ตอนที่ 10
รวิวารเดินถ่ายรูปเล่นมาตามทางจนเมื่อมาถึงเต็นท์ของทีมงานกองถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งมุมหนึ่งจัดเป็นโต๊ะอาหารเช้าสำหรับทีมงานและนักแสดง เมื่อหญิงสาวในฐานะช่างภาพก้าวเข้ามาทักทายกับหลายๆคนซึ่งเคยทำความรู้จักกันมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ ผู้ชายที่โบกไม้โบกมือพร้อมรอยยิ้มกว้างขณะดื่มกาแฟไปด้วย ก็ทำให้รวิวารต้องแปลกใจอีกครั้ง
“สิง มาทำอะไรที่นี่”
“อ้าว ถามแปลกๆ ฉันก็มาทำงานน่ะสิ ไม่เชื่อลองถามพี่มดดู”
สิงหาตอบพลางยักคิ้วด้วยท่าทางอารมณ์ดีเหลือเกินกับการได้เห็นท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อว่าจะมาเจอเขาที่นี่ของเพื่อน
“พี่ลืมเล่าให้ป่านฟัง คือพี่อยากได้ทีมงานด้านเทคนิคพิเศษมาเพิ่มน่ะ แล้วบอสของป่านก็แนะนำสิงหามาให้ พอเห็นโปรไฟล์ของเขาแล้ว พี่ว่าเขาก็เหมาะจะทำงานนี้ดี เลยชวนมาทำงานด้วย”
มนชญาอธิบายให้สาวรุ่นน้องฟัง
“โธ่ ก็นึกว่า จะมาเป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่องนี้ด้วย เห็นพี่มดบ่นว่าขาดเอ็กซ์ตร้าไม่ใช่เหรอคะ”
หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเพื่อนร่วมงาน
“ดูถูกกันมากเกินไปแล้ว ระดับฉันนะ ถ้าไม่ใช่บทพระเอก อย่าหวังว่าฉันจะยอมเล่น”
“สองคนนี้นี่เจอกันก็เปิดศึกแบบที่ทักษ์บอกไว้จริงๆเลย เดี๋ยวทานข้าวแล้ว มาฟังบรีฟงานสัก 10 นาทีนะ รอพี่ต้องผู้กำกับมาแล้วพี่จะมาเรียกอีกที”
มนชญาทำหน้าที่เป็นกรรมการห้ามแบบไม่จริงจังนัก สิงหากับรวิวารหันไปมองหน้ากันยิ้มๆ
“ค่ะ พี่มด”
หญิงสาวรับคำแล้วเดินอ้อมไปนั่งตรงข้ามกับสิงหา รอเวลาเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการในวันนี้
เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้วตอนที่พฤกษ์ขับรถกลับมาไร่ทะเลเมฆหลังออกไปส่งวรินทร์ธารซึ่งวันนี้ต้องออกไปเป็นวิทยากรฝึกสอนอาชีพเสริมให้กับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่อยู่ไม่ไกลจากไร่มากนัก และปกติรถตู้ของทางไร่จะทำหน้าที่ไปรับไปส่งหญิงสาว แต่วันนี้ คนขับรถตู้ลากลับบ้านชั่วคราว เจ้าของไร่หนุ่มจึงไม่ลังเลที่จะอาสาทำหน้าที่นี้เอง
“คุณพฤกษ์ ดิฉันมีเรื่องจะรบกวนหน่อยค่ะ”
พฤกษ์เงยหน้ามองพยาบาลพิเศษของอิงอรที่เข้ามาหาขณะเขากำลังทานมื้อกลางวันด้วยท่าทางเกรงใจไม่น้อย
“มีอะไรเหรอครับ เกิดอะไรขึ้นกับคุณน้ารึเปล่า”
เขาถามอย่างนึกเป็นห่วง
“คุณอิงอรไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ เธอขอให้ดิฉันมาเรียนคุณพฤกษ์ว่าเธอมีธุระสำคัญอยากคุยด้วย ถ้าคุณพฤกษ์พอจะมีเวลาว่าง รบกวนให้แวะไปหาที่เรือนพักสักหน่อยค่ะ”
“ได้สิครับ ช่วงบ่ายนี้ผมพอมีเวลาว่าง เอาเป็นว่าคุณกลับไปดูแลคุณน้าต่อเถอะ ฝากบอกด้วยว่า ขอไปดูแปลงปลูกสตรอเบอร์รี่ก่อน เสร็จแล้วจะแวะไปหา”
