[FINAL 16] #UCL Matchday 6 : พลิกล็อคกันน่าดู ..ถล่มทลาย .. ดราม่ากระจายย (Day 1)
http://pantip.com/topic/31367854
... แชมเปี้ยนส์ลีกส์มันไม่ใช่ทุกสิ่ง ..
... ที่จริง ชีวิตไม่ได้มีไว้ร้าวรานนนนนนนนนนนนนนนน ...
คราวทีแล้วพาย้อนไปหาเจ๊ติ๊นามาแล้ว
คราวนี้ขอหยิบเพลงพี่อิงมาบ้างไรบ้าง
ประเด็นคือ เอามาปลอบใจตัวเองนะ
แต่ทำไมน้ำตาไหลไม่หยุด
วันนี้ลุ้นใคร แม่มไปหมดอีกแล้วค่ะ
หากเมื่อวานนี้ พลิกล็อคกันประดุจเพลงเจ๊ติ๊
วันนี้คงต้องมาปลอบใจตัวเองกันด้วยเพลงพี่อิง
ช่าง(แชมป์เปี้ยนลีกส์)มันค่ะ!!!!!!!!!!!
กรุ๊ป E
ความตึงของกรุ๊ป
- สถานการณ์ค่อนข้างสูสีกันทั้งกรุ๊ป อาจต้องเปิดเกมแลกทั้ง 2 คู่
- เชลซีมี 9 / บาเซิลมี 8 / ชาลเก้ มี 7
- เชลซี เจอบ๊วยกลุ่ม ต้องเสมอหรือชนะเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์กลุ่ม
- บาเซิลต้องชนะ หรือ เสมอเท่านั้น
- ชาลเก้ต้องชนะเท่านั้น / เสมอหรือแพ้ตกทันที
- บาเซิล กับ ชาลเก้ ใครชนะได้ไปต่อ (เจอกันเองด้วย คงโหดสุดๆ)
Schalke 04 2 - 0 Basel
ครึ่งแรก : เพราะมีปมเครียดเป็นทุนเดิมถึงสิทธิ์ชิงตั๋วใบสุดท้าย เปิดหน้ามาก็ใส่กันเต็มที่สำหรับคู่นี้ เรียกได้ว่าผลัดกันเหนี่ยวเลยทีเดียว แถมยังเล่นกันแรงใช้ได้อีก ครึ่งแรกแจกกันไปฝั่งละ 1 เหลือง เท่านั้นยังไม่พอ บาเซิล ขอแถมด้วยแดงอีกใบ Ivan Ivanov เหนี่ยว Adám Szalai ก่อนถึงเส้นกรอบเขตโทษ เจอแดงไปแบบเพิ่มดีกรีความดราม่าหนักกว่าเดิม บาเซิลเหลือ 10 คน
ครึ่งหลัง : ตั้งแต่เจอใบแดงมา ทีมยังไม่ได้หยุดพักเลย เจอเหนี่ยวไม่มียั้ง จนกระทั่งโดนจนได้ Julian Draxler ยิงประตูให้ชาลเก้ขึ้นนำ จากแอสซิทของ Jefferson Farfán
ลูกแรก วิ่งกันยังไม่ทันหายเหนื่อย ลูก 2 มาอีกแล้ว จาก Joel Matip แอสซิทจาก Jefferson Farfán อีกครั้ง หลังจากเจอเหลืองกันให้ว่อนอีกทั้ง 2 ฝ่าย และบาเซิลเจอเหนี่ยวอยู่ฝ่ายเดียว ก็พ่ายชาลเก้ไปในที่สุด
ทั้งเกมชาลเก้จัดหนัก ง้างไป 20 รอบ เป็นประตูแ่ค่ 2 เท่านั้น
MOM : Jefferson Farfán
ฝ้าฟางหล่อเลยนะวันเนี้ย ...

