คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
การเตรียมผิว
ผิว เราควรได้รับการบำรุงให้ชุ่มชื่นก่อนวันงานนะคะ ใครมีเวลาก็ก่อนวันงานซักเดือนนึงบำรุง กันแดด ขัดผิวผลัดเซลล์ผิวอาทิตย์ละครั้งเพิ่มความชุ่มชื่น เพราะถ้าผิวแห้ง ลอก เป็นขุยจะแต่งหน้าไม่ค่อยติดแป้งจะหลุดลอกระหว่างวันได้ง่ายมากหากเป็นสิวอย่าบีบ แคะ แกะ เกาเพราะจะเป็นรอยและเป็นแผล อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดให้มันยุบถ้าเป็นไม่มากก็เอาคอนซิลเลอร์กลบเอา แต่ฟิล์มไม่สามารถหาคอนซิลเลอร์ที่ช่วยรักษาสิวมาให้ได้นะคะ เพราะ การแต่งหน้าก็เป็นการเสี่ยงทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน แต่ถ้าพี่ๆต้องการก็เตรียมมาให้ฟิล์มได้นะคะ
กรณีที่ผิวหน้าใช้ยาหมออยู่ ในวันสำคัญอย่างนี้ แนะนำว่าให้หยุดยาหมอก่อนอย่างน้อย1-2สัปดาห์ เพราะยาหมอจะทำให้ผิวแห้ง ลอก ส่งผลให้การแต่งหน้ายากและเกิดปัญหามากมายทั้งรองพื้นไม่ติด ไม่ซึม เป็นคราบระหว่างวัน ควรหันไปดูแลผิวหน้าโดยการเติมความชุ่มชื้นด้วยมอยเจอไรเซอร์ตามปกติค่ะ
การเลือกทรงผม
ในวันรับปริญญานี้ ขออย่างนึงว่าให้หยุดคิดว่าตัวเองหน้าแป้น หน้ากลม หน้าบาน เพราะมันเป็นข้อบังคับที่ต้องทำผมเปิดหน้า หรือถ้าปิดก็ปิดได้นิดหน่อยเท่านั้น การแสกข้างควรแสกไปทางด้านขวา(คือเปิดทางซ้าย) เพราะเวลาถ่ายรูปจะได้ไม่เห็นผมมาปรกหน้าค่ะ
Xไม่ควรจะสระผมตอนเช้า แล้วลงครีมนวด จะทำให้ผมลื่น ผมจะคลายง่ายและไม่ทนคะ แล้วห้ามมาผมเปียกๆจะทำให้เสียเวลาในการทำผมคะ(ผมไม่ทนด้วยแหละ)
Vควรจะสระผมตอนเย็นแบบไม่ลงครีมนวดนะคะ ไดร์ให้แห้ง ตอนเช้ามาผมจะมีสภาพที่โอเคคะ
ควรจะศึกษาแบบผมที่ทันสมัย แต่ต้องรับกับใบหน้า และปรึกษานัดแนะกับช่างผมก่อนนะคะ
***** อาทิ แสกกลางเหมาะกับคนที่มีช่วงหน้าผากกว้างโหนก และคางสวย เปิดหน้าเหมาะกับคนที่หน้าสั้น จะทำให้ดูยาวขึ้นเป็นต้นคะ หน้าแหลมหรือบานไม่ควรจะเอาผมผิดหน้าจะยิ่งให้เน้นเห็นเป็นกรอบทำให้หน้าดู ชัด ควรจะยีผมให้ทุย รับกับรูปหน้า เปิดหน้าหน่อยก็ดีคะ หรือ ถ้าผมหน้าม้าสั้นก็อาจจะถักเปียเก็บยากควรจะหาแบบอื่นที่ทำให้ผมไม่หลุดล่วง นะคะ
ควรจะรู้เรื่องสภาพอากาศคะ ถ้าร้อน แนะนำให้เกล้าผม ถ้าผมเสีย มีปลายแห้งก็แนะนำให้ดัดลอนจะทนคะ ถ้าตอนเช้า สภาพอากาศชื้น มีฝนตก ไม่แนะนำให้ทำผมลอนนะคะ ผมจะคลายเร็วมากๆเลยคะ(1-2ชม.) คนที่ไม่มีเชื้อดัดลอน ก็ไม่แนะนำให้ทำผมก็คลายเร็วเช่นกันคะ