พยาบาลสาวยิ้มกว้างดีใจกับคำตอบที่ได้รับ
“ขอบคุณคุณพฤกษ์มากนะคะ”
หลังจากพยาบาลสาวกลับออกไปแล้ว พฤกษ์ก็ทานอาหารมื้อกลางวันต่อไปและหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านอีกพักหนึ่ง จนกระทั่งไกวัลเดินเข้ามา
“นายใหญ่จะรับอะไรเพิ่มไหมครับ แม่ครัวบอกทำขนมไว้หลายอย่าง”
“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวค่อยทานมื้อเย็นทีเดียว แล้วกองถ่ายหนังเป็นไงบ้าง มีปัญหาอะไรรึเปล่า”
“ถึงตอนนี้ก็ยังโอเคอยู่นะครับ พวกเขาทำตามเงื่อนไขและข้อตกลงของเราเป็นอย่างดี ถ้าจะมีก็คงเป็นคนงานไร่ของเราที่ดูจะตื่นเต้นและชอบไปจับกลุ่มมุงดูกันบ่อยๆ”
พฤกษ์พยักหน้ารับรู้
“ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกันนะ มีปัญหาอะไรบอกฉันได้ทันที”
“ครับนายใหญ่ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ”
ไกวัลออกไปได้ไม่นาน พฤกษ์ก็เตรียมตัวออกไปหาอิงอรที่เรือนพักด้านหลัง ระหว่างทางที่เดิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองไปยังเต๊นท์ของทีมงานกองถ่ายภาพยนตร์ ภาพหญิงสาวที่สะพายกล้องถ่ายรูปติดตัวไว้ตลอดเวลาเมื่อครั้งแรกที่เธอมาเยือนไร่ทะเลเมฆยังคงชัดเจนในความรู้สึก ชายหนุ่มได้แต่หวังว่าจะได้พบเจอพูดคุยกับเธอบ้างระหว่างที่เธอมาทำงานอยู่ที่นี่
บริเวณสวนหน้าเรือนพักของอิงอรกับวรินทร์ธาร เมื่อพฤกษ์เดินมาถึง หลังออกมาจากเข้าไปดูแปลงทดลองปลูกสตรอเบอร์รี่ สาวใช้ซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ก็รีบวิ่งมาต้อนรับ
“นายใหญ่มาหาคุณอิงอรเหรอคะ เดี๋ยวหนูไปบอกให้”
“ไม่เป็นไร ฉันเข้าไปหาคุณน้าข้างในเองดีกว่า”
พฤกษ์บอกและผลักบานประตูกระจกเข้าไปด้านใน อิงอรซึ่งนอกอยู่บนเตียงพอเห็นผู้มาเยือนก็ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางดีใจระคนเกรงใจไม่น้อย
“คุณพฤกษ์ น้าต้องขอโทษด้วยนะคะที่รบกวนให้มาหา น้าไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีเสมอ คุณน้ามีเรื่องอะไรจะให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลยครับ”
อิงอรหันไปมองพยาบาลสาว ที่ดูเหมือนจะเข้าใจความหมายได้ไม่ยากนัก
“ฉันขอคุยกับคุณพฤกษ์ตามลำพังสักครู่นะคะ”
“ได้ค่ะ เชิญตามสบาย ขอตัวก่อนนะคะ”
พฤกษ์เดินไปนั่งที่เก้าอี้โยกข้างหน้าต่างแบบรอฟัง หลังจากพยาบาลสาวออกไปจากห้องแล้ว
“น้าขอร้องคุณพฤกษ์ก่อนได้ไหมคะ ว่าเรื่องที่น้าจะคุยกับคุณพฤกษ์ ขอให้เป็นความลับระหว่างเราสองคนเท่านั้น”
“ครับ ถ้าคุณน้าต้องการแบบนั้น”
อิงอรยังคงมีสีหน้าลำบากใจ เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน
“เมื่อเช้า ว่านพาน้าออกไปเดินเล่น แล้วน้าก็ได้เจอกับ “
คนฟังทำหน้าสงสัย เมื่ออีกฝ่ายหยุดเล่าไปเฉยๆ จนอดไม่ได้ต้องเป็นฝ่ายถามเอง
“เจอกับใครเหรอครับ”
