ขณะที่ฉันนั่งเล่นอินเตอเน็ตเหมือนทุกวัน
เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น (จริงๆ ตั้งสั่นเอาไว้) เบอร์โทรโชว์ว่าเป็นเบอร์ของแม่
ฉันสไลด์หน้าจอรับสาย และคิดโดยอัตโนมัติว่าแม่คงถามกินข้าวหรือยังลูกเหมือนทุกๆ ครั้ง
แต่ผิด แม่บอกว่ามีเรื่องขำขันจะเล่าให้ฟังและเหมือนเดิมฉันก็คิดเองอัตโนมัติว่า
คงเป็นเรื่องชาวบ้านที่แม่ชอบเล่าเพราะความสนุกปากอีกตามเคย ฉันอือรับคำสั้นๆ
มือคลิกเม้าท์ที่หน้า facebook ไป แม่เริ่มเรื่องราวโดยเอ่ยชื่อบุคคลที่ 3
ซึ่งเป็นชื่อที่ฉันคิดว่าไม่ควรจะเอามาพูดไม่ใช่เพราะเขายิ่งใหญ่สูงส่งอะไร
เพียงแต่เขาเป็นเด็กคนหนึ่งที่ผ่านการกระทำจากโลกความจริง ที่ทำให้ฉันรู้สึกอย่างจริงจังว่า
โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเหมือนที่เขาว่าไว้จริงๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เด็กคนนี้มีชีวิตเริ่มต้นจากความอบอุ่น
อย่างที่บอกเด็กคนนี้มีชีวิตเริ่มต้นจากความอบอุ่นเพราะเขามีแม่ มีบ้านมีรถ
และมีพ่อนี้คือสิ่งที่ฉันคิดว่าอบอุ่นในขณะที่ฉันไม่มีเมื่อตอนยังเด็ก เวลาผ่านไป
ความไม่ยุติธรรมของโลกเริ่มปรากฏให้เห็น เริ่มต้นจากรถถูกขาย ตามมาด้วยที่ดินและบ้าน
สุดท้ายได้ย้ายไปปลูกกระท่อมอยู่ท้ายหมู่บ้าน และด้วยความที่เป็นครอบครัวใหญ่
ย่อมมีปากเสียงกันเป็นธรรมดา ครอบครัวเด็กคนนั้นจึงแยกออกจากครอบครัวใหญ่
ไปปลูกกระท่อมอยู่เองตามลำพัง เวลาต่อมาแม่ของเด็กถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม
จึงถูกตัดเต้านมทิ้งไปและทำคีโม ฝังแร่เพื่อรักษาเรื่อยมา การรักษาเดินหน้าไปพร้อมๆ กับหนี้สิน
ที่ก้าวตามมาเป็นเงาตามตัว เงินที่ได้มาถูกใช้ไปกับการรักษามะเร็ง รักษาโรคอยู่ประมาณ 3 ปีเศษ
สุดท้ายก็ไม่สามารถรักษาชีวิตแม่ของเด็กเอาไว้ได้ งานศพเพิ่งเสร็จไปเมื่อเดือนตุลา
พูดย้อนอดีตไปซะไกล กลับมาตรงนั่งฟังแม่พูดทางโทรศัพท์
แม่เล่าให้ฟังว่า วันนี้ไปร้านชำในหมู่บ้านมาป้าเจ้าของร้านบอกว่าเด็กคนนั้นมันจะไปกรุงเทพมันไม่เรียนหนังสือแล้ว
ป้าเจ้าของร้านบอกว่าเด็กไม่มีเงินไปโรงเรียน เมื่อได้ยินอย่างนั้นด้วยความที่บ้านเราเมื่อก่อนอยู่ติดกัน
มีอะไรแบ่งปันกันตลอดแม่จึงนึกสงสารเด็กคนนั้น แม่เลยกะว่าจะออกไปหาเด็กนนั้นที่กระท่อมซึ่งเป็นบ้านเข้าในตอนนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แม่ : จะไม่เรียนแล้วหรอลูก..แล้วอนาคตของตัวเองล่ะ?