ในกรณีที่มหาวิทยาลัยให้ทำผมสีดำแบบเคร่งครัด ควรจะโกรกผมสีที่เข้มขึ้น อาทิ สีน้ำตาลเข้ม ไม่แนะนำให้โกรกดำสนิท เพราะจะทำให้ทำคืนเป็นสีเดิมลำบากมากT_T
การแต่งหน้า
ควรแต่งสีโทนสุภาพ มีความเหมาะสม ม.ศิลปากรห้ามติดขนตาปลอม(แอบเพลีย -*-)
Vควรจะล้างหน้าเตรียมหน้าให้สะอาด ใส่คอนแทนเลนส์เตรียมไว้ให้เรียบร้อย
X อย่าลงกันแดดมาเอง เพราะกันแดดบางตัว จะทำให้เนื้อรองพื้นเป็นคราบหรือเป็นขุย จะทำให้หน้าไม่ทน ถ้าไม่มันใจให้ช่างแต่งหน้าดูก่อนได้
Xไม่ควรจะทาครีม เบส บีบี หรือ แป้ง เพราะจะทำให้ไม่ติดรองพื้น ถ้าช่างให้ไปล้างหน้าอย่าอิดออด เพราะนี้คือส่วนสำคัญสำหรับแต่งหน้าคะ
Vควรจะกันคิ้ว หรือจัดเตรียมคิ้วมา (ในกรณีของลูกค้าที่กันคิ้วเป็นประจำอยู่แล้ว) หรือหากไม่ได้กันเป็นประจำ แนะนำว่าให้ลองไปหาช่างที่กันคิ้วชำนาญ อาจจะเป็นช่างแถวบ้าน คุณแม่ ช่วยทำให้คะ ถ้าไม่มีเวลาจริงๆให้ช่างแต่งหน้ากันให้ได้เช่นกันคะ เค้าจะเข้าใจโครงสร้างหน้า
Xอย่ากันคิ้วเอง ถ้าไม่มั่นใจนะคะ เดี๋ยวคิ้วจะแหว่งเอา 555+- Do ควรจะเตรียมแป้งพัพฟ์ บรัชออน (สีอ่อนๆ) และกลอสสีใส หรือ ถ้าเป็นสีควรจะเป็นสีอ่อนๆคะ (ถ้าไม่มีก็เอาสีเข้มแต่ไม่ควรทาจนเยิ้มทับสีปากของช่างนะคะ)
กรณีที่แต่งหน้าเอง ควรลองแต่งแล้วถ่ายรูปกับกล้องดูก่อน แล้วดูภาพว่าโอเคหรือไม่ ลองให้เพื่อนๆโหวตว่ารอดหรือไม่รอด กรณีที่ไม่รอดควรมีคนแต่งให้ค่ะ อย่าเสี่ยง!
กรณีที่จ้างช่างแต่งหน้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องของการนัดเวลาและสถานที่ที่แน่นอน ถ้าไปหาช่างเองควรไปถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องรีบร้อน ช่างก็มีคิวค้ะ ถ้าคุณเลท นั่นแปลว่าคนที่มาต่อจากคุณต้องเลทไปด้วย ช่างบางคนมีจรรยาบรรณพอจะไม่แต่งให้คุณแบบลวกๆแน่นอน จึงควรระลึกว่า “การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม”
ระหว่างวัน
แน่นอนว่าอากาศเมืองไทย บวกกับชุดนักศึกษาติดกระดุมบน ต้องร้อนแน่นอน ดังนั้นตัวช่วยที่ช่วยชะลอความเยิ้มของหน้าได้ มีดังนี้ค่ะ
1. ผู้ดูแล(เบ้) สำคัญมากๆคนนี้ เค้าต้องเต็มใจที่จะช่วยจริงๆเพราะวันนั้น พี่ๆจะยุ่งมากแน่นอน คนนี้จะช่วยพี่รับโทรศัพท์ ซับหน้า หาข้าว หาน้ำ ถือของ บลาๆ ของต่างๆที่ควรเตรียม (นอกเหนือจาก เครื่องสำอาง)
-น้ำดื่ม (บางทีมันหายากนะหรือไกลเกินจะเดินไปซื้อ) + หลอด (กระดกกับปากจะไม่งาม แถมสีลิปจะหลุด)
-ร่ม (กันแดด กันฝน )
-รองเท้าสำรอง ได้ทั้งแตะและคัชชูสีดำ แนะนำส้นเตี้ยเพราะจะเมื่อยจากการซ้อมเดินไปนู่นนี่ หากใส่ส้นสูงที่มีโอกาสจะกัดเท้าตลอด
-กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ
-กล้องสำรองเผื่อช่างภาพยังไม่มาเราไปถึงก่อน คลาดกับช่าง อยากถ่ายSelfcamera
-พัด,พัดลมมือถือ (มันร้อนแน่คะ คอนเฟริม)
-อุปกรณ์ฉุกเฉิน ยาดม ยามหม่องถุงน่องสำรอง พลาสเตอร์ติดแผล เข็มกลัด
2.กระเป๋าเสริมงาม ฟิล์มจะแนะนำเฉพาะสิ่งที่ควรมีไว้ติดตัวให้อุ่นใจว่า บรรดาเมคอัพบนหน้าจะอยู่ยงคงกระพัน เป๊ะเว่อร์ตลอดวัน เพราะด้วยกิจวัติประจำวันและด้วยอากาศบ้านเราอีกทั้งสภาพผิวของแต่ละคน คงไม่มีเมคอัพแบรนใดจะกล้าการันตีว่าหน้าเหมือนเดิมตั้งแต่เช้ายันเย็น ในเมื่อพึ่งช่างไม่ได้ ตนแลจึงต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ
-สเปรย์น้ำแร่ ใช้เมื่อเริ่มรู้สึกว่าหน้าเริ่มมัน เหนอะหน้า หรืออากาศร้อน ตอนรู้สึกว่าหน้าแห้งเกินไปก็ใช้ได้นะคะ เพราะสิ่งนี้นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังให้เอฟเฟคเหมือนเราได้ไปล้างหน้า ลองนึกตามว่าอากาศร้อนๆหน้าเหนอะๆถ้าเราได้ไปล้างหน้า ณ ฟีลตอนนั้นจะรู้สึกฟินแค่ไห
น
-กระดาษทิชชู่ ย้ำ!!! ทิชชู่ ไม่เอาซับมันนะคะ เพราะรองพื้นและแป้งจะติดไปด้วย หลังจากขั้นตอนฉีดสเปรย์น้ำแร่แล้ว คงไม่มีใครกล้าเดินหน้าเปียกท่ามกลางสาธารณชนจริงไหม ดังนั้นหลังน้ำแร่เราก็ใช้ทิชชู่ซับออก เพียงเท่านี้ความโทรมความมันส่วนใหญ่บนหน้าก็จะจากเราไป (การใช้ทิชชู่ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องน้ำแร่ก่อน พอหน้าเริ่มมันก็สามารถใช้ทิชชู่ซับได้เลยค่ะ)
-แป้งพับ แนะนำให้ใช้เป็น pressed powder (แป้งพับไม่ผสมรองพื้น) เพราะแป้งผสมรองพื้นบางยี่ห้อเติมบ่อยเกินไปหน้าจะหมอง นอกจากนั้นเเล้วยังทำให้เมคอัพเราเมื่อหนาขึ้นเรื่อยเมื่อซับหน้ามันจะหลุดเป็นหย่อมๆ แต่ใช่ว่าแป้งรองพื้นจะห้ามใช้ เพียงแต่เราต้องแน่ใจว่าตัวที่เราใช้นั้นจะไม่ทำให้หน้าหมองระหว่างวัน การเติมแป้งไม่ควรเติมบ่อยจนเกินไปให้เติมในเวลาที่เรา ทำ 2 ขั้นตอนแรกเสร็จแล้วแต่ยังรู้สึกว่าหน้ายังโทรมอยู่เท่านั้น และเติมแค่ในบริเวณที่ความมันยังเด่นชัดอยู่อย่าง T โซนเพราะถ้าเติมบ่อยๆ เติมทั้งหน้า หน้าเราจะหนาเหมือนฉาบปูน ซึ่งแลดูแย่เนอะ
-ลิปสติก วันทั้งวันจะไม่กินไม่ดื่มเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีการกินเกิดขึ้นลิปย่อมเลือนเป็นธรรมดาเพราะไม่มียี่ห้อไหนสามารถต้านทานความมันและความร้อนของอาหารได้ ถ้ามียี่ห้อไหนทำได้บอกต่อกันบ้างนะคะ(แต่ว่าจนบัดนี้ฟิล์มยังไม่เคยเจอนะ) ดังนั้นเพื่อความเป๊ะ พกติดตัวไว้ อุ่นใจค่ะ