Chelsea 1 - 0 Steaua Bucuresti
ครึ่งแรก : คู่นี้ไร้แรงกดดัน เล่นๆไปอย่างงั้นแหละ (หราาา) ต้องการแค่แชมป์กลุ่ม เลยคิดพักตัวหลัก ส่งเก่าๆใหม่ๆลงสลับกัน ลูกเปิดจากมุมสนามของวิลลื่น ลงหัวออสการ์พอดีเป๊ะ ตกลงตรงแข้ง Demba Ba เป็นสไตลฺ์ ทะเล่อทะล่าเข้ามาแบบว่า "แอร๊ หนูอยู่นี่ค่าาา" แต่บอลเด้งจากแข้งเข้าประตูไปแล้ว งั้นขอเฮละกันยะ .. เฮ้ ..
เชลซี ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 10 ผลัดกันเหนี่ยวอยู่นาน สกอร์ไม่คืบ จบครึ่งแรก เชลซีนำ
ครึ่งหลัง : สถานการณ์ยังสูสี ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ เนือยบ้าง เร่งบ้าง จบเกม มีสกอร์แค่ลูกเดียว เชลซีเอาชนะสเตอัวฯ ได้เป็นแชมป์กลุ่มสำเร็จ ..
MOM : Paul Parvulescu
ด้วยความที่เชลซีบุกมาน่ากลัวเหลือเกิน (หราาา) เจอเหนี่ยวไปหลายรอบ
กองหลังสเตอัวเลยงานหนักพอสมควร และนัดนี้พี่เค้าคุมเกมใช้ได้ เอารางวัลไปกิน!

สรุป
แลกกันเต็มที่สมใจอยาก บางทีก็แลกเยอะไป ทั้งแดงทั้งเหลืองกระจาย
ชาลเก้ฟอร์มแผ่วจากในลีกส์ ขณะที่บาเซิลมาฟอร์มฮอตละเกิ้น
แต่ที่สุดก็เจอชาลเก้โกงความตายไปจนได้
เชลซี และ ชาลเก้ 04 ได้ไปต่อ ...
กรุ๊ป F
ความตึงของกรุ๊ป
- กรุ๊ปนี้ตึงมาก เงื่อนไขเยอะ ลุ้นกันขี้ปริบแน่นอน
- อาเซน่อลมี 12 / ดอร์มุนต์มี 9 / นาโปลีมี 9
- อาเซนอล ชนะก็ได้ / เสมอก็ดี / แ้พ้ก็ไม่เป็นไร เข้ารอบหมด
- ดอร์ทมุนต์ ชนะเข้ารอบทันที / เสมอลุ้นนาโปลีแพ้ / ถ้าแพ้ต้องลุ้นให้นาโปลีแพ้ด้วย
- นาโปลี ต้องชนะเท่านั้น (ต้องชนะอย่างน้อย 3 ลูกด้วย) / ถ้าชนะแค่ 2 ลูก หรือ เสมอ ต้องลุ้นให้ดอร์ทมุนต์แพ้
- นาโปลี กับ ดอร์ทมุนต์ เล่นกันคนละสนาม แต่ใครชนะได้ไปต่อ ..
Marseille 1 -
2 Borussia Dortmund
ครึ่งแรก : เงื่อนไขในการเข้ารอบมากล้น มาร์กเซยไม่ใช่ไก่กาทีไหน กำลังจะเครียดซะหน่อย Robert Lewandowski ยิงเบิกฟ้าให้ดอร์ทมุนต์ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 4 จากแอสซิทของ Erik Durm
แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะไม่ทันไรก็ตีคืนข้นมาได้แล้ว จากลูกโหม่งเน้นๆของ Souleymane Diawara
หลังจากนั้น Dimitri Payet มาได้เหลืองแรก และยิ่งตอกย้ำความแรงของเกมด้วยการ เหลือง 2 ต่อทันที เป็นใบแดง เจอไล่ออกจากสนามคนแรก แม้จะเป็นคนล้มจากการเสียบสกัดของ เลวานฯก็ตาม แต่ทั่นกรรมการมองว่า ... "Rolling in the diveeee~" เอ็งพุ่งได้สวยงามมากเลย ...
