพระรูป เห็นเขาว่ามากันเยอะมาก ฉันก็อยากไปดูให้เห็นกับตา อยากรู้ว่าคนออกมาชุมนุมกันเป็นแสนๆเป็นอย่างไร คงจะมากมายมหาศาลแน่ๆ แต่คงไม่ถึง 5 ล้านคนที่ชุมนุมกันอยู่ตอนนี้หรอกมั้ง

     และก็ทำให้ฉันรู้เลยว่า การปกป้องเจ้าประชาธิปไตย มันลำบากขนาดไหน ทั้งๆคิดว่าใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวเดียวก็ถึง จากโรงเรียนมัธยมแถวหัวลำโพง ไปลานพระรูปทรงม้า แค่ 5-6 กิโลไม่น่าจะเหนื่อยและลำบากสำหรับเด็กวัยรุ่นอย่างฉันและเพื่อน เลยออกเดินตามขบวนที่จะยกพลไปสบทบกับพวกที่ชุมนุมอยู่ที่ลานพระรูปและสนามหลวง

     แต่ฉันคิดผิด การเดินท่ามกลางผู้คนมากมายเพื่อไปปกป้องเจ้าประชาธิปไตย มันเหนื่อยแทบขาดใจ ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว น้ำก็ไม่มีกิน ปวดฉี่ก็ต้องทนอั้นไว้ เพราะไม่รู้จะไปฉี่ที่ไหน ตอนนั้นเริ่มบ่นกับเพื่อนที่มาด้วยกันแล้วว่า “ไม่น่ามาเลย” ไม่เห็นจะต้องมาทนลำบากปกป้องสิ่งที่มีผู้คนมากมายออกมาปกป้องอยู่แล้ว เราเป็นแค่เด็ก ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่เขาทำไปดีกว่า

     ก็บ่นตามประสาเด็กๆนะ ปากก็บ่นไปอย่างงั้นแหละ เพราะขาของฉันก็ยังก้าวตามขบวนต่อไป

     ยังไม่ทันไปถึงจุดหมายลานพระบรมรูปทรงม้าที่ตั้งใจ เจ้าประชาธิปไตยก็เริ่มแผลงฤทธิ์ให้ฉันรู้รสเสียก่อน เดินมาถึงแค่แถวๆกองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก ก็มาเจอบังเกอร์ทหารตั้งขวางเส้นทางอยู่ฉันไม่ได้เห็นเองหรอกนะ เพราะตัวยังเล็กอยู่ เห็นแต่แผ่นหลังของคนที่อยู่ข้างหน้าฉัน และก็อยู่ไกลจากหัวขบวนพอสมควร แต่พอได้ยินที่เขาคุยกันจึงรู้ว่ามีทหารขวางทางที่จะไปต่ออยู่ เลยเป็นอันว่า ขบวนที่ฉันกับเพื่อนเดินตามเขามาต้อยๆ ต้องหยุดชะงักแค่นั้น ติดอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ๆ ขบวนก็เริ่มขยับเดินหน้าต่อ เดินตามเขาไปก็รู้ว่าข้างหน้าคงพานำปีนข้ามกระสอบทรายทหารเพื่อมุ่งหน้าต่อไป

     ความคิดเด็กๆอย่างฉันในตอนนั้นคิดว่า ทหารที่ควรจะมีวินัยมากกว่าเด็กอย่างฉัน และน่าจะมีคุณธรรมรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร กลับเอากระสอบทรายมาขวางทางประชาชนที่จะไปปกป้องประชาธิปไตยทำไม ซึ่งก็เป็นความคิดเด็กๆล่ะนะ ที่คิดไม่รอบคอบ ลืมคิดไปว่า ก็หัวหน้าของทหารเหล่านั้นหรือ ผบ.ทบ ในตอนนั้นเขาเป็นคนกระทำการปฏิวัติ แล้วทหารชั้นผู้น้อยเขาก็ต้องถือวินัย ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ให้ออกมาขวางประชาชนที่ออกมาต่อต้าน

