มีสามีภรรยาชาวนาคู่หนึ่ง มีลูกด้วยกัน2คน และมีฐานะครอบครัว ยากจน ไม่ได้เรียนหนังสือสูง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของคนชาวไร่ชาวนา สมัยก่อน แต่สามีภรรยาคู่นี้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ทำไร่ไถนาเป็นอาชีพเลี้ยงลูกทั้งสองโดยที่ไม่เคยไปเอาเปรียบ หรือคดโกงใคร สอนลูกๆให้เป็นคนดีของประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา และหวังว่าลูกๆทั้งสองจะเติบโตมาเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ ในด้านใดด้านหนึ่ง ด้วยความดีและซื่อสัตย์
เมื่อลูกทั้งสองได้เติบโตขึ้นระดับมัธยม ลูกคนเล็กเป็นคนที่เรียนเก่ง สอบติดโรงเรียนชื่อดัง ซึ่งทำให้พี่ชายที่เรียนไม่เก่งต้องเสียสละหยุดเรียนออกมาช่วยพ่อแม่หาเงินส่งน้องไปเรียนสูงๆ จนคนน้องสอบติดมหาลัยชื่อดังในกรุงเทพ ทำให้คนในบ้านมีความภาคภูมิใจและมีความหวังกับคนน้องมาก
ทุกๆคนในบ้านต้องอยู่กินกันอย่างแร้งแค้นขายที่นาบางส่วนและทำงานกันหนักขึ้น เพื่อที่จะนำเงินส่วนใหญ่ส่งไปให้คนน้องที่เรียนอยู่ที่กรุงเทพ โดยที่คนน้องนั้นออกมาเรียนอยู่กรุงเทพได้หลงแสงสี อบายมุกต่างๆ ใช้เงินฟุ่มเฟือยตามแฟชั่นในเมือง บางครั้งก็โกหกที่บ้านเพื่อเอาเงินมาใช้สนองอบายมุกต่างๆ แต่ก็มีดีที่เรียนเก่งจึงสามารถเรียนผ่านไปได้
และเมื่อคนน้องเรียนจบปริญญาตรีก็ได้งานทำในกลางเมืองกรุงเทพ อยู่บริษัทใหญ่โต ทำงานในห้องแอร์ ใช้ชีวิตโก้หรู แต่งตัวดีใส่เสื้อผ้าราคาแพงมี มือถือราคาแพงใช้ แต่ไม่ค่อยได้โทรกลับไปหาที่บ้านเลย ส่วนทางที่บ้านก็กลัวว่างานจะยุ่งและไปรบกวนการงานเลยได้แต่รอ และอยู่ที่ไร่นาอย่างเงียบๆตามวิธีชาวนาและความพอเพียง
ตำแหน่งการงานของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการ ประจบเจ้านาย ให้ร้ายเพื่อนที่ทำงานเอาผลงานมาเป็นของตัวเอง และบางทีก็มียักยอกเงินบริษัทมาใช้ส่วนตัว ทำให้มีเงินทองใช้อย่างฟุ่มเฟือย แต่ไม่เคยที่จะส่งกลับไปให้ทางบ้านบ้างเลย
วันหนึ่งมีการชุมนุมทางการเมืองขึ้นในเมือง ชาวหนุ่มสาวออฟพิศในเมือง ต่างออกมาชุมนุมกันมากมายตามท้องถนนและทางเดินบนรถไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนคนน้องก็ออกมาร่วมชุมนุมกับเขาด้วย
การชุมนุมเป็นไปด้วยความเข้มข้น ปลุกระดมได้เร้าใจ โดยคนน้องได้คิดภาคภูมิว่าเขาเป็นคนดี ที่รักชาติบ้านเมือง ออกมาต่อต้านคนที่กระทำไม่ดีต่อชาติ
ซึ่งการชุมนุมนี้ก็คนน้องได้ทำตามที่แกนนำชี้ทางและสั่งทุกอย่าง โดยเชื่อว่าทุกอย่างที่แกนนำได้สั่งนั้นเป็นสิ่งที่รักชาติบ้านเมือง ใครไม่ทำตามแกนนำสั่งหรือเห็นต่างกับเขาจะถือว่าไม่รักชาติบ้านเมือง เป็นคนไม่ดีในทันที
และเมื่อการชุมนุมมาถึงวันหนึ่ง แกนนำประกาศว่า เราจะต้องแยกคนออกเป็นระดับ โดยระดับหนึ่งคือกลุ่มคนที่เรียนจบสูง มีงานทำ ยิ่งมีหน้ามีตาทางสังคมหรือยศตำแหน่งการงานสูง ยิ่งจะมีความดี รักชาติมาก และคนอีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่เรียนหนังสือมาน้อย ประกอบอาชีพที่รายได้ไม่เสียภาษี ไม่มียศตำแหน่งใดๆ จะเป็นกลุ่มที่ห้ามออกสิทธิอะไรในประเทศทั้งนั้น เพราะคงไม่มีความรู้ ความคิดเหมือกลุ่มแรก สามารถใช้เงินซื้อความคิดไปในทิศทางไหนก็ได้ เปรียบได้เหมือนลิง เหมือนสัตว์กลุ่มหนึ่งเท่านั้น
เมื่อแกนนำประกาศหลักการที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นแบบนี้แล้ว หนุ่มน้อยที่จากท้องไร่นา มาอยู่เมืองกรุง มีการมีงานทำที่ดี แต่งตัวดี ใช้ชีวิตโก้หรู ก็กู่ร้องไชโยดีใจตามแกนนำ เห็นด้วนกับแกนนำโดยทันที และภูมิใจว่าเขานี่แหละคือคนดี มีความสำคัญกับประเทศกว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีความสำคัญและมีค่าอะไรเลย......
