มองต่าง VS มองเหมือน

กระทู้สนทนา
คอลัมน์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะโดย ธันวา เลาหศิริวงศ์


ใน ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลครั้งสำคัญที่ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต้อง จารึกไว้ แม้ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าต้องการทำเพื่อประเทศชาติและส่วนรวม แต่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมต่อต้านต่างมีเหตุผลสนับสนุนแนวคิดและมุม มองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ฝ่ายผู้ชุมนุมซึ่งมีจำนวนมหาศาลมาก ที่สุดเป็นประวัติการณ์ได้ยกระดับการชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาล ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด มีการปะทะกันจนก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ชาวไทยทุกคนจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะมี "ทางออก" ที่ดีที่สุดที่สามารถแก้ปัญหาของประเทศชาติได้อย่างถาวรในอนาคตอันใกล้นี้

การ "มองต่าง" นั้นอยู่คู่กับการลงทุนในตลาดหุ้นเช่นเดียวกัน กลุ่มนักลงทุนต่างชาติมีความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ความวุ่นวายภายใน ประเทศไทย จึงเทขายหุ้นออกมาอย่างหนักต่อเนื่องหลายหมื่นล้านบาทในช่วงเวลาไม่กี่ สัปดาห์ หากนับรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2556 นักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นแล้วทั้งสิ้นกว่า 170,000 ล้านบาท ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องยาวนานหลายปี และการมองเห็นโอกาสในการลงทุนแหล่งอื่นที่อาจได้ผลตอบแทนสูงกว่า

ส่วน นักลงทุนสถาบันภายในประเทศและนักลงทุนรายย่อยกลับ "มองต่าง" โดยเห็นโอกาสธุรกิจจากการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประโยชน์จากการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นไทยยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี นักลงทุนทั้งสองกลุ่มนี้จึงมีปริมาณซื้อหุ้นสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมาก ถึง 100,000 ล้าน และ 70,000 ล้านบาทตามลำดับ นี่คือการมองต่างและผลของการกระทำที่เกิดขึ้น

สำหรับเวลาที่เหลืออีก เพียง 2-3 สัปดาห์ก่อนถึงวันสิ้นปี 2556 หลายคนยังต้องมุ่งเน้นทำผลงานทั้งปีให้ดีที่สุด หลายคนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับวันหยุดพักผ่อนยาวที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นนักลงทุนที่มีรายได้ประจำและรายได้จากเงินปันผลไม่ควรลืมเรื่องสำคัญ และต้อง "มองเหมือน" ในการรักษาสิทธิ์ผ่านการวางแผนภาษีที่เหมาะสมกับตนดังนี้

หนึ่ง พิจารณาลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อได้รับสิทธิ์ลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้จากเงินซื้อหน่วยลงทุนจ่าย จริงสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในแต่ละปี และไม่เกิน 500,000 บาทในแต่ละส่วน นี่คือการลงทุนในตลาดหุ้นทางอ้อมผ่านมืออาชีพ ณ ระดับราคาหุ้นที่มีส่วนลดตามฐานภาษีเงินได้ของแต่ละบุคคล แต่มีข้อเสียคือ ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ตัดสินใจลงทุนตามนโยบายของแต่ละกองทุน และยังมีข้อจำกัดในด้านระยะเวลาการขายคืนหน่วยลงทุน นักลงทุนจึงควรศึกษารายละเอียดนโยบายของแต่ละกองทุน ข้อจำกัด จำนวนเงินลงทุนให้เหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุนด้วย

สอง พิจารณาซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต นอกจากวัตถุประสงค์หลักของการทำประกันชีวิตแล้ว เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำมาลดหย่อนและยกเว้นภาษีตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท กรมธรรม์บางชนิดมีลักษณะคล้ายกับการสะสมทรัพย์ แม้จะมีผลตอบแทนไม่สูงนัก แต่หากรวมสิทธิ์ลดหย่อนที่ได้รับก็ทำให้ผลตอบแทนน่าสนใจเช่นกัน การทำประกันชีวิตมีข้อด้อยคือการผูกพันชำระเบี้ยประกันระยะยาว นักลงทุนจึงต้องพิจารณาความมั่นคงทางรายได้และศักยภาพในการชำระเบี้ยอย่าง ต่อเนื่องด้วย

สาม สำหรับผู้มีเงินได้ที่ต้องการช่วยเหลือสังคมส่วนรวม เงินบริจาคแก่องค์กรสาธารณประโยชน์สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่ จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้ สำหรับเงินบริจาคด้านการศึกษานอกจากจะช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษา คุณภาพชีวิต และลดช่องว่างของคนในสังคมแล้ว ยังสามารถลดหย่อนได้ถึง 2 เท่าของจำนวนเงินจ่ายจริงอีกด้วย จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ผู้มีรายได้ทุกคนควรพิจารณาเพื่อร่วมกันทำให้สังคมไทย น่าอยู่ยิ่งขึ้นอีกด้วย

ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นักลงทุนผู้ มีเงินได้ต้อง "มองเหมือน" และตัดสินใจในช่วงเวลาที่เหลือ เพราะมีกำหนดเวลาแน่นอนในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนดังกล่าว "หน้าที่" ของผู้มีเงินได้ทุกคนต้องยื่นแบบประเมินภาษีเงินได้ภายในเดือนมีนาคมของทุก ปี สำหรับผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนภาษีควรยื่นแบบทันทีเมื่อเอกสารครบถ้วน ทั้งนี้เพราะนอกจากเป็นการแบ่งเบาการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ให้ไปกระจุกตัว ในตอนปลายเดือนมีนาคมแล้ว ยังได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้นอีกด้วย

แม้ ในทางการลงทุน วอร์เรน บัฟเฟต์ เคยกล่าวไว้ว่า "จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกลัว" หรือนักจิตวิทยาที่กล่าวว่า "A negative thinker sees a difficulty in every opportunity but a positive thinker sees an opportunity in every difficulty" ก็ตาม แต่ในยามสถานการณ์การเมืองไม่แน่นอนซึ่งอาจจบเร็วหรือยืดเยื้อ ในฐานะ Value Investor จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรจะ "มองเหมือน" หรือ "มองต่าง" และต้องใช้ "สติ" ในการตัดสินใจลงทุนตามปัจจัยพื้นฐานของกิจการ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง "มองเหมือน" และต้องการทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก มี "บทสรุป" ที่ดี เหมาะสมต่อประเทศชาติและประชาชน นำความสงบสุข สามัคคี กลับสู่ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราทุกคนโดยเร็ว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่