     แต่ขณะที่ฉันกับเพื่อนกำลังต่อคิวจะปีนข้ามกระสอบทรายตามขบวนไปต่อนั้น นรกโลกันต์ก็แสดงให้รู้ถึงความน่ากลัวของเจ้าประชาธิปไตย เมื่อมีเสียงปืนดังนัดสองนัดในตอนแรก และดังถี่เหมือนใครกำลังจุดประทัดวันตรุษจีน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากข้างหน้าขบวนที่เดินนำข้ามกระสอบทรายไปแล้ว และเห็นผู้คนมากมายที่ข้ามไปก่อนหน้า วิ่งกลับหลังมาคิดชีวิตตรงกลับมาที่ฉันอยู่

     สัญชาติญาณเอาตัวรอดของสัตว์ประเสริฐก็ไม่ต่างจากเดรัจฉาน การหนีจากภัยอันตรายที่ทุกชีวิตจำต้องเลือก ฉันหันหลังวิ่งกลับตามขบวนที่เดินกันมาอย่างพร้อมเพรียง แต่แตกกระเจิงในยามเอาชีวิตรอด วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  

    และสัญชาติญาณเอาชีวิตรอดของสัตว์ประเสริฐก็ดูเหมือนจะโหดร้ายกว่าสัตว์เดรัจฉานที่เคยเห็นตามสารคดี ฝูงกวางหรือฝูงวัวควายเมื่อหนีสิงโต มันจะแตกกระเจิงกันออกไปคนล่ะทิศหรือว่าหนีไปในทิศทางเดียวกันก็แล้วแต่ แต่ฉันไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง ว่ามันจะเหยียบพวกเดียวกันเองที่เสียหลักล้มลง หรืออาจเป็นเพราะว่า สิงโตในสารคดีที่ฉันเคยดูน่ากลัวน้อยกว่าปืนที่มวลชนเผชิญอยู่ จึงทำให้คนหนีตายจำนวนไม่น้อยที่เหยียบเพื่อมนุษย์อุดมการณ์เดียวกันที่ล้มลงเพื่อหนีจากเสียงปืนที่อาจมาคร่าชีวิต

ล้มลงก็อาจตาย วิ่งช้าก็อาจตาย เจ้าประชาธิปไตยมันโหดร้ายถึงขนาดนี้เชียวหรือ
ความกลัวทำให้ฉันพลัดหลงกับเพื่อนสนิทที่มาด้วยกันอย่างไม่มีวันได้พบกันอีกแล้วในชาตินี้
เพื่อนของฉัน วัชระ ปานจันทร์ ได้สูญหายไปจากการหนีตายในครั้งนั้น

     ฉันวิ่งหนีตายมาตั้งไกล มาหมดแรงแถวๆหน้า อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก เหล่ามวลชนผู้ออกมาปกป้องประชาธิปไตยในตอนนั้นต่างยื้อแย่งกันเข้าไปในอาคาร รวมทั้งเด็กอย่างฉันที่ไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะคิดอะไรในตอนนั้น ได้แต่ตามๆเขาเข้าไปในนั้น มาคิดได้ตอนโตแล้ว มาในตอนนั้นที่พากันเข้าไปหลบในอาคารสหประชาชาติ คงเพราะหวังให้ผู้ถืออาวุธจากเงินภาษีของประชาชน เกรงใจสหประชาชาติ ไม่กล้าเข้ามาทำร้ายในอาคารสถานที่นี้