เด็กคนนั้น : ครับผมไม่มีเงินไปโรงเรียนผมไม่ไปเรียน 3 อาทิตย์แล้ว (ได้ยินคำนี้หัวใจฉันหล่นหวูบเคยเห็นแต่ในทีวี
ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ กับคนใกล้ตัว)
แม่ : เอ่าเห็นใส่ชุดนักเรียนอยู่นี่แล้วเอาเงินที่ไหนไปโรงเรียน
เด็กคนนั้น : ไปอาทิตย์เดียวครับ ไม่เอาเงินไปสักวัน
แม่ : แล้วข้าวกินที่ไหนเวลาเพื่อนกินทำยังไงล่ะลูก (แม่บอกเด็กวัยกำลังโตมันต้องอยากกินขนมเหมือนเพื่อนเป็นธรรมดา)
เด็กคนนั้น : ผมก็นั่งก้มหน้ารอให้เพื่อนกินเสร็จ (ตรงนี้แม่เสียงสั่นเครือ และด้วยความที่รู้จักเด็กคนนี้ดีทำให้ฉันร้องไห้กับคำพูดนี้ของแม่อย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะทำ)
แม่ : เอาอย่างนี้ไม่ต้องไปกรุงเทพ น้าจะให้ไปโรงเรียนวันละ 50 บาท เรียนให้จบ ม. 6
(แม่บอกว่าขนาดหมาเรายังเลี้ยงได้นี้กับคนทำไมจะเลี้ยงไม่ได้เงินแค่ 50 บาท ตรงนี้ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวแม่มาก
เพราะครอบครัวเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรจากไหนแม่ไม่มีเงินเดือนเสียด้วยซ้ำไป)
เด็กคนนั้น : ครับถ้ามีคนส่งผม ผมก็จะเรียน
แม่ : มีอะไรบอกน้าไม่ต้องเกรงใจ
เด็กคนนนั้น : ครับ ถ้าน้าใช้ผมทำอะไรเรียกผมนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้จบประโยคสนทนาแม่โทรหาน้องของฉันซึ่งวัยไล่เลี่ยกับเด็กคนนั้นถามชื่อครูประจำชั้น
เมื่อรู้ชื่อครู แม่ตรงไปโรงเรียนทันทีและสิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจร้องไห้สะอื้นผ่านเสียงโทรศัพท์หนักกว่าเดิม
ไม่ใช่ว่าครูปฏิเสธหรือด่าแม่ (เพราะถ้าด่าจริงครูคงเยินเพราะยังไม่เคยมีใครเถียงชนะแม่ของฉันสักครั้ง)
ครูบอกว่าเด็กคนนั้นมาหาครูแล้วบอกว่าไม่ลาออกแล้วครับครูมีน้าจะส่งเรียนต่อ
ได้ยินประโยคนี้บอกได้เลยว่าเด็กคนนี้อยากเรียนจริงๆ แต่ไม่รู้จะหาทางออกให้ตัวเองอย่างไร
เลยตัดสินใจยื่นใบลาออกไปทำงานขายแรงเลี้ยงตนเอง เด็กหลายคนที่มีความพร้อมในทุกด้าน
แต่ไม่ตั้งใจเรียนฉันบอกเลยว่าน่าเสียดายมาก
แม่ขับรถผ่านหน้าบ้านเด็กคนนั้นแล้วตะโกนบอก
ซักชุดนักเรียนรีดให้เรียบร้อยวันจันทร์จะได้ไปโรงเรียนทันนะลูก เด็กคนนั้นตกปากรับคำ
ฉันเชื่อเหลือเกินว่าวันจันทร์ที่จะถึงคงเป็นวันที่มีความสุขมากสำหรับเด็กคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสอีกครั้ง
เริ่องมันยาวเลย spoil ค่ะ
เรื่องขำขันของแม่
เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น (จริงๆ ตั้งสั่นเอาไว้) เบอร์โทรโชว์ว่าเป็นเบอร์ของแม่
ฉันสไลด์หน้าจอรับสาย และคิดโดยอัตโนมัติว่าแม่คงถามกินข้าวหรือยังลูกเหมือนทุกๆ ครั้ง
แต่ผิด แม่บอกว่ามีเรื่องขำขันจะเล่าให้ฟังและเหมือนเดิมฉันก็คิดเองอัตโนมัติว่า
คงเป็นเรื่องชาวบ้านที่แม่ชอบเล่าเพราะความสนุกปากอีกตามเคย ฉันอือรับคำสั้นๆ
มือคลิกเม้าท์ที่หน้า facebook ไป แม่เริ่มเรื่องราวโดยเอ่ยชื่อบุคคลที่ 3
ซึ่งเป็นชื่อที่ฉันคิดว่าไม่ควรจะเอามาพูดไม่ใช่เพราะเขายิ่งใหญ่สูงส่งอะไร
เพียงแต่เขาเป็นเด็กคนหนึ่งที่ผ่านการกระทำจากโลกความจริง ที่ทำให้ฉันรู้สึกอย่างจริงจังว่า
โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเหมือนที่เขาว่าไว้จริงๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เริ่องมันยาวเลย spoil ค่ะ