เขาเลว หรือ ฉันผิด

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นประวัติกันสักนิด ดิฉันปัจจุบันอายุ 32 การศึกษา ป.ตรี ทำงานบริษัทเอกชน  มีสามีที่อายุน้อยกว่า 7 ปี ปัจจุบันเขาอายุ 25  การศึกษา ป.6 (เพราะเรียน ม.3 ไม่จบ) ทำงานบริษัทเอกชนเหมือนกัน แต่คนละบริษัท มีลูกด้วยกันสองคน
ย้อนไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ดิฉันกับเขา ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แรก ๆ เราไม่ได้รู้จักกันหรอกค่ะ เพราะดิฉันทำอยู่ออฟฟิศ แต่เขาอยู่ในไลน์ผลิต  สาเหตุที่ทำให้เขากับดิฉันมาพบเจอกัน เรื่องก้อมีอยู่ว่า ดิฉันกำลังช้ำรักจากแฟนเก่า เลยคิดว่าหาใครสักคนมาคุยด้วยเพื่อจะได้ลืม ๆ แฟนเก่าไป  แต่เมื่อได้คุยกันแล้ว มันทำให้ดิฉันไม่อาจถอนใจจากเขาได้ เราจึงเริ่มคบกันจริงจังขึ้น แล้วก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันในเวลาต่อมา (ไม่นาน)  อยู่ด้วยกันแรก ๆ ก็รักกันดี แต่ก็ไม่วายมีปัญหาเข้ามาตลอด เพราะเขาเล่นการพนัน แล้วก็ไปยืมเงินกู้นอกระบบจากคนที่อยู่ในบริษัทเดียวกัน  บ่อยครั้งที่ เจ้าหนี้เหล่านั้น มาทวงหนี้จากดิฉัน เพราะสามีดิฉันไม่มีเงินไปให้เขา  พอเรารู้ ก็ แบ่งเงินเดือนของเขาส่วนหนึ่งมาใช้หนี้ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเข้า สุดท้าย เงินก็ไม่พอใช้ ดิฉันก็ต้องทำบัตรเครดิต เพื่อหาเงินมาหมุน สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าติดหนี้บัตรหลายใบ ยอดเยอะพอควร
อีก 2 ปีต่อมา ดิฉันก็ท้อง ในช่วงเวลาที่เขาต้องไปเป็นทหาร (เขาเกณฑ์ทหาร แล้วจับได้ใบแดง) สาเหตุที่ท้อง เพราะปล่อย ตั้งใจอยากมีลูก  แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีในช่วงเวลาที่ลำบากเช่นนี้  เขาไปทหาร เราอยู่ทางนี้ ก็ซื่อสัตย์กับเขา ไม่เคยนอกใจ เลยเงินเดือนที่ได้ ก็แบ่งส่วน ทั้งผ่อนงวดรถยนต์ งวดบัตรเครดิต และ ใช้จ่าย เรื่องฝากท้อง และ คชจ. ตามปกติ   ซึ่งไม่พอใช้ ก็ต้องกดเงินจากบัตรเครดิตมาใช้บ้าง หมุนไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เรายังไม่กล้าบอกแม่เรา ว่าเรามีหนี้ขนาดไหน  แต่พอมันดิ้นไม่ไหวแล้ว สุดท้ายเราจึงเอ่ยปากบอกท่าน ให้ช่วยหาเงินกู้รายปี (กู้ธกส. กู้สหกรณ์) มาให้หน่อย เพื่อนำไปปิดยอดบัตร แล้วแม่ก็ช่วยเรา
เราก็ค่อย ๆ เก็บเงิน เพื่อปิดยอดหนี้รายปีเหล่านั้น

ระหว่างที่เขาไปทหาร ก็ยังทำเรื่องที่เราไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำ คือ ไปเปิดห้องนอนกับหญิงอื่น (ได้โอกาสช่วงลากลับบ้าน ไปทำเรื่องแบบนี้) พอปลดประจำการมา ก็เข้าทำงานที่บริษัท ที่เขาทำอยู่ในปัจจุบันนี้  เรื่องราวหลาย ๆ อย่างเริ่มเกิดขึ้นช่วงนี้