ออกไปแบบไม่ธรรมดาอีกต่างหาก เตะธงมุมสนามซะกระจาย ระบายแค้น
มาร์กเซย เหลือ 10 คน
ครึ่งหลัง : หลังจากเหลือแค่ 10 คนก็เจอใส่ไม่มียั้ง ยังคงจะขอปรบมือเปาะแปะชื่นชมตูแวงเหมือนเดิม เล่นดีอยู่คนเดียว แต่ไม่ช่วยอัลไล! จะจบเสมออยู่แล้ว ดันมาเจอเลทเกมจาก Kevin Großkreutz แอสซิทโดยชีเบอร์ จบเกม ดอร์ทมุนต์เฉือนชนะ มาร์กเซยไปแบบหอบหืดแทบกำเริบ
MOM : Nuri Sahin
เห็นนิ่งๆ แต่แอบแหล่มนะพี่อ่ะ ..

Napoli 2 - 0 Arsenal
ครึ่งแรก : เงื่อนไขของนาโปลีช่างน่าปวดร้าวยิ่งนัก ชนะชนะอย่างน้อย 3 ลูกกับทีมหัวตารางพรีเมียร์เนี่ยนะ //ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน!
เปิดเกมมาเหมือนอาเซนอลจะต้องลงไปรับซะเป็นส่วนใหญ่ มีได้ลุ้นลูก 2 ลูก นาโปลีจบไม่ได้สักที แผงหลังน่อลก็แน่นเกิ้น เจาะยากมาก แต่เกมค่อนข้างชวนหาวอยู่พอสมควร เจ็บครึ่งแรก เหมอๆไป
ครึ่งหลัง : นาโปลี ที่ยังไม่มีตุนสักลูก ต้องการตั้ง 3 นะเฟร้ยยย เร่งเกมหน่อย เริ่มครึ่งหลังมา ดันเจอพี่น่อลเหนี่ยวก่อนสะงั้น นอกจากจะแอบง่วงแล้ว ยังเป็นเกมที่เน้นฟาล์วกันมากกว่าเน้นยิง แซวยังไม่ทันขาดคำ นาโปลีจัดคอมโบเซตให้ ยิงแล้วยิงอีก ไม่เข้าสักที! ไม่ติดเซฟ ก็ข้ามคาน ไม่ข้ามคานก็ออกข้าง
หลังจากเหนี่ยวจนกองเชียร์ปวดตับ ลูกแรกก็มาจนได้ จาก Gonzalo Higuaín แอสซิทจาก José Callejón พี่น่อลเจอเหนี่ยวไม่เท่าไหร่ ยังแอบมีเซอร์ไพรซ์จากทั่นกรรมการด้วยเหลืองที่ 2 ของ กัปปิตัน มิเกล อาเตต้า เป็นแดง (อีกแล้ว) อาเซนอลเหลือ 10 คน
เหลือไม่กี่นาที นาโปลีต้องการอีก 2 ลูก น่อลเหลือแค่ 10 ช่างเป็นใจเหลือเกิน .. ถ้าแผงหลังน่อลจะใจอ่อนกว่านี้สักหน่อย ท้ายเกม กาเยฆ่อนทำได้อีกประตู แต่ช้าเกินไป จบเกมนาโปลี เอาชนะอาเซนอลได้ที่ 2 ประตูต่อ 0 แต่ไม่เพียงพอกับการเข้ารอบ ... ตกรอบไปพร้อมกับน้ำตาที่หยดแหม่ะ ..
MOM : José Callejón
แอสซิท 1 ยิง 1 โอกาสเหนี่ยวอีก 3 วิ่งทำเกมใช้ได้

(หารุปกายฆ่อนแหล่มๆ ไม่ได้ เอา อิกกี้ไปดูแทนก่อน)
สรุป
ไฝว้กันไม่มันเท่าที่คาด แต่ก็ดราม่าพอกรุบกริบ
อาร์เซน่อล และ โบรุซเซีย ดอร์ทมุนต์ ได้ไปต่อ ...
