ทัศนคติ ความเชื่อของคนเรามันหล่อหลอมมาจากอุปนิสัยส่วนตัว และประสบการณ์เดิม สุดที่คำพูดไม่กี่คำ ตัวหนังสือไม่กี่ตัว จะเปลี่ยนแปลงความเชื่อเราได้ เห็นต่างฝ่ายต่างยืนความคิดตน และถล่มความคิดฝ่ายตรงข้าม เหตุการณ์เดียวกันมองต่างกันเหมือนหัวกับเท้า อยากบอกทุกคนที่ไล่โพสกันว่าเหนื่อยเปล่า เราเปลี่ยนความคิดคนไม่ได้อย่างมากก็พิมพ์เอามันส์ จนกว่าจะมีอะไรสักอย่าง เหตการณ์ใดมา impact ชีวิตเราโดยตรงเราถึงคิดได้ ลูกน้องผมคนหนึ่ง เรียกเด็กต้นละกัน เขาเรียนน้อยแต่คล่องงาน สั่งใด้ ทำงานรับผิดชอบดี ผมดึงจากแมสเซนเจอร์ มาช่วยงานส่วนตัว มันดีหลายเว้นแต่แดงจัดหนักมาก เรียกว่าใครว่าทักษิณให้ได้ยินโกรธเหมือนด่าพ่อ บังเอิญที่ทำงานผมฟ้ามากกว่าแดงมาก รู้กันว่าอย่าคุยการเมืองกันดีกว่า เขาเถียงหัวชนฝาแดงชุมนุมไม่ได้ตังค์ เพราะมันไปก็ไม่รับไปด้วยใจล้วนๆ อยู่มาวันหนึ่งมันหน้าเสียมาลางาน บอกไปเคลียร์ธุระที่บ้าน บ้านพ่อแม่เขาอยู่จังหวัดในภาคเหนือ ตัวเองเป็นลูกชายอยู่กทม มีพี่สาวอยู่แถวบ้าน ถามไถ่ได้ความว่า แม่โทรมาบอกพ่อจะขายสวนใช้หนี้ มันก็งงๆเพราะพ่อแก่มากแล้ว อ่านหนังสือไม่ค่อยออก ใครจะมาให้กู้ มันเล่าว่า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มาชวนพ่อ บอกรัฐมีโครงการให้ทุนชาวบ้าน ใครมีแผนมีโครงการ ทำงานประกอบอาชีพ ไม่มีทุน รัฐบาลจะออกเงินให้ไปทำทุน เรียกกองทุนหมู่บ้าน เขียนหนังสือ เสนอโครงการไม่เป็นไม่เป็นไร เขาทำให้แต่มีค่าดำเนินการนั่นนี่ แม่บอกเสียค่าขอค่าลัดคิวไป เหลือถึงมือ สามหมื่น ให้ค่าพี่สาวไปออกลูก จ่ายค่าปุ๋ย ค่าคนไปเหลือไม่มาก ตอนหลังมารู้ว่าเขาให้กู้ไม่ได้ให้เลย ก็ตอนโดนหนังสือทวงมา ตอนขอก็ย้ำแล้วแต่ คนชวนบอกคนละโครงการก็เชื่อเขา สรุปต้นรวมดอกก็เจ็ดหมื่นกว่า มันบอกไม่อยากเสียที่เพราะพ่อแม่แก่แล้ว ขายที่ก็จะไปทำอะไร เห็นขายสร้อย จำนำมอร์ไซค์ ไล่ยืมเงินเขาไป หลังกลับมาทำงานก็เงียบๆไป ไม่เคยไปชุมนุมกับเสื้อแดงอีกเลย เวลาใครด่ารัฐบาล ก็ไม่เคยโพล่ง ไม่เคยแทรกอีก ไม่มีใครไปถาม แต่ความแรงทางการเมืองลดไปมากๆ
ผมกะลังสงสัยว่า การที่ชาติขาดทุนจำนำข้าวปีละหลายแสนล้าน หรือการสร้างหนี้ สองล้านล้าน มันห่างไกลตัวเรามากใช่ไหม มันไม่ impact ชีวิตคนไทยใช่ไหม เราจึงเฉยๆชิวๆ กันอยู่ได้ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกัน สำนึกต่อชาติของเราต่ำขนาดนั้นเลยหรือ ตอนเราผ่านวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 หลายคนขายบ้าน ขายรถ บางคนเอาตัวรอดแบบหืดจับ ผมหลอนๆว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นอีก ถ้าเรากำลังขับรถหาปากเหวแบบสุดไมล์แบบนี้ ส่วนตัวทำได้แค่เคลียร์หนี้สินให้หมด ทยอยขายหุ้น เก็บแต่ที่กับทองไว้ คอนโดเหลือแต่ที่อยู่จริงๆ คงช่วยตัวเองได้แค่นั้น
อะไรคือจุดเปลี่ยนของความคิดคน
ผมกะลังสงสัยว่า การที่ชาติขาดทุนจำนำข้าวปีละหลายแสนล้าน หรือการสร้างหนี้ สองล้านล้าน มันห่างไกลตัวเรามากใช่ไหม มันไม่ impact ชีวิตคนไทยใช่ไหม เราจึงเฉยๆชิวๆ กันอยู่ได้ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกัน สำนึกต่อชาติของเราต่ำขนาดนั้นเลยหรือ ตอนเราผ่านวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 หลายคนขายบ้าน ขายรถ บางคนเอาตัวรอดแบบหืดจับ ผมหลอนๆว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นอีก ถ้าเรากำลังขับรถหาปากเหวแบบสุดไมล์แบบนี้ ส่วนตัวทำได้แค่เคลียร์หนี้สินให้หมด ทยอยขายหุ้น เก็บแต่ที่กับทองไว้ คอนโดเหลือแต่ที่อยู่จริงๆ คงช่วยตัวเองได้แค่นั้น