     มาคิดๆดูก็ตลกดี ที่สมัยนั้นต่างชาติยังไม่ได้แสดงท่าทีต่อการกระทำของ รสช (ไม่รู้แสดงท่าทีหรือเปล่า ฉันยังเด็กเกินไปที่จะติดตามข่าวสารข้อมูล) อำนาจนอกระบบก็ยังกล้าเข้าไปทำอะไรน่าเกลียดในสถานที่ของเขา โดยทหารเข้าไปกวาดต้อนมวลชนรวมทั้งฉันด้วย ที่เข้าไปหลบในนั้นออกมา เพื่อจะผลักดันในออกจากพื้นที่หรือจะเอาไปทำอะไรไม่รู้ เพราะทุกคนรวมทั้งฉันต่างวิ่งหนีกระเจิงกันอีกที ออกจากสถานที่ที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยแต่กลับไม่ใช่ และฉันก็หนีโซซัดโซเซกลับถึงบ้านในรุ่งเช้าของอีกวัน

     และเหตุการณ์นั้นเหมือนสมัยนี้ ทั่วทั้งโลกแสดงท่าทีชัดเจนว่าสนับสนุนการเลือกตั้งอันเป็นหนทางของประชาธิปไตย อำนาจนอกระบบในสมัยนี้กลับแยกเขี้ยวและขู่คำราม และประกาศจะบุกอนาธิปไตยของชาติอื่นอย่างสถานทูต

     ผ่านมา 20 ปีแล้ว “มัน” เจ้าประชาธิปไตยของฉัน ก็ยังคงวนเวียนซ้ำซากตาม วัฏจักรที่น่ารังเกียจของมันต่อไป สมัย รสช. เขาว่าตาย 40 บาดเจ็บ 600 ซึ่งฉันที่อยู่ในเหตุการณ์คิดเองว่าไม่น่าจะใช่ตัวเลขที่แท้จริง แล้วผลพ่วงจากสมัย คมช. ก็มาตายกันอีกเกือบร้อยในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ กบฏล่าสุด กปปส ก็ตายไปแล้ว 4 ศพ

ทุกครั้งที่มีคนพยายามไปยุ่งเกี่ยวกับ “มัน” เจ้าประชาธิปไตยต้องมีการสูญเสียกระนั้นหรือ..?
เป็นคำถามที่ฉันสงสัยเหลือเกิน

     สำหรับทุกวันนี้ ฉันก็เกลียดขี้หน้า“มัน”เหมือนเมื่อสมัยประถมอยู่เหมือนเดิม เพราะก็ยังคงสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน แต่ฉันไม่สงสัยเลย หากว่าตัวฉันเองจะออกไปปกป้อง“มัน” เจ้าประชาธิปไตยอีกครั้ง ถ้ามีใครพยายามจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน และใช้“มัน” เจ้าประชาธิปไตยไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมิใช่คนทั้งชาติอีก และในครั้งนี้ ไปด้วยความรู้ความเข้าใจ มิใช่ทำไปเพราะอยากรู้อยากเห็นเหมือนสมัยยังเด็กๆอีกแล้ว

     สมัย คมช. ฉันพลาดไปที่ไม่ได้ออกไปปกป้อง“มัน” เจ้าประชาธิปไตยของฉันเลยบิดเบี้ยวมาจนเป็นปัญหาถึงทุกวันนี้

     ครูเคยสอนฉันว่า ประชาธิปไตย นั่นก็คือการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ซึ่งฉันก็เข้าใจและพร้อมจะปกป้องเจ้าประชาธิปไตยโดยการไปเลือกตั้งตามสิทธิที่ฉันพึ่งมีในคูหาเลือกตั้ง แต่หากการณ์ใดก็แล้วแต่ ไม่ได้กระทำการโดยประชาชน ซึ่งมีขอบเขตอำนาจในการเลือกตัวแทนแล้วล่ะก็ วันนั้นจะเป็นวันที่ฉันจะออกไปปกป้อง“มัน” เจ้าประชาธิปไตยอีกครั้งบนท้องถนน

ฉันสัญญา ฉันจะไม่ทิ้ง“มัน” อีกแล้ว เจ้าประชาธิปไตย
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่