“ว่านแนะนำว่าเธอเป็นเพื่อนกับคุณภู คุณพฤกษ์ แล้วก็มาทำงานกับกองถ่าย เป็นช่างกล้อง”
“คุณป่านเหรอครับ”
พฤกษ์ถามกลับทันที
“ใช่ค่ะ แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่น้าต้องขอให้คุณพฤกษ์มาหาในวันนี้”
แววตาที่มีน้ำตาเอ่อคลอของอิงอร สร้างความประหลาดใจระคนสงสัยให้พฤกษ์มากมาย ทว่า เขาก็ใจเย็นพอและอดทนรอผู้อาวุโสที่เขานับถือไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังเองในที่สุด
เสียงเฮดังลั่นมาจากทีมงานและนักแสดงทันทีที่ผู้กำกับสั่งเลิกกองตอนเกือบสามทุ่ม และหลังจากนัดหมายเวลาเริ่มงานวันถัดไปแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายไปที่พักของตัวเอง
“ป่าน ไปหากาแฟกินกันไหม”
สิงหาเดินมาชวนรวิวารที่กำลังเก็บอุปกรณ์กล้องอยู่คนเดียวเงียบๆ
“แกคิดว่าเราทำงานอยู่อ๊อฟฟิศกันเหรอ ดึกขนาดนี้ ร้านอาหาร ร้านกาแฟในไร่ปิดไปหมดแล้ว ไปชงดื่มที่ห้องพักเอาเองละกัน”
“ดึกตรงไหน แค่สามทุ่มเอง ปิดหมดแล้วจริงเหรอเนี่ย”
ชายหนุ่มบ่นอย่างเสียดาย ระหว่างนั้น ร่างสูงใหญ่ของภูผาก็เดินเข้ามาในเต็นท์พร้อมรอยยิ้มสดใส
“คุณป่าน ดีใจจังครับที่ยังไม่กลับ ผมรอจนคุณป่านเลิกงาน แล้วถึงแวะมาหา เดี๋ยวผมช่วยถือของเดินไปส่งที่บ้านพักนะครับ เราจะได้คุยกันไปด้วย”
ชายหนุ่ม ไม่แม้แต่จะทักหรือแสดงท่าทางว่ามองเห็นสิงหาเลยสักนิด และยังถือวิสาสะคว้ากระเป๋ากล้องของหญิงสาวมาถือไว้อีกด้วย
“ขอโทษนะครับ คือผมกับป่านกำลังจะไปทานข้าวด้วยกัน”
สิงหาพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่า ภูผาก็ยังทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตนอีกเช่นเคย
“ไปครับ เดี๋ยวพอเอาของไปเก็บแล้ว เราจะได้ออกไปหาของอร่อยในตัวเมืองทานกัน”
“เอ่อ คุณภูคะ สิงด้วย ป่านเหนื่อยแล้วก็อยากกลับไปพักผ่อนมากกว่าค่ะ มีงานอื่นค้างอยู่หลายอย่าง ข้าวเย็นก็เพิ่งทานไปช่วงหัวค่ะ ยังไม่หิวเลยค่ะ ต้องขอโทษจริงๆนะคะ”
หญิงสาวตอบปฏิเสธด้วยท่าทางอึดอัดก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณ นั้น โดยมีภูผาก้าวเดินตามไปติดๆ สิงหาจึงได้แต่มองตามและถอนใจยาวอย่างหนักใจ เขาสู้อุตส่าห์ขอร้องพิทักษ์ให้ช่วยจนได้มาทำงานเป็นส่วนหนึ่งของกองถ่ายภาพยนตร์เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ กับรวิวาร ทว่า ดูเหมือนสิ่งที่เขากำลังพยายาม มันช่างไร้ความหมายยิ่งนัก หลายครั้งที่เขาอยากจะบอกความในใจที่มีต่อเธอให้เธอได้รับรู้ ทว่า ก็กลัวเหลือเกิน กลัวว่ามันจะทำลายมิตรภาพของความเป็นเพื่อนที่มีต่อกันมานับปีให้พังทลายลงไป ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เขาคงทำใจยอมรับไม่ได้
สิ่งหาเดินเรื่อยเปื่อยไปทางเรือนต้อนรับด้านหน้า เพียงเพื่อจะมาดูให้แน่ใจ ว่าร้านขายกาแฟกับขนม รวมทั้งของฝากที่ระลึกของไร่ทะเลเมฆปิดแล้วจริงๆ