[FINAL 16] #UCL Matchday 6 : น้ำตา..อย่าเสียมันบ่อย หัวใจอย่าปล่อยมันช้ำนาน .. (Day 2)
http://pantip.com/topic/31367854
... ที่จริง ชีวิตไม่ได้มีไว้ร้าวรานนนนนนนนนนนนนนนน ...
คราวทีแล้วพาย้อนไปหาเจ๊ติ๊นามาแล้ว
คราวนี้ขอหยิบเพลงพี่อิงมาบ้างไรบ้าง
ประเด็นคือ เอามาปลอบใจตัวเองนะ
แต่ทำไมน้ำตาไหลไม่หยุด
วันนี้ลุ้นใคร แม่มไปหมดอีกแล้วค่ะ
หากเมื่อวานนี้ พลิกล็อคกันประดุจเพลงเจ๊ติ๊
วันนี้คงต้องมาปลอบใจตัวเองกันด้วยเพลงพี่อิง
ช่าง(แชมป์เปี้ยนลีกส์)มันค่ะ!!!!!!!!!!!
กรุ๊ป E
ความตึงของกรุ๊ป
- สถานการณ์ค่อนข้างสูสีกันทั้งกรุ๊ป อาจต้องเปิดเกมแลกทั้ง 2 คู่
- เชลซีมี 9 / บาเซิลมี 8 / ชาลเก้ มี 7
- เชลซี เจอบ๊วยกลุ่ม ต้องเสมอหรือชนะเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์กลุ่ม
- บาเซิลต้องชนะ หรือ เสมอเท่านั้น
- ชาลเก้ต้องชนะเท่านั้น / เสมอหรือแพ้ตกทันที
- บาเซิล กับ ชาลเก้ ใครชนะได้ไปต่อ (เจอกันเองด้วย คงโหดสุดๆ)
Schalke 04 2 - 0 Basel
ครึ่งแรก : เพราะมีปมเครียดเป็นทุนเดิมถึงสิทธิ์ชิงตั๋วใบสุดท้าย เปิดหน้ามาก็ใส่กันเต็มที่สำหรับคู่นี้ เรียกได้ว่าผลัดกันเหนี่ยวเลยทีเดียว แถมยังเล่นกันแรงใช้ได้อีก ครึ่งแรกแจกกันไปฝั่งละ 1 เหลือง เท่านั้นยังไม่พอ บาเซิล ขอแถมด้วยแดงอีกใบ Ivan Ivanov เหนี่ยว Adám Szalai ก่อนถึงเส้นกรอบเขตโทษ เจอแดงไปแบบเพิ่มดีกรีความดราม่าหนักกว่าเดิม บาเซิลเหลือ 10 คน
ครึ่งหลัง : ตั้งแต่เจอใบแดงมา ทีมยังไม่ได้หยุดพักเลย เจอเหนี่ยวไม่มียั้ง จนกระทั่งโดนจนได้ Julian Draxler ยิงประตูให้ชาลเก้ขึ้นนำ จากแอสซิทของ Jefferson Farfán
ลูกแรก วิ่งกันยังไม่ทันหายเหนื่อย ลูก 2 มาอีกแล้ว จาก Joel Matip แอสซิทจาก Jefferson Farfán อีกครั้ง หลังจากเจอเหลืองกันให้ว่อนอีกทั้ง 2 ฝ่าย และบาเซิลเจอเหนี่ยวอยู่ฝ่ายเดียว ก็พ่ายชาลเก้ไปในที่สุด
ทั้งเกมชาลเก้จัดหนัก ง้างไป 20 รอบ เป็นประตูแ่ค่ 2 เท่านั้น
ฝ้าฟางหล่อเลยนะวันเนี้ย ...