-ลิปกรอส ถ้าใครปากแห้งเราแนะนำสิ่งนี้ค่ะ เลือกสีกลางๆ สีออกส้มอมชมพูก็ได้ค่ะ จะได้สวยฉ่ำเด้ง
แล้วถามว่า มาสคาร่า อายไลน์เนอร์ บรัชออนไม่ต้องเหรอคะ? ถ้าพี่มีที่พก ก็พกมาได้ค่ะ :”)
หลังงานเลิก
เราอยู่กับเครื่องสำอางมาทั้งวันแล้ว เราก็ควรล้างออกให้สะอาดจริงไหมคะ จะได้ไม่เสี่ยงกับการเป็นสิว หรือถ้ามันจะเป็นก็เลี่ยงไว้ให้น้อยที่สุด
Vควรใช้ คลีนเซอร์ให้เหมาะกับผิว ถ้าเป็นคนไม่แพ้ง่าย ควรจะเอา คลีนเซอร์ ใส่สำลีแผ่น โปะค้างไว้ที่ตา แล้วค่อยๆเช็ดออกนะคะ เอาคอตต้อนบัด เช็ดอินเนอร์อาย เอาคลีนเซอร์โปะแล้วนวดให้ทั่วหน้า แล้วค่อยๆเอาสำลีเช็ดซ้ำอีกครั้ง แล้วค่อยล้างด้วย โฟม หรือเจล หรือครีม ตามแต่ทุกคนจะมี
*** แนะนำว่าใช้ออย ดีที่สุด ยิ่งออยที่จะสามารถโดนน้ำแล้วเป็นน้ำนมด้วยแล้วยิ่งดีคะ
Xอย่านอนพร้อมเครื่องสำอาง เพราะจะทำให้ผิวแย่ และเกิดสิว ง่า เพราะการสะสมของเครื่องสำอาง เหงื่อ ฝุ่นละออง จะทำให้เกิดสิวได้ง่าย นะคะ
V ควรใช้ครีมนวดลงผมที่โดนการยี แล้วหวีออก แล้วล้าง หลังจากนั้นใช้ยาสระผมได้ตามปกติคะ
X ไม่ควร นอนทั้งหัวเปียกๆหลังจากการสระผม ที่เกิดจากการยี จะทำให้ผมพังและสุขภาพไม่ดี และมีกลิ่นด้วย ง่า....
เราเคยเขียนบทความนี้ไว้ในเพจเราค่ะ :')
ผิว เราควรได้รับการบำรุงให้ชุ่มชื่นก่อนวันงานนะคะ ใครมีเวลาก็ก่อนวันงานซักเดือนนึงบำรุง กันแดด ขัดผิวผลัดเซลล์ผิวอาทิตย์ละครั้งเพิ่มความชุ่มชื่น เพราะถ้าผิวแห้ง ลอก เป็นขุยจะแต่งหน้าไม่ค่อยติดแป้งจะหลุดลอกระหว่างวันได้ง่ายมากหากเป็นสิวอย่าบีบ แคะ แกะ เกาเพราะจะเป็นรอยและเป็นแผล อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดให้มันยุบถ้าเป็นไม่มากก็เอาคอนซิลเลอร์กลบเอา แต่ฟิล์มไม่สามารถหาคอนซิลเลอร์ที่ช่วยรักษาสิวมาให้ได้นะคะ เพราะ การแต่งหน้าก็เป็นการเสี่ยงทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน แต่ถ้าพี่ๆต้องการก็เตรียมมาให้ฟิล์มได้นะคะ
กรณีที่ผิวหน้าใช้ยาหมออยู่ ในวันสำคัญอย่างนี้ แนะนำว่าให้หยุดยาหมอก่อนอย่างน้อย1-2สัปดาห์ เพราะยาหมอจะทำให้ผิวแห้ง ลอก ส่งผลให้การแต่งหน้ายากและเกิดปัญหามากมายทั้งรองพื้นไม่ติด ไม่ซึม เป็นคราบระหว่างวัน ควรหันไปดูแลผิวหน้าโดยการเติมความชุ่มชื้นด้วยมอยเจอไรเซอร์ตามปกติค่ะ
การเลือกทรงผม
ในวันรับปริญญานี้ ขออย่างนึงว่าให้หยุดคิดว่าตัวเองหน้าแป้น หน้ากลม หน้าบาน เพราะมันเป็นข้อบังคับที่ต้องทำผมเปิดหน้า หรือถ้าปิดก็ปิดได้นิดหน่อยเท่านั้น การแสกข้างควรแสกไปทางด้านขวา(คือเปิดทางซ้าย) เพราะเวลาถ่ายรูปจะได้ไม่เห็นผมมาปรกหน้าค่ะ