“ขอโทษนะคะ ร้านปิดแล้วค่ะ คุณมีอะไรให้ทางไร่ทะเลเมฆช่วยเหลือรึเปล่า”
น้ำเสียงสุภาพที่ดังขึ้นทางด้านหลัง ทำให้สิงหาต้องหยุดเดินและหันกลับไปมอง แล้วก็ได้พบกับหญิงสาวรูปร่างบอบบางราวกับดอกไม้กลางลมหนาวกำลังยิ้มมองมาอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีครับ ผมชื่อสิงหา เป็นทีมงานของกองถ่ายหนังน่ะครับ เลิกทำงานแล้วอยากเดินเล่น ก็เลยเดินมาเรื่อยๆ แล้วคุณ…”
“วรินทร์ธารค่ะ เรียกว่านก็ได้ เป็นผู้ดูแลไร่คนหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของนะคะ ปกติ ฉันจะดูคอยแลร้านกาแฟกับร้านขายขนม แต่วันนี้ออกไปธุระข้างนอกเพิ่งกลับมา ทุกร้านในไร่ทะเลเมฆปิดไม่เกินสองทุ่ม ยังไงลองแวะมาใหม่พรุ่งนี้แล้วกันค่ะ”
“อ๋อ ครับ ขอบคุณมากครับคุณว่าน พรุ่งนี้ผมจะหาโอกาสแวะมาทานกาแฟกับขนมที่นี่แน่นอน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“เช่นกันค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
วรินทร์ธารบอกลาชายหนุ่มอย่างสุภาพแล้วเดินแยกไปอีกทาง โดยที่สิงหายืนมองตามจนเธอหายลับสายตาไปในความมืด ทั้งที่เป็นการพบกันครั้งแรก แต่รอยยิ้มกับดวงตาหวานปนเศร้าของหญิงสาวก็สร้างความประทับใจให้ชายหนุ่มผู้มาเยือนได้อย่างมากมาย สิงหาบอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้าและแวะมาทานกาแฟที่นี่ให้ได้
มนต์เมฆา ตอนที่ 10
รวิวารเดินถ่ายรูปเล่นมาตามทางจนเมื่อมาถึงเต็นท์ของทีมงานกองถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งมุมหนึ่งจัดเป็นโต๊ะอาหารเช้าสำหรับทีมงานและนักแสดง เมื่อหญิงสาวในฐานะช่างภาพก้าวเข้ามาทักทายกับหลายๆคนซึ่งเคยทำความรู้จักกันมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ ผู้ชายที่โบกไม้โบกมือพร้อมรอยยิ้มกว้างขณะดื่มกาแฟไปด้วย ก็ทำให้รวิวารต้องแปลกใจอีกครั้ง
“สิง มาทำอะไรที่นี่”
“อ้าว ถามแปลกๆ ฉันก็มาทำงานน่ะสิ ไม่เชื่อลองถามพี่มดดู”
สิงหาตอบพลางยักคิ้วด้วยท่าทางอารมณ์ดีเหลือเกินกับการได้เห็นท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อว่าจะมาเจอเขาที่นี่ของเพื่อน
“พี่ลืมเล่าให้ป่านฟัง คือพี่อยากได้ทีมงานด้านเทคนิคพิเศษมาเพิ่มน่ะ แล้วบอสของป่านก็แนะนำสิงหามาให้ พอเห็นโปรไฟล์ของเขาแล้ว พี่ว่าเขาก็เหมาะจะทำงานนี้ดี เลยชวนมาทำงานด้วย”
มนชญาอธิบายให้สาวรุ่นน้องฟัง
“โธ่ ก็นึกว่า จะมาเป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่องนี้ด้วย เห็นพี่มดบ่นว่าขาดเอ็กซ์ตร้าไม่ใช่เหรอคะ”
หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเพื่อนร่วมงาน
“ดูถูกกันมากเกินไปแล้ว ระดับฉันนะ ถ้าไม่ใช่บทพระเอก อย่าหวังว่าฉันจะยอมเล่น”
“สองคนนี้นี่เจอกันก็เปิดศึกแบบที่ทักษ์บอกไว้จริงๆเลย เดี๋ยวทานข้าวแล้ว มาฟังบรีฟงานสัก 10 นาทีนะ รอพี่ต้องผู้กำกับมาแล้วพี่จะมาเรียกอีกที”
