สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
ขอก๊อปบทวิเคราะห์เก่าของตัวเองมาเลยละกันนะครับ
http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2012/08/A12546449/A12546449.html
ปล. ขอใส่สปอยล์ กระทู้จะได้ไม่ยาว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผมชอบนะ ตั้งแต่ในหนังธอร์แล้ว ตอนนี้เป็นตัวร้ายอันดับ 1 ในใจผมด้วย(ไม่เกี่ยวกับความหล่อซะทั้งหมด)
ปล. แอบคิดว่าหนังต้องตั้งชื่อผิดแน่ๆ นี่มันไม่ใช่ "Thor" แต่เป็น "Loki ภาคธอร์" ตะหาก(มีภาคต่อคือ "Loki ปะทะดิอเวนเจอร์" lol)
ปรกติแล้วผมไม่ชอบตัวร้ายที่อยู่ๆมาทำตัวมีความหลังน่าเศร้าเรียกคะแนนสงสารเท่าไหร่ มันดูไร้ความรับผิดชอบแปลกๆ ชีวิตเอ็งดราม่าเป็นคนเดียวเรอะ? ปัญหาชีวิตใครๆเขาก็มี แล้วที่ผ่านมาทั้งเรื่องเชิดหน้าทำร้ายคนอื่นไว้เยอะจะให้ลืมกันง่ายๆได้ยังไง
แต่ต้องขอบคุณ ผกก. ทั้ง 2 ท่านที่บอกเล่าบทบาทของโลกิได้ดีมาก คือการที่เราได้เห็นความรู้สึกของโลกิตั้งแต่ต้น ไม่ใช่กั๊กมาปล่อยท้าย
เราเห็นโลกิพยามจะช่วยเพื่อนคนอื่นตอนไปดาวน้ำแข็ง
เราเห็นโลกิตกใจเมื่อพบว่ายักษ์น้ำแข็งทำร้ายเขาไม่ได้
(*เคยคุยกับเพื่อนว่าแผนของโลกิตอนนั้นคืออะไร? คิดจะให้ธอร์ไปก่อเรื่องที่โจตันเฮล์มจริงๆ หรือแค่จะให้ธอร์โดนด่าเพราะพยามบุกโจตันเฮล์ม ซึ่งผมว่าน่าจะเป็นข้อหลังมากกว่า เพราะตอนเจอลาฟฟี่นั้นโลกิพยามกล่อมให้ธอร์กลับแอสการ์ดจริงๆ คนที่ยั่วจนธอร์น็อตหลุดก็เป็นฝ่ายยักษ์น้ำแข็งเอง)
เราเห็นโลกิหวั่นไหวเมื่อค้นพบความจริงกับหีบน้ำแข็ง
แม้ตอนที่ตวาดพ่อไปด้วยความโกรธจนโอดินสลบ เราก็ยังเห็นโลกิเรียกคนให้มาช่วยพ่อ(จะอารมณ์ไหนไม่รู้ล่ะ แต่ถ้าไม่รักกันจริงคงแทงซ้ำตอนนอนแล้วชิงบัลลังก์ไปสบายเฉิบแล้ว)
ที่สำคัญคือบทบาทของโลกิในภาคธอร์ดูเหมือนจะเป็นตัวร้ายแบบคลาสสิค และควรจะลงเอยเข้าฝ่ายกับยักษ์น้ำแข็งที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันแล้วลางบางแอสการ์ดเป็นการแก้แค้น
แต่ฉากที่โลกิยิงลาฟฟี่จากข้างหลัง ฉากนั้นผมอยากลุกขึ้นตรบมือดังๆในโรงจริงๆ(แต่ไม่กล้า...คนรอบข้างเหมือนไม่ค่อยอินเท่าไหร่)
จริงอยู่ มันก็เป็นหนึ่งในแผนยึดอำนาจและซื้อความไว้วางใจในฐานะกษัตริย์แห่งแอสการ์ด แต่มันยังสื่ออีกว่าโลกิเองก็ตกลงใจจะเลือกฝ่ายครอบครัวบุญธรรมที่เลี้ยงเขามา แทนที่จะเลือกครอบครัวแท้ๆที่ทิ้งเขาไป
โลกิจึงไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ถูกยัดบทมา "เออ เอ็งเป็นตัวร้าย อ่ะ ทำตัวเลวๆซะ" เพราะโลกิเองก็มีความรักความผูกพันกับบ้านเมืองที่เขาเติบโตมาเหมือนกัน ส่วนความเลวของเขาคือส่วนที่...ตัดสินใจบางอย่างได้เลือดเย็นเกินไป เลือกเสียสละโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น และความอิจฉาริษยาธอร์ที่หมกมุ่นอยู่เท่านั้น
ด้วยการถ่ายทอดที่ทำให้เราเห็นชีวิตของโลกิไปพร้อมๆกับเนื้อเรื่อง ได้เห็นความหวั่นไหว ความโลภ ความโลเล การวางแผน การตัดสินใจ ตัวละครจึงสร้างมิติที่คนส่วนใหญ่ "ยอมรับได้" ขึ้นมา และเป็นมากกว่าตัวร้ายเกลื่อนกลาดที่แค่พูดว่า "ผมไม่ได้เลวไปทั้งหมด ผมเองก็มีความหลังรันทดเหมือนกัน"
อันนั้นในส่วนของบท สำหรับความสามารถของนักแสดง ผมมาเห็นชัดใน The Avengers
ถึงแม้ภาคนี้จะมีดีกรีเป็นบอสตัวร้ายแบบ Master Mind แต่สิ่งที่เราเห็นตลอดทั้งเรื่องคือเจ้าเด็กขาดความอบอุ่นที่พยามทุ่มสุดตัวเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ โลกิไม่ใช่แค่เดินเข้ามา สั่งลูกน้อง แล้วก็ไปรอสู้กับพระเอกตอนท้ายเรื่อง แค่ช่วงแรกที่เห็นพี่แกต้องสมบุกบั่นนั่งกระบะรถเพื่อหลบหนีจากชิลด์นี่ก็แอบชวนให้เอาใจช่วยแล้ว
ท่าทางการเดิน การพูด หรือการเคลื่อนไหวของโลกิที่ต้องให้เครดิตนักแสดงเพราะมันสื่อความหวั่นไหวลึกๆออกมาตลอดเวลา โลกิจะดูมั่นใจในตัวเองมากเวลาอยู่ต่อหน้าศัตรู แต่พอมาอยู่กับพวกเดียวกัน(ที่สะกดจิตมา)หรืออยู่คนเดียว ผู้ชมจะมองออกเลยว่าบิ๊กบอสคนนี้กำลังกลัดกลุ้มกับแผนการอยู่ไม่น้อย บางครั้งยังรู้สึกเหนื่อยแทน ซึ่งบทบาทแบบนี้หาไม่ได้บ่อยๆในหมู่ตัวร้าย ที่ออกแนวยิ้มกริ่มหลังตรงแบบพวกเซลฟ์จัดไปจนท้ายเรื่องกว่าจะเห็นอารมณ์ภายใน
และขอบคุณ The Avengers ที่แม้จะเอาดราม่าของโลกิมาต่อยอดแต่ลดดีกรีความขมของมันลงโดยการเพิ่มความตลกให้เจ้าตัวเข้าไป(แม้จะเป็นตลกแบบเจ็บตัวซะส่วนใหญ่ก็ตาม) ทำให้เรามองเห็นโลกิเป็นตัวร้ายที่ยืนด้วยตัวเองได้ ไม่ได้ดีแต่ขอความเห็นใจจากผู้ชมเป็นแรงเชียร์ น้องชายผู้อมทุกข์ในภาคแรกเริ่มจะกลายเป็นจอมเทพเปิ่นๆฮาๆให้คนดูได้หัวเราะและเห็นใจไปพร้อมๆกัน
คลิปของคุณ NC ให้บทวิเคราะห์ที่ดีพอสมควรเหมือนกัน

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2012/08/A12546449/A12546449.html
ปล. ขอใส่สปอยล์ กระทู้จะได้ไม่ยาว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผมชอบนะ ตั้งแต่ในหนังธอร์แล้ว ตอนนี้เป็นตัวร้ายอันดับ 1 ในใจผมด้วย(ไม่เกี่ยวกับความหล่อซะทั้งหมด)
