ตอนที่เราเริ่มทำงานใหม่ๆ เราใช้เงินเดือนที่ได้มาเต็มที่ ซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า กินอาหารร้านแพงๆบ่อย ตอนนั้นเงินเดือนชนเดือนไม่เหลือเก็บเลย จนช่วงที่ต้องต่อสัญญาเงินเดือนเราตกเบิกเดือนนึง ต้องขอเงินพ่อมาใช้ เราก็เลยเริ่มเก็บเงินมาตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ ประมาณว่าเข็ด เพราะต้องเดือดร้อนขอเงินพ่อมาใช้ เงินเก็บก้อนแรกเราก็คือเงินตกเบิกนั่นแหละค่ะ หลังจากนั้นพอเงินเดือนก็แบ่งไว้เลยเก็บเท่าไร ต้องจ่ายค่าอะไรเท่าไร ค่ากินประจำวันก็แบ่งไว้เลยว่าต้องไม่เกินนี้ พอเกินจะเครียด แล้วไปเขียมกับวันอื่นเอา ช่วงแรกๆก็อึดอัดนะคะแต่พอเห็นเงินเก็บในบัญชีเพิ่มขึ้นก็อยากเก็บให้มากขึ้น คือถ้าไม่กิน ไม่ใช้ เก็บอย่างเดียวได้เราคงทำไปแล้ว
ทีนี้คนรอบข้างเราอย่างน้อง หรือแฟน เค้าใช้เงินกันแบบสบายๆ ไม่คิดมากอย่างเราค่ะ อย่างแฟนพอได้เงินจากงานพิเศษมาเค้าจะซื้อของที่อยากได้ทันที ครั้งนึงไปเดินดูของด้วยกันก็ได้มีดพก ราคา 4000 บาทมา ทั้งๆที่เราคิดว่ามันไม่ใช้ของที่ต้องใช้ประจำ เมื่อสองเดือนที่แล้วก็เพิ่งถอยจีกรยาน หมวก สนับ กางเกงแบบครบชุดมา แต่ก็ปั่นได้ไม่กี่วันก็จอดทิ้งไว้เฉยๆ ส่วนเราซื้อเสื้อผ้าเดือนละครั้ง กระเป๋า รองเท้าก็มีอยู่ใบเดียว คู่เดียว ใช้จนพังถึงเปลี่ยนใหม่ แล้วก็ไม่ค่อยสนใจว่าใครจะมองว่าใช้กระเป๋าใบเก่า รองเท้าคู่เดิม
แล้วช่วงกลางเดือนนี้เราจะได้เงินมาก้อนนึงเป็นเงินตกเบิกค่ะ แล้วเราก็ได้ปรับเงินเดือนขึ้นด้วย กับเงินตกเบิกเราไม่มีแผนว่าจะเอาไปใช้อะไรเลยนอกจากเก็บค่ะ ส่วนเงินเดือนที่ได้เพิ่มเราก็ไม่ได้ดีใจว่าจะได้มีเงินใช่เยอะขึ้น แต่เราดีใจที่จะได้เก็บเงินเยอะขึ้น เพราะเราใช้เงินเท่าเดิม ที่เพิ่มขึ้นมากก็เก็บค่ะ เรางกกับตัวเองจนเกินไปมั้ยคะ ถามว่าเราอยากได้ อยากซื้อมั้ย เราก็อยากนะคะ โทรศัพท์เราที่ใช้อยู่ก็ซัมซุง กาแล็คซี่ วาย อยากเปลี่ยนเป็นรุ่นที่จอใหญ่กว่านี้ แฟนก็เชียร์ให้ซื้อโน๊ต แต่เราเห็นว่ามันแพงไป พอบ่นว่าแพง แฟนเราก็มองเราแบบเซ็ง ๆ ประมาณว่างกอีกแล้ว แล้วก็บอกเราว่าเราตึงเกินไป ของบางอย่างก็น่าจะซื้อมาใช้เพื่อความสะดวกสบายของเรา แต่เราไม่เคยที่จะเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อของขิ้นเดียวเลยค่ะ