มนชญาทำหน้าที่เป็นกรรมการห้ามแบบไม่จริงจังนัก สิงหากับรวิวารหันไปมองหน้ากันยิ้มๆ
“ค่ะ พี่มด”
หญิงสาวรับคำแล้วเดินอ้อมไปนั่งตรงข้ามกับสิงหา รอเวลาเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการในวันนี้
เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้วตอนที่พฤกษ์ขับรถกลับมาไร่ทะเลเมฆหลังออกไปส่งวรินทร์ธารซึ่งวันนี้ต้องออกไปเป็นวิทยากรฝึกสอนอาชีพเสริมให้กับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่อยู่ไม่ไกลจากไร่มากนัก และปกติรถตู้ของทางไร่จะทำหน้าที่ไปรับไปส่งหญิงสาว แต่วันนี้ คนขับรถตู้ลากลับบ้านชั่วคราว เจ้าของไร่หนุ่มจึงไม่ลังเลที่จะอาสาทำหน้าที่นี้เอง
“คุณพฤกษ์ ดิฉันมีเรื่องจะรบกวนหน่อยค่ะ”
พฤกษ์เงยหน้ามองพยาบาลพิเศษของอิงอรที่เข้ามาหาขณะเขากำลังทานมื้อกลางวันด้วยท่าทางเกรงใจไม่น้อย
“มีอะไรเหรอครับ เกิดอะไรขึ้นกับคุณน้ารึเปล่า”
เขาถามอย่างนึกเป็นห่วง
“คุณอิงอรไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ เธอขอให้ดิฉันมาเรียนคุณพฤกษ์ว่าเธอมีธุระสำคัญอยากคุยด้วย ถ้าคุณพฤกษ์พอจะมีเวลาว่าง รบกวนให้แวะไปหาที่เรือนพักสักหน่อยค่ะ”
“ได้สิครับ ช่วงบ่ายนี้ผมพอมีเวลาว่าง เอาเป็นว่าคุณกลับไปดูแลคุณน้าต่อเถอะ ฝากบอกด้วยว่า ขอไปดูแปลงปลูกสตรอเบอร์รี่ก่อน เสร็จแล้วจะแวะไปหา”
พยาบาลสาวยิ้มกว้างดีใจกับคำตอบที่ได้รับ
“ขอบคุณคุณพฤกษ์มากนะคะ”
หลังจากพยาบาลสาวกลับออกไปแล้ว พฤกษ์ก็ทานอาหารมื้อกลางวันต่อไปและหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านอีกพักหนึ่ง จนกระทั่งไกวัลเดินเข้ามา
“นายใหญ่จะรับอะไรเพิ่มไหมครับ แม่ครัวบอกทำขนมไว้หลายอย่าง”
“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวค่อยทานมื้อเย็นทีเดียว แล้วกองถ่ายหนังเป็นไงบ้าง มีปัญหาอะไรรึเปล่า”
“ถึงตอนนี้ก็ยังโอเคอยู่นะครับ พวกเขาทำตามเงื่อนไขและข้อตกลงของเราเป็นอย่างดี ถ้าจะมีก็คงเป็นคนงานไร่ของเราที่ดูจะตื่นเต้นและชอบไปจับกลุ่มมุงดูกันบ่อยๆ”
พฤกษ์พยักหน้ารับรู้
“ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกันนะ มีปัญหาอะไรบอกฉันได้ทันที”
“ครับนายใหญ่ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ”
ไกวัลออกไปได้ไม่นาน พฤกษ์ก็เตรียมตัวออกไปหาอิงอรที่เรือนพักด้านหลัง ระหว่างทางที่เดิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองไปยังเต๊นท์ของทีมงานกองถ่ายภาพยนตร์ ภาพหญิงสาวที่สะพายกล้องถ่ายรูปติดตัวไว้ตลอดเวลาเมื่อครั้งแรกที่เธอมาเยือนไร่ทะเลเมฆยังคงชัดเจนในความรู้สึก ชายหนุ่มได้แต่หวังว่าจะได้พบเจอพูดคุยกับเธอบ้างระหว่างที่เธอมาทำงานอยู่ที่นี่