เราขอเล่า เป็นมุมของเรา และ ของเขาให้ฟังย่อ ๆ แบบนี้ค่ะ
มุมของเราที่ปฏิบัติต่อเขา
-ไม่ค่อยให้อิสระแก่เขามากนัก เช่น หลังเลิกงานเราก็อยากให้กลับบ้านตรงเวลา ถ้าผิดเวลาเราจะโทรตามตลอด
-กินเหล้ากับเพื่อน เราก็ไม่ชอบ  ห้ามพาเพื่อนมากินเหล้า  แต่ระยะหลัง ๆ มานี้ เพื่อนเขามาหาเยอะขึ้น
-เขาสูบบุหรี่ เราก็ไม่ชอบ แต่ห้ามเขาไม่ได้ เลยต้องบอกว่าห้ามสูบหน้าห้อง ให้ไปสูบไกล ๆ เพราะเราเหม็น
-เราค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง และชอบเรียกร้องความสนใจจากเขา ก็เรารู้สึกว่าเขาไม่สนใจเราไง เราถึงทำแบบนั้น
-วันหยุดบางครั้งเขาอยากไปหาเพื่อน แต่เราก็ไม่ชอบ เพราะเราคิดว่าวันหยุดคือวันของครอบครัวที่เราได้อยู่ด้วยกัน
-เขาว่าเราตีกรอบให้เขา ชีวิตเขาไม่มีอิสระเลย
-เราข่มสามี (แต่ก่อน) อันนี้ยอมรับ ค่ะ อาจะเพราะ เขาเด็กกว่าเรา แล้ว หลายเรื่องในอดีตมันทำให้เรารู้สึกแย่ เหมือนแค้นอยู่ลึก ๆ

มุมที่เขาปฏิบัติต่อเรา
- เรื่องหนี้สิน ที่เขาชอบก่อขึ้น เป็นหนี้จากการพนันบ้าง จาก ยาเสพติดบ้าง (อันนี้เราเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้)
-เรื่องความเจ้าชู้ จับได้ว่ามี ญ อื่น จับได้ มากกว่าสองครั้งแล้ว
-เรื่องยาเสพติด อันนี้ คือเรื่องใหม่ ที่เราเพิ่งรู้ หลังจากคลอดลูกคนที่สอง (เห็นเสพยา คาตากันเลยทีเดียว จุกจนพูดไม่ออก)
-เรื่องโกหก เขาชอบโกหกเรา เป็นประจำ

ปัญหาทุกอย่างมันรุมเร้าเมื่อประมาณ สองเดือนก่อนหน้านี้  เขามีท่าทีเฉยเมยกับเรา ไม่สนใจ เราเพิ่งรู้ว่าสาเหตุมาจากหนี้สินที่เขาก่อขึ้นใหม่ ยอดเกือบสองแสน  เขาไม่เคยบอกเราเรื่องนี้ เพราะมันเยอะมาก  ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ครั้งนี้ คือ เลวร้ายที่สุดที่เขาทำ  เมื่อช่วงที่เขาเริ่มทำงานแรก ๆ เรากดเงินบัตรเครดิตให้เขาไปเพื่อไปทำธุรกิจบางอย่าง(  ไม่ขอบอก)  แต่เขากลับยักยอกเงินจำนวนนั้นไปเพื่อเล่นการพนัน และ ยา เราไม่เคยรู้เลย เพราะเขาให้วิธีหมุนเงิน
หลัง ๆ มาเราต้องการเงินคืน เพื่อเอาไปเคลียร์หนี้ของเรา  แต่เขาไม่มีคืนให้เรา เพราะเอาไปใช้หมดแล้ว เรื่องเลยแดงขึ้นว่าเงินหายไป  เราถามว่าเงินหายไปไหน   เขาไม่ตอบความจริง ได้แค่บอกว่า เพราะ ยา นี่แหละ (เรารู้เรื่องเงินกับเรื่องยาพร้อมๆ กัน)  หลังจากรู้ปัญหาเรื่องหนี้สินก้อนนี้ เราก็ตั้งใจว่าจะให้โอกาสเขาเป็นครั้งสุดท้ายและช่วยเขาด้วยการเอารถ ที่เราเพิ่งจะผ่อนหมด มามาดๆ  ไปจำนำ ได้เงินมาสองแสน เพื่อเอาเงินไปล้างหนี้ทั้งหลาย แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ผ่อนรถกันต่อไปอีกสักสองปี