ทุกวันนี้เรามีเงินพอใช้ มีเงินเก็บทุกเดิอน ภาระมีแค่ส่งเงินให้แม่ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรค่ะ เราอยากเป็นคนที่ใช้เงินแบบสบายๆกว่านี้มั้ย อยากนะคะ แต่เพราะเราฝึกตัวเองจนชินไปแล้ว เรางกเกินไป ตึงเกินไปหรือเปล่าคะ
อยากเป็นคนที่ใช้เงินแบบสบายๆ ไม่คิดมากเหมือนคนอื่นได้บ้างค่ะ
ทีนี้คนรอบข้างเราอย่างน้อง หรือแฟน เค้าใช้เงินกันแบบสบายๆ ไม่คิดมากอย่างเราค่ะ อย่างแฟนพอได้เงินจากงานพิเศษมาเค้าจะซื้อของที่อยากได้ทันที ครั้งนึงไปเดินดูของด้วยกันก็ได้มีดพก ราคา 4000 บาทมา ทั้งๆที่เราคิดว่ามันไม่ใช้ของที่ต้องใช้ประจำ เมื่อสองเดือนที่แล้วก็เพิ่งถอยจีกรยาน หมวก สนับ กางเกงแบบครบชุดมา แต่ก็ปั่นได้ไม่กี่วันก็จอดทิ้งไว้เฉยๆ ส่วนเราซื้อเสื้อผ้าเดือนละครั้ง กระเป๋า รองเท้าก็มีอยู่ใบเดียว คู่เดียว ใช้จนพังถึงเปลี่ยนใหม่ แล้วก็ไม่ค่อยสนใจว่าใครจะมองว่าใช้กระเป๋าใบเก่า รองเท้าคู่เดิม
แล้วช่วงกลางเดือนนี้เราจะได้เงินมาก้อนนึงเป็นเงินตกเบิกค่ะ แล้วเราก็ได้ปรับเงินเดือนขึ้นด้วย กับเงินตกเบิกเราไม่มีแผนว่าจะเอาไปใช้อะไรเลยนอกจากเก็บค่ะ ส่วนเงินเดือนที่ได้เพิ่มเราก็ไม่ได้ดีใจว่าจะได้มีเงินใช่เยอะขึ้น แต่เราดีใจที่จะได้เก็บเงินเยอะขึ้น เพราะเราใช้เงินเท่าเดิม ที่เพิ่มขึ้นมากก็เก็บค่ะ เรางกกับตัวเองจนเกินไปมั้ยคะ ถามว่าเราอยากได้ อยากซื้อมั้ย เราก็อยากนะคะ โทรศัพท์เราที่ใช้อยู่ก็ซัมซุง กาแล็คซี่ วาย อยากเปลี่ยนเป็นรุ่นที่จอใหญ่กว่านี้ แฟนก็เชียร์ให้ซื้อโน๊ต แต่เราเห็นว่ามันแพงไป พอบ่นว่าแพง แฟนเราก็มองเราแบบเซ็ง ๆ ประมาณว่างกอีกแล้ว แล้วก็บอกเราว่าเราตึงเกินไป ของบางอย่างก็น่าจะซื้อมาใช้เพื่อความสะดวกสบายของเรา แต่เราไม่เคยที่จะเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อของขิ้นเดียวเลยค่ะ
ทุกวันนี้เรามีเงินพอใช้ มีเงินเก็บทุกเดิอน ภาระมีแค่ส่งเงินให้แม่ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรค่ะ เราอยากเป็นคนที่ใช้เงินแบบสบายๆกว่านี้มั้ย อยากนะคะ แต่เพราะเราฝึกตัวเองจนชินไปแล้ว เรางกเกินไป ตึงเกินไปหรือเปล่าคะ