ปล. แอบคิดว่าหนังต้องตั้งชื่อผิดแน่ๆ นี่มันไม่ใช่ "Thor" แต่เป็น "Loki ภาคธอร์" ตะหาก(มีภาคต่อคือ "Loki ปะทะดิอเวนเจอร์" lol)
ปรกติแล้วผมไม่ชอบตัวร้ายที่อยู่ๆมาทำตัวมีความหลังน่าเศร้าเรียกคะแนนสงสารเท่าไหร่ มันดูไร้ความรับผิดชอบแปลกๆ ชีวิตเอ็งดราม่าเป็นคนเดียวเรอะ? ปัญหาชีวิตใครๆเขาก็มี แล้วที่ผ่านมาทั้งเรื่องเชิดหน้าทำร้ายคนอื่นไว้เยอะจะให้ลืมกันง่ายๆได้ยังไง
แต่ต้องขอบคุณ ผกก. ทั้ง 2 ท่านที่บอกเล่าบทบาทของโลกิได้ดีมาก คือการที่เราได้เห็นความรู้สึกของโลกิตั้งแต่ต้น ไม่ใช่กั๊กมาปล่อยท้าย
เราเห็นโลกิพยามจะช่วยเพื่อนคนอื่นตอนไปดาวน้ำแข็ง
เราเห็นโลกิตกใจเมื่อพบว่ายักษ์น้ำแข็งทำร้ายเขาไม่ได้
(*เคยคุยกับเพื่อนว่าแผนของโลกิตอนนั้นคืออะไร? คิดจะให้ธอร์ไปก่อเรื่องที่โจตันเฮล์มจริงๆ หรือแค่จะให้ธอร์โดนด่าเพราะพยามบุกโจตันเฮล์ม ซึ่งผมว่าน่าจะเป็นข้อหลังมากกว่า เพราะตอนเจอลาฟฟี่นั้นโลกิพยามกล่อมให้ธอร์กลับแอสการ์ดจริงๆ คนที่ยั่วจนธอร์น็อตหลุดก็เป็นฝ่ายยักษ์น้ำแข็งเอง)
เราเห็นโลกิหวั่นไหวเมื่อค้นพบความจริงกับหีบน้ำแข็ง
แม้ตอนที่ตวาดพ่อไปด้วยความโกรธจนโอดินสลบ เราก็ยังเห็นโลกิเรียกคนให้มาช่วยพ่อ(จะอารมณ์ไหนไม่รู้ล่ะ แต่ถ้าไม่รักกันจริงคงแทงซ้ำตอนนอนแล้วชิงบัลลังก์ไปสบายเฉิบแล้ว)
ที่สำคัญคือบทบาทของโลกิในภาคธอร์ดูเหมือนจะเป็นตัวร้ายแบบคลาสสิค และควรจะลงเอยเข้าฝ่ายกับยักษ์น้ำแข็งที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันแล้วลางบางแอสการ์ดเป็นการแก้แค้น
แต่ฉากที่โลกิยิงลาฟฟี่จากข้างหลัง ฉากนั้นผมอยากลุกขึ้นตรบมือดังๆในโรงจริงๆ(แต่ไม่กล้า...คนรอบข้างเหมือนไม่ค่อยอินเท่าไหร่)
จริงอยู่ มันก็เป็นหนึ่งในแผนยึดอำนาจและซื้อความไว้วางใจในฐานะกษัตริย์แห่งแอสการ์ด แต่มันยังสื่ออีกว่าโลกิเองก็ตกลงใจจะเลือกฝ่ายครอบครัวบุญธรรมที่เลี้ยงเขามา แทนที่จะเลือกครอบครัวแท้ๆที่ทิ้งเขาไป
โลกิจึงไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ถูกยัดบทมา "เออ เอ็งเป็นตัวร้าย อ่ะ ทำตัวเลวๆซะ" เพราะโลกิเองก็มีความรักความผูกพันกับบ้านเมืองที่เขาเติบโตมาเหมือนกัน ส่วนความเลวของเขาคือส่วนที่...ตัดสินใจบางอย่างได้เลือดเย็นเกินไป เลือกเสียสละโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น และความอิจฉาริษยาธอร์ที่หมกมุ่นอยู่เท่านั้น