บริเวณสวนหน้าเรือนพักของอิงอรกับวรินทร์ธาร เมื่อพฤกษ์เดินมาถึง หลังออกมาจากเข้าไปดูแปลงทดลองปลูกสตรอเบอร์รี่ สาวใช้ซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ก็รีบวิ่งมาต้อนรับ
“นายใหญ่มาหาคุณอิงอรเหรอคะ เดี๋ยวหนูไปบอกให้”
“ไม่เป็นไร ฉันเข้าไปหาคุณน้าข้างในเองดีกว่า”
พฤกษ์บอกและผลักบานประตูกระจกเข้าไปด้านใน อิงอรซึ่งนอกอยู่บนเตียงพอเห็นผู้มาเยือนก็ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางดีใจระคนเกรงใจไม่น้อย
“คุณพฤกษ์ น้าต้องขอโทษด้วยนะคะที่รบกวนให้มาหา น้าไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีเสมอ คุณน้ามีเรื่องอะไรจะให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลยครับ”
อิงอรหันไปมองพยาบาลสาว ที่ดูเหมือนจะเข้าใจความหมายได้ไม่ยากนัก
“ฉันขอคุยกับคุณพฤกษ์ตามลำพังสักครู่นะคะ”
“ได้ค่ะ เชิญตามสบาย ขอตัวก่อนนะคะ”
พฤกษ์เดินไปนั่งที่เก้าอี้โยกข้างหน้าต่างแบบรอฟัง หลังจากพยาบาลสาวออกไปจากห้องแล้ว
“น้าขอร้องคุณพฤกษ์ก่อนได้ไหมคะ ว่าเรื่องที่น้าจะคุยกับคุณพฤกษ์ ขอให้เป็นความลับระหว่างเราสองคนเท่านั้น”
“ครับ ถ้าคุณน้าต้องการแบบนั้น”
อิงอรยังคงมีสีหน้าลำบากใจ เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน
“เมื่อเช้า ว่านพาน้าออกไปเดินเล่น แล้วน้าก็ได้เจอกับ “
คนฟังทำหน้าสงสัย เมื่ออีกฝ่ายหยุดเล่าไปเฉยๆ จนอดไม่ได้ต้องเป็นฝ่ายถามเอง
“เจอกับใครเหรอครับ”
“ว่านแนะนำว่าเธอเป็นเพื่อนกับคุณภู คุณพฤกษ์ แล้วก็มาทำงานกับกองถ่าย เป็นช่างกล้อง”
“คุณป่านเหรอครับ”
พฤกษ์ถามกลับทันที
“ใช่ค่ะ แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่น้าต้องขอให้คุณพฤกษ์มาหาในวันนี้”
แววตาที่มีน้ำตาเอ่อคลอของอิงอร สร้างความประหลาดใจระคนสงสัยให้พฤกษ์มากมาย ทว่า เขาก็ใจเย็นพอและอดทนรอผู้อาวุโสที่เขานับถือไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังเองในที่สุด
เสียงเฮดังลั่นมาจากทีมงานและนักแสดงทันทีที่ผู้กำกับสั่งเลิกกองตอนเกือบสามทุ่ม และหลังจากนัดหมายเวลาเริ่มงานวันถัดไปแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายไปที่พักของตัวเอง
“ป่าน ไปหากาแฟกินกันไหม”
สิงหาเดินมาชวนรวิวารที่กำลังเก็บอุปกรณ์กล้องอยู่คนเดียวเงียบๆ
“แกคิดว่าเราทำงานอยู่อ๊อฟฟิศกันเหรอ ดึกขนาดนี้ ร้านอาหาร ร้านกาแฟในไร่ปิดไปหมดแล้ว ไปชงดื่มที่ห้องพักเอาเองละกัน”
“ดึกตรงไหน แค่สามทุ่มเอง ปิดหมดแล้วจริงเหรอเนี่ย”
ชายหนุ่มบ่นอย่างเสียดาย ระหว่างนั้น ร่างสูงใหญ่ของภูผาก็เดินเข้ามาในเต็นท์พร้อมรอยยิ้มสดใส
“คุณป่าน ดีใจจังครับที่ยังไม่กลับ ผมรอจนคุณป่านเลิกงาน แล้วถึงแวะมาหา เดี๋ยวผมช่วยถือของเดินไปส่งที่บ้านพักนะครับ เราจะได้คุยกันไปด้วย”
ชายหนุ่ม ไม่แม้แต่จะทักหรือแสดงท่าทางว่ามองเห็นสิงหาเลยสักนิด และยังถือวิสาสะคว้ากระเป๋ากล้องของหญิงสาวมาถือไว้อีกด้วย