ขอให้โชคดีครับประเทศไทย
นิทานที่ผมแต่งขึ้น
เมื่อลูกทั้งสองได้เติบโตขึ้นระดับมัธยม ลูกคนเล็กเป็นคนที่เรียนเก่ง สอบติดโรงเรียนชื่อดัง ซึ่งทำให้พี่ชายที่เรียนไม่เก่งต้องเสียสละหยุดเรียนออกมาช่วยพ่อแม่หาเงินส่งน้องไปเรียนสูงๆ จนคนน้องสอบติดมหาลัยชื่อดังในกรุงเทพ ทำให้คนในบ้านมีความภาคภูมิใจและมีความหวังกับคนน้องมาก
ทุกๆคนในบ้านต้องอยู่กินกันอย่างแร้งแค้นขายที่นาบางส่วนและทำงานกันหนักขึ้น เพื่อที่จะนำเงินส่วนใหญ่ส่งไปให้คนน้องที่เรียนอยู่ที่กรุงเทพ โดยที่คนน้องนั้นออกมาเรียนอยู่กรุงเทพได้หลงแสงสี อบายมุกต่างๆ ใช้เงินฟุ่มเฟือยตามแฟชั่นในเมือง บางครั้งก็โกหกที่บ้านเพื่อเอาเงินมาใช้สนองอบายมุกต่างๆ แต่ก็มีดีที่เรียนเก่งจึงสามารถเรียนผ่านไปได้
และเมื่อคนน้องเรียนจบปริญญาตรีก็ได้งานทำในกลางเมืองกรุงเทพ อยู่บริษัทใหญ่โต ทำงานในห้องแอร์ ใช้ชีวิตโก้หรู แต่งตัวดีใส่เสื้อผ้าราคาแพงมี มือถือราคาแพงใช้ แต่ไม่ค่อยได้โทรกลับไปหาที่บ้านเลย ส่วนทางที่บ้านก็กลัวว่างานจะยุ่งและไปรบกวนการงานเลยได้แต่รอ และอยู่ที่ไร่นาอย่างเงียบๆตามวิธีชาวนาและความพอเพียง
ตำแหน่งการงานของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการ ประจบเจ้านาย ให้ร้ายเพื่อนที่ทำงานเอาผลงานมาเป็นของตัวเอง และบางทีก็มียักยอกเงินบริษัทมาใช้ส่วนตัว ทำให้มีเงินทองใช้อย่างฟุ่มเฟือย แต่ไม่เคยที่จะส่งกลับไปให้ทางบ้านบ้างเลย
วันหนึ่งมีการชุมนุมทางการเมืองขึ้นในเมือง ชาวหนุ่มสาวออฟพิศในเมือง ต่างออกมาชุมนุมกันมากมายตามท้องถนนและทางเดินบนรถไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนคนน้องก็ออกมาร่วมชุมนุมกับเขาด้วย
การชุมนุมเป็นไปด้วยความเข้มข้น ปลุกระดมได้เร้าใจ โดยคนน้องได้คิดภาคภูมิว่าเขาเป็นคนดี ที่รักชาติบ้านเมือง ออกมาต่อต้านคนที่กระทำไม่ดีต่อชาติ
ซึ่งการชุมนุมนี้ก็คนน้องได้ทำตามที่แกนนำชี้ทางและสั่งทุกอย่าง โดยเชื่อว่าทุกอย่างที่แกนนำได้สั่งนั้นเป็นสิ่งที่รักชาติบ้านเมือง ใครไม่ทำตามแกนนำสั่งหรือเห็นต่างกับเขาจะถือว่าไม่รักชาติบ้านเมือง เป็นคนไม่ดีในทันที
และเมื่อการชุมนุมมาถึงวันหนึ่ง แกนนำประกาศว่า เราจะต้องแยกคนออกเป็นระดับ โดยระดับหนึ่งคือกลุ่มคนที่เรียนจบสูง มีงานทำ ยิ่งมีหน้ามีตาทางสังคมหรือยศตำแหน่งการงานสูง ยิ่งจะมีความดี รักชาติมาก และคนอีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่เรียนหนังสือมาน้อย ประกอบอาชีพที่รายได้ไม่เสียภาษี ไม่มียศตำแหน่งใดๆ จะเป็นกลุ่มที่ห้ามออกสิทธิอะไรในประเทศทั้งนั้น เพราะคงไม่มีความรู้ ความคิดเหมือกลุ่มแรก สามารถใช้เงินซื้อความคิดไปในทิศทางไหนก็ได้ เปรียบได้เหมือนลิง เหมือนสัตว์กลุ่มหนึ่งเท่านั้น
เมื่อแกนนำประกาศหลักการที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นแบบนี้แล้ว หนุ่มน้อยที่จากท้องไร่นา มาอยู่เมืองกรุง มีการมีงานทำที่ดี แต่งตัวดี ใช้ชีวิตโก้หรู ก็กู่ร้องไชโยดีใจตามแกนนำ เห็นด้วนกับแกนนำโดยทันที และภูมิใจว่าเขานี่แหละคือคนดี มีความสำคัญกับประเทศกว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีความสำคัญและมีค่าอะไรเลย......
ขอให้โชคดีครับประเทศไทย