ด้วยการถ่ายทอดที่ทำให้เราเห็นชีวิตของโลกิไปพร้อมๆกับเนื้อเรื่อง ได้เห็นความหวั่นไหว ความโลภ ความโลเล การวางแผน การตัดสินใจ ตัวละครจึงสร้างมิติที่คนส่วนใหญ่ "ยอมรับได้" ขึ้นมา และเป็นมากกว่าตัวร้ายเกลื่อนกลาดที่แค่พูดว่า "ผมไม่ได้เลวไปทั้งหมด ผมเองก็มีความหลังรันทดเหมือนกัน"
อันนั้นในส่วนของบท สำหรับความสามารถของนักแสดง ผมมาเห็นชัดใน The Avengers
ถึงแม้ภาคนี้จะมีดีกรีเป็นบอสตัวร้ายแบบ Master Mind แต่สิ่งที่เราเห็นตลอดทั้งเรื่องคือเจ้าเด็กขาดความอบอุ่นที่พยามทุ่มสุดตัวเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ โลกิไม่ใช่แค่เดินเข้ามา สั่งลูกน้อง แล้วก็ไปรอสู้กับพระเอกตอนท้ายเรื่อง แค่ช่วงแรกที่เห็นพี่แกต้องสมบุกบั่นนั่งกระบะรถเพื่อหลบหนีจากชิลด์นี่ก็แอบชวนให้เอาใจช่วยแล้ว
ท่าทางการเดิน การพูด หรือการเคลื่อนไหวของโลกิที่ต้องให้เครดิตนักแสดงเพราะมันสื่อความหวั่นไหวลึกๆออกมาตลอดเวลา โลกิจะดูมั่นใจในตัวเองมากเวลาอยู่ต่อหน้าศัตรู แต่พอมาอยู่กับพวกเดียวกัน(ที่สะกดจิตมา)หรืออยู่คนเดียว ผู้ชมจะมองออกเลยว่าบิ๊กบอสคนนี้กำลังกลัดกลุ้มกับแผนการอยู่ไม่น้อย บางครั้งยังรู้สึกเหนื่อยแทน ซึ่งบทบาทแบบนี้หาไม่ได้บ่อยๆในหมู่ตัวร้าย ที่ออกแนวยิ้มกริ่มหลังตรงแบบพวกเซลฟ์จัดไปจนท้ายเรื่องกว่าจะเห็นอารมณ์ภายใน
และขอบคุณ The Avengers ที่แม้จะเอาดราม่าของโลกิมาต่อยอดแต่ลดดีกรีความขมของมันลงโดยการเพิ่มความตลกให้เจ้าตัวเข้าไป(แม้จะเป็นตลกแบบเจ็บตัวซะส่วนใหญ่ก็ตาม) ทำให้เรามองเห็นโลกิเป็นตัวร้ายที่ยืนด้วยตัวเองได้ ไม่ได้ดีแต่ขอความเห็นใจจากผู้ชมเป็นแรงเชียร์ น้องชายผู้อมทุกข์ในภาคแรกเริ่มจะกลายเป็นจอมเทพเปิ่นๆฮาๆให้คนดูได้หัวเราะและเห็นใจไปพร้อมๆกัน
คลิปของคุณ NC ให้บทวิเคราะห์ที่ดีพอสมควรเหมือนกัน

-------------------------------------------------------------------------------------


Venese ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1012897 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 876447 ถูกใจ, [Shadow_Fear] ถูกใจ, Whitememo ถูกใจ, Stryder ถูกใจ, 24Hphobia7 ถูกใจ, Annabelle Mairanne หลงรัก, monobear ถูกใจ, บวบทะเล ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การ์ตูนฝรั่ง
ภาพยนตร์ต่างประเทศ
Loki คุณชอบตัวละครนี้เพราะอะไรครับ? ?
ผมเฉยๆ ดูเป็นตัวร้ายเกรียนๆ ไปหน่อย ฝีมือก็ไม่ค่อยมี จะแนวร้ายสุดขั้วก็ไม่ใช่ หรือ จะแนวฮาบ้าบอไปเลย ก็ไม่ใช่อีก