“ขอโทษนะครับ คือผมกับป่านกำลังจะไปทานข้าวด้วยกัน”
สิงหาพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่า ภูผาก็ยังทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตนอีกเช่นเคย
“ไปครับ เดี๋ยวพอเอาของไปเก็บแล้ว เราจะได้ออกไปหาของอร่อยในตัวเมืองทานกัน”
“เอ่อ คุณภูคะ สิงด้วย ป่านเหนื่อยแล้วก็อยากกลับไปพักผ่อนมากกว่าค่ะ มีงานอื่นค้างอยู่หลายอย่าง ข้าวเย็นก็เพิ่งทานไปช่วงหัวค่ะ ยังไม่หิวเลยค่ะ ต้องขอโทษจริงๆนะคะ”
หญิงสาวตอบปฏิเสธด้วยท่าทางอึดอัดก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณ นั้น โดยมีภูผาก้าวเดินตามไปติดๆ สิงหาจึงได้แต่มองตามและถอนใจยาวอย่างหนักใจ เขาสู้อุตส่าห์ขอร้องพิทักษ์ให้ช่วยจนได้มาทำงานเป็นส่วนหนึ่งของกองถ่ายภาพยนตร์เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ กับรวิวาร ทว่า ดูเหมือนสิ่งที่เขากำลังพยายาม มันช่างไร้ความหมายยิ่งนัก หลายครั้งที่เขาอยากจะบอกความในใจที่มีต่อเธอให้เธอได้รับรู้ ทว่า ก็กลัวเหลือเกิน กลัวว่ามันจะทำลายมิตรภาพของความเป็นเพื่อนที่มีต่อกันมานับปีให้พังทลายลงไป ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เขาคงทำใจยอมรับไม่ได้
สิ่งหาเดินเรื่อยเปื่อยไปทางเรือนต้อนรับด้านหน้า เพียงเพื่อจะมาดูให้แน่ใจ ว่าร้านขายกาแฟกับขนม รวมทั้งของฝากที่ระลึกของไร่ทะเลเมฆปิดแล้วจริงๆ
“ขอโทษนะคะ ร้านปิดแล้วค่ะ คุณมีอะไรให้ทางไร่ทะเลเมฆช่วยเหลือรึเปล่า”
น้ำเสียงสุภาพที่ดังขึ้นทางด้านหลัง ทำให้สิงหาต้องหยุดเดินและหันกลับไปมอง แล้วก็ได้พบกับหญิงสาวรูปร่างบอบบางราวกับดอกไม้กลางลมหนาวกำลังยิ้มมองมาอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีครับ ผมชื่อสิงหา เป็นทีมงานของกองถ่ายหนังน่ะครับ เลิกทำงานแล้วอยากเดินเล่น ก็เลยเดินมาเรื่อยๆ แล้วคุณ…”
“วรินทร์ธารค่ะ เรียกว่านก็ได้ เป็นผู้ดูแลไร่คนหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของนะคะ ปกติ ฉันจะดูคอยแลร้านกาแฟกับร้านขายขนม แต่วันนี้ออกไปธุระข้างนอกเพิ่งกลับมา ทุกร้านในไร่ทะเลเมฆปิดไม่เกินสองทุ่ม ยังไงลองแวะมาใหม่พรุ่งนี้แล้วกันค่ะ”
“อ๋อ ครับ ขอบคุณมากครับคุณว่าน พรุ่งนี้ผมจะหาโอกาสแวะมาทานกาแฟกับขนมที่นี่แน่นอน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“เช่นกันค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
วรินทร์ธารบอกลาชายหนุ่มอย่างสุภาพแล้วเดินแยกไปอีกทาง โดยที่สิงหายืนมองตามจนเธอหายลับสายตาไปในความมืด ทั้งที่เป็นการพบกันครั้งแรก แต่รอยยิ้มกับดวงตาหวานปนเศร้าของหญิงสาวก็สร้างความประทับใจให้ชายหนุ่มผู้มาเยือนได้อย่างมากมาย สิงหาบอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้าและแวะมาทานกาแฟที่นี่ให้ได้