Chelsea 1 - 0 Steaua Bucuresti
ครึ่งแรก : คู่นี้ไร้แรงกดดัน เล่นๆไปอย่างงั้นแหละ (หราาา) ต้องการแค่แชมป์กลุ่ม เลยคิดพักตัวหลัก ส่งเก่าๆใหม่ๆลงสลับกัน ลูกเปิดจากมุมสนามของวิลลื่น ลงหัวออสการ์พอดีเป๊ะ ตกลงตรงแข้ง Demba Ba เป็นสไตลฺ์ ทะเล่อทะล่าเข้ามาแบบว่า "แอร๊ หนูอยู่นี่ค่าาา" แต่บอลเด้งจากแข้งเข้าประตูไปแล้ว งั้นขอเฮละกันยะ .. เฮ้ ..
เชลซี ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 10 ผลัดกันเหนี่ยวอยู่นาน สกอร์ไม่คืบ จบครึ่งแรก เชลซีนำ
ครึ่งหลัง : สถานการณ์ยังสูสี ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ เนือยบ้าง เร่งบ้าง จบเกม มีสกอร์แค่ลูกเดียว เชลซีเอาชนะสเตอัวฯ ได้เป็นแชมป์กลุ่มสำเร็จ ..
ด้วยความที่เชลซีบุกมาน่ากลัวเหลือเกิน (หราาา) เจอเหนี่ยวไปหลายรอบ
กองหลังสเตอัวเลยงานหนักพอสมควร และนัดนี้พี่เค้าคุมเกมใช้ได้ เอารางวัลไปกิน!
แลกกันเต็มที่สมใจอยาก บางทีก็แลกเยอะไป ทั้งแดงทั้งเหลืองกระจาย
ชาลเก้ฟอร์มแผ่วจากในลีกส์ ขณะที่บาเซิลมาฟอร์มฮอตละเกิ้น
แต่ที่สุดก็เจอชาลเก้โกงความตายไปจนได้
เชลซี และ ชาลเก้ 04 ได้ไปต่อ ...
กรุ๊ป F
ความตึงของกรุ๊ป
- กรุ๊ปนี้ตึงมาก เงื่อนไขเยอะ ลุ้นกันขี้ปริบแน่นอน
- อาเซน่อลมี 12 / ดอร์มุนต์มี 9 / นาโปลีมี 9
- อาเซนอล ชนะก็ได้ / เสมอก็ดี / แ้พ้ก็ไม่เป็นไร เข้ารอบหมด
- ดอร์ทมุนต์ ชนะเข้ารอบทันที / เสมอลุ้นนาโปลีแพ้ / ถ้าแพ้ต้องลุ้นให้นาโปลีแพ้ด้วย
- นาโปลี ต้องชนะเท่านั้น (ต้องชนะอย่างน้อย 3 ลูกด้วย) / ถ้าชนะแค่ 2 ลูก หรือ เสมอ ต้องลุ้นให้ดอร์ทมุนต์แพ้
- นาโปลี กับ ดอร์ทมุนต์ เล่นกันคนละสนาม แต่ใครชนะได้ไปต่อ ..
Marseille 1 - 2 Borussia Dortmund
ครึ่งแรก : เงื่อนไขในการเข้ารอบมากล้น มาร์กเซยไม่ใช่ไก่กาทีไหน กำลังจะเครียดซะหน่อย Robert Lewandowski ยิงเบิกฟ้าให้ดอร์ทมุนต์ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 4 จากแอสซิทของ Erik Durm
แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะไม่ทันไรก็ตีคืนข้นมาได้แล้ว จากลูกโหม่งเน้นๆของ Souleymane Diawara
หลังจากนั้น Dimitri Payet มาได้เหลืองแรก และยิ่งตอกย้ำความแรงของเกมด้วยการ เหลือง 2 ต่อทันที เป็นใบแดง เจอไล่ออกจากสนามคนแรก แม้จะเป็นคนล้มจากการเสียบสกัดของ เลวานฯก็ตาม แต่ทั่นกรรมการมองว่า ... "Rolling in the diveeee~" เอ็งพุ่งได้สวยงามมากเลย ...