แต่ปัญหาไม่หมดแค่นั้น ต้น เดือน ตค. ที่ผ่านมา เขาบอกว่าอยากหารายได้เข้าครอบครัว เพื่อลบล้างความผิดเหล่านี้บ้าง ขอเงินอีกก้อนนึง เขาแสดงท่าทีสำนึกผิดสุด ๆ มีน้ำตาให้เราเห็นว่าเขาซึ้งใจ สำนึกได้ เราก็เลยโอเค กดบัตรให้ไปทำ สุดท้าย เข้าอีหลอบเดิม ยักยอกเงินอีก  บอกว่าที่ทำไปเพราะ เอาเงินไปใช้หนี้โต๊ะบอล  ครั้งที่แล้วบอกยอดหนี้เราไม่หมด เพราะกลัวเรารับไม่ได้  

ครั้งนี้ เราเลย ขอเงินคืนทุกบาท ที่เราเคยให้ไป( ยอดสองแสนที่เพิ่งให้เมื่อเดือน ตค. นี้เอง แต่เดือน พย. ก็หักหลังเราอีก )  
เขาไม่มีให้เลยต้องโทรให้แม่เขาเอาที่ดินไปจำนำ กู้เงินนอกระบบมาให้เรา
เราทวงเงินคืน และ ไม่ได้คิดว่าอยากจะเลิกกันจริง ๆ แต่เป็นจิตวิทยาที่เขาคิดว่าจะทำให้เขาคิดได้สะที ว่าควรมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ไม่งั้นที่ดินแม่เขาหลุดจำนำได้ ให้ความรับผิดชอบทั้งหมด อยู่ที่เขาเอง

แต่สำหรับเขา ความคิดเขาที่บอกเราก็คือ อยากไปอยู่คนเดียวเพื่อ จะได้รับปัญหาคนเดียว อยากจะได้รู้สำนึก
เราเลยตกลงกันว่า แยกกันอยู่  เขาเก็บของไปอยู่กับพี่สาว เมื่อ 5/12 ที่ผ่านมานี้เอง
พอเขาไปเราก็เศร้า และพยายามโทรง้อ ให้กลับมา และเริ่มต้นกันใหม่  แต่เขาให้เหตุผลว่ายังไม่อยากกลับมาเพราะเขารู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่กับเรา เราบีบบังคับเขามากไป ไม่มีอิสระ ไม่มีความเป็นส่วนตัว   เหตุผลเดิม ไม่เคยพูดถึงอีก (ที่บอกว่า อยากไปอยู่คนเดียวเพื่อ จะได้รับปัญหาคนเดียว อยากจะได้รู้สำนึก)
ตอนนี้ เขายืนยันยังไม่กลับ ขออยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้บอกเลิกเราน่ะ (มันกั๊ก ไว้ทำไม) แต่เราซิ กลับทำใจไม่ได้สักที จะเลิกก็ยังเลิกไม่ได้ เอาเขากลับมาก็ทำไม่ได้

เราสับสนมากไม่รู้จะทำยังไงดี  .....เพื่อน ๆ ให้คำแนะนำหน่อยค่ะ แบบแรง แบบตรง หรือยังไงก้อได้ เผื่อเราจะได้ เห็นทางสว่างสะที
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
ทำงานเก่ง หาเงินเก่งนะคะคุณเนี่ย แต่โง่เรื่องผู้ชายไปหน่อย

หางโผล่ตั้งแต่เริ่มๆแล้ว คงยังเร้าใจอยู่สินะ ถึงได้ทู้ซี้อย่างเร้าๆมาได้ตั้งสองคน

ถ้าอยากฉลาดก็หัดหันมามอง แม่ตัวเองมั่งคะ ไม่ใช่เห็นแต่ผรัวเด็ก ห่วยๆ

เลี้ยงควายจริงๆยังมีประโยชน์กว่าเลยค่ะคุณ จริงๆนะ ไม่ได้ประชด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่