คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
แม้ลูกจ้างจะมาสายทุกวัน ตั้งแต่ทำงาน นายจ้างก็ทำอย่างในกระทู้นี้ไม่ได้ เพราะความผิดของลูกจ้างที่เป็นเหตุให้ นายจ้างให้ออกจากงาน นั้น อยู่ใน ม.119(4) ซึ่งกฏหมายมีเงื่อนไขไว้ว่า นายจ้างต้องเตือนเป็นหนังสือก่อน
เพราะฉะนั้น กรณีนี้ นายจ้าง ต้องจ่ายค่าจ้างไปจนครบวงรอบการจ่ายเงิน และจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้าอีก 1 รอบการจ่ายเงิน
มีหมายศาลมาว่า ให้ไกล่เกลี่ยกรณีเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม คาดว่า ลุกจ้างรายนี้ อายุงาน ไม่ถึง 120 วัน จึงเลี่ยงไปฟ้องเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม เพื่อหวังจะได้เงินมากกว่า ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
เพราะฉะนั้น กรณีนี้ นายจ้าง ต้องจ่ายค่าจ้างไปจนครบวงรอบการจ่ายเงิน และจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้าอีก 1 รอบการจ่ายเงิน
มีหมายศาลมาว่า ให้ไกล่เกลี่ยกรณีเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม คาดว่า ลุกจ้างรายนี้ อายุงาน ไม่ถึง 120 วัน จึงเลี่ยงไปฟ้องเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม เพื่อหวังจะได้เงินมากกว่า ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ในกรณีนี้นางจ้างจะมีโอกาสชนะคดีไหมคะ
แต่ทางนายจ้างไม่มีการออกจดหมายเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ มีเพียงแต่ตักเตือนด้วยวาจา แต่ไม่มีการปรับปรุงตัว
เจ้านายจึงเลิกจ้าง โดยที่ไม่ได้จ่ายค่าชดเชยใดๆให้ และไม่มีการจ่ายค่าตกใจ(เนื่องจากเลิกจ้างกระทันหัน เพราะเจ้านายไล่คนๆนี้ออกด้วยอารมณ์โมโห)
ต่อมามีหนังสือแจ้งมาจากศาลแรงงานให้นัดไกล่เกลี่ยเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมของอดีตพนักงานคนนี้
ทางนายจ้างมีท่าทีว่าจะไม่ยอมจ่ายค่ะ พร้อมจะสู้คดี จึงอยากทราบว่า หากเอาบันทึกการเข้า-ออกงานของอดีตพนักงานคนนี้ ตั้งแต่เข้างานวันแรก ไปจนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน ไปยืนยันกับทางศาล
หลักฐานเท่านี้เพียงพอที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้บ้างไหมคะ (ที่มาตั้งกระทู้ เพราะทางนายจ้างฝากถามมาค่ะ)