ออกไปแบบไม่ธรรมดาอีกต่างหาก เตะธงมุมสนามซะกระจาย ระบายแค้น
มาร์กเซย เหลือ 10 คน
ครึ่งหลัง : หลังจากเหลือแค่ 10 คนก็เจอใส่ไม่มียั้ง ยังคงจะขอปรบมือเปาะแปะชื่นชมตูแวงเหมือนเดิม เล่นดีอยู่คนเดียว แต่ไม่ช่วยอัลไล! จะจบเสมออยู่แล้ว ดันมาเจอเลทเกมจาก Kevin Großkreutz แอสซิทโดยชีเบอร์ จบเกม ดอร์ทมุนต์เฉือนชนะ มาร์กเซยไปแบบหอบหืดแทบกำเริบ
เห็นนิ่งๆ แต่แอบแหล่มนะพี่อ่ะ ..
Napoli 2 - 0 Arsenal
ครึ่งแรก : เงื่อนไขของนาโปลีช่างน่าปวดร้าวยิ่งนัก ชนะชนะอย่างน้อย 3 ลูกกับทีมหัวตารางพรีเมียร์เนี่ยนะ //ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน!
เปิดเกมมาเหมือนอาเซนอลจะต้องลงไปรับซะเป็นส่วนใหญ่ มีได้ลุ้นลูก 2 ลูก นาโปลีจบไม่ได้สักที แผงหลังน่อลก็แน่นเกิ้น เจาะยากมาก แต่เกมค่อนข้างชวนหาวอยู่พอสมควร เจ็บครึ่งแรก เหมอๆไป
ครึ่งหลัง : นาโปลี ที่ยังไม่มีตุนสักลูก ต้องการตั้ง 3 นะเฟร้ยยย เร่งเกมหน่อย เริ่มครึ่งหลังมา ดันเจอพี่น่อลเหนี่ยวก่อนสะงั้น นอกจากจะแอบง่วงแล้ว ยังเป็นเกมที่เน้นฟาล์วกันมากกว่าเน้นยิง แซวยังไม่ทันขาดคำ นาโปลีจัดคอมโบเซตให้ ยิงแล้วยิงอีก ไม่เข้าสักที! ไม่ติดเซฟ ก็ข้ามคาน ไม่ข้ามคานก็ออกข้าง
หลังจากเหนี่ยวจนกองเชียร์ปวดตับ ลูกแรกก็มาจนได้ จาก Gonzalo Higuaín แอสซิทจาก José Callejón พี่น่อลเจอเหนี่ยวไม่เท่าไหร่ ยังแอบมีเซอร์ไพรซ์จากทั่นกรรมการด้วยเหลืองที่ 2 ของ กัปปิตัน มิเกล อาเตต้า เป็นแดง (อีกแล้ว) อาเซนอลเหลือ 10 คน
เหลือไม่กี่นาที นาโปลีต้องการอีก 2 ลูก น่อลเหลือแค่ 10 ช่างเป็นใจเหลือเกิน .. ถ้าแผงหลังน่อลจะใจอ่อนกว่านี้สักหน่อย ท้ายเกม กาเยฆ่อนทำได้อีกประตู แต่ช้าเกินไป จบเกมนาโปลี เอาชนะอาเซนอลได้ที่ 2 ประตูต่อ 0 แต่ไม่เพียงพอกับการเข้ารอบ ... ตกรอบไปพร้อมกับน้ำตาที่หยดแหม่ะ ..
แอสซิท 1 ยิง 1 โอกาสเหนี่ยวอีก 3 วิ่งทำเกมใช้ได้
(หารุปกายฆ่อนแหล่มๆ ไม่ได้ เอา อิกกี้ไปดูแทนก่อน)
ไฝว้กันไม่มันเท่าที่คาด แต่ก็ดราม่าพอกรุบกริบ
อาร์เซน่อล และ โบรุซเซีย ดอร์ทมุนต์ ได้ไปต่อ ...