Xไม่ควรจะสระผมตอนเช้า แล้วลงครีมนวด จะทำให้ผมลื่น ผมจะคลายง่ายและไม่ทนคะ แล้วห้ามมาผมเปียกๆจะทำให้เสียเวลาในการทำผมคะ(ผมไม่ทนด้วยแหละ)
Vควรจะสระผมตอนเย็นแบบไม่ลงครีมนวดนะคะ ไดร์ให้แห้ง ตอนเช้ามาผมจะมีสภาพที่โอเคคะ
ควรจะศึกษาแบบผมที่ทันสมัย แต่ต้องรับกับใบหน้า และปรึกษานัดแนะกับช่างผมก่อนนะคะ
***** อาทิ แสกกลางเหมาะกับคนที่มีช่วงหน้าผากกว้างโหนก และคางสวย เปิดหน้าเหมาะกับคนที่หน้าสั้น จะทำให้ดูยาวขึ้นเป็นต้นคะ หน้าแหลมหรือบานไม่ควรจะเอาผมผิดหน้าจะยิ่งให้เน้นเห็นเป็นกรอบทำให้หน้าดู ชัด ควรจะยีผมให้ทุย รับกับรูปหน้า เปิดหน้าหน่อยก็ดีคะ หรือ ถ้าผมหน้าม้าสั้นก็อาจจะถักเปียเก็บยากควรจะหาแบบอื่นที่ทำให้ผมไม่หลุดล่วง นะคะ
ควรจะรู้เรื่องสภาพอากาศคะ ถ้าร้อน แนะนำให้เกล้าผม ถ้าผมเสีย มีปลายแห้งก็แนะนำให้ดัดลอนจะทนคะ ถ้าตอนเช้า สภาพอากาศชื้น มีฝนตก ไม่แนะนำให้ทำผมลอนนะคะ ผมจะคลายเร็วมากๆเลยคะ(1-2ชม.) คนที่ไม่มีเชื้อดัดลอน ก็ไม่แนะนำให้ทำผมก็คลายเร็วเช่นกันคะ
ในกรณีที่มหาวิทยาลัยให้ทำผมสีดำแบบเคร่งครัด ควรจะโกรกผมสีที่เข้มขึ้น อาทิ สีน้ำตาลเข้ม ไม่แนะนำให้โกรกดำสนิท เพราะจะทำให้ทำคืนเป็นสีเดิมลำบากมากT_T
การแต่งหน้า
ควรแต่งสีโทนสุภาพ มีความเหมาะสม ม.ศิลปากรห้ามติดขนตาปลอม(แอบเพลีย -*-)
Vควรจะล้างหน้าเตรียมหน้าให้สะอาด ใส่คอนแทนเลนส์เตรียมไว้ให้เรียบร้อย
X อย่าลงกันแดดมาเอง เพราะกันแดดบางตัว จะทำให้เนื้อรองพื้นเป็นคราบหรือเป็นขุย จะทำให้หน้าไม่ทน ถ้าไม่มันใจให้ช่างแต่งหน้าดูก่อนได้
Xไม่ควรจะทาครีม เบส บีบี หรือ แป้ง เพราะจะทำให้ไม่ติดรองพื้น ถ้าช่างให้ไปล้างหน้าอย่าอิดออด เพราะนี้คือส่วนสำคัญสำหรับแต่งหน้าคะ
Vควรจะกันคิ้ว หรือจัดเตรียมคิ้วมา (ในกรณีของลูกค้าที่กันคิ้วเป็นประจำอยู่แล้ว) หรือหากไม่ได้กันเป็นประจำ แนะนำว่าให้ลองไปหาช่างที่กันคิ้วชำนาญ อาจจะเป็นช่างแถวบ้าน คุณแม่ ช่วยทำให้คะ ถ้าไม่มีเวลาจริงๆให้ช่างแต่งหน้ากันให้ได้เช่นกันคะ เค้าจะเข้าใจโครงสร้างหน้า
Xอย่ากันคิ้วเอง ถ้าไม่มั่นใจนะคะ เดี๋ยวคิ้วจะแหว่งเอา 555+- Do ควรจะเตรียมแป้งพัพฟ์ บรัชออน (สีอ่อนๆ) และกลอสสีใส หรือ ถ้าเป็นสีควรจะเป็นสีอ่อนๆคะ (ถ้าไม่มีก็เอาสีเข้มแต่ไม่ควรทาจนเยิ้มทับสีปากของช่างนะคะ)
กรณีที่แต่งหน้าเอง ควรลองแต่งแล้วถ่ายรูปกับกล้องดูก่อน แล้วดูภาพว่าโอเคหรือไม่ ลองให้เพื่อนๆโหวตว่ารอดหรือไม่รอด กรณีที่ไม่รอดควรมีคนแต่งให้ค่ะ อย่าเสี่ยง!
กรณีที่จ้างช่างแต่งหน้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องของการนัดเวลาและสถานที่ที่แน่นอน ถ้าไปหาช่างเองควรไปถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องรีบร้อน ช่างก็มีคิวค้ะ ถ้าคุณเลท นั่นแปลว่าคนที่มาต่อจากคุณต้องเลทไปด้วย ช่างบางคนมีจรรยาบรรณพอจะไม่แต่งให้คุณแบบลวกๆแน่นอน จึงควรระลึกว่า “การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม”
ระหว่างวัน
แน่นอนว่าอากาศเมืองไทย บวกกับชุดนักศึกษาติดกระดุมบน ต้องร้อนแน่นอน ดังนั้นตัวช่วยที่ช่วยชะลอความเยิ้มของหน้าได้ มีดังนี้ค่ะ
1. ผู้ดูแล(เบ้) สำคัญมากๆคนนี้ เค้าต้องเต็มใจที่จะช่วยจริงๆเพราะวันนั้น พี่ๆจะยุ่งมากแน่นอน คนนี้จะช่วยพี่รับโทรศัพท์ ซับหน้า หาข้าว หาน้ำ ถือของ บลาๆ ของต่างๆที่ควรเตรียม (นอกเหนือจาก เครื่องสำอาง)
-น้ำดื่ม (บางทีมันหายากนะหรือไกลเกินจะเดินไปซื้อ) + หลอด (กระดกกับปากจะไม่งาม แถมสีลิปจะหลุด)
-ร่ม (กันแดด กันฝน )
-รองเท้าสำรอง ได้ทั้งแตะและคัชชูสีดำ แนะนำส้นเตี้ยเพราะจะเมื่อยจากการซ้อมเดินไปนู่นนี่ หากใส่ส้นสูงที่มีโอกาสจะกัดเท้าตลอด
-กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ
-กล้องสำรองเผื่อช่างภาพยังไม่มาเราไปถึงก่อน คลาดกับช่าง อยากถ่ายSelfcamera
-พัด,พัดลมมือถือ (มันร้อนแน่คะ คอนเฟริม)
-อุปกรณ์ฉุกเฉิน ยาดม ยามหม่องถุงน่องสำรอง พลาสเตอร์ติดแผล เข็มกลัด
2.กระเป๋าเสริมงาม ฟิล์มจะแนะนำเฉพาะสิ่งที่ควรมีไว้ติดตัวให้อุ่นใจว่า บรรดาเมคอัพบนหน้าจะอยู่ยงคงกระพัน เป๊ะเว่อร์ตลอดวัน เพราะด้วยกิจวัติประจำวันและด้วยอากาศบ้านเราอีกทั้งสภาพผิวของแต่ละคน คงไม่มีเมคอัพแบรนใดจะกล้าการันตีว่าหน้าเหมือนเดิมตั้งแต่เช้ายันเย็น ในเมื่อพึ่งช่างไม่ได้ ตนแลจึงต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ
-สเปรย์น้ำแร่ ใช้เมื่อเริ่มรู้สึกว่าหน้าเริ่มมัน เหนอะหน้า หรืออากาศร้อน ตอนรู้สึกว่าหน้าแห้งเกินไปก็ใช้ได้นะคะ เพราะสิ่งนี้นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังให้เอฟเฟคเหมือนเราได้ไปล้างหน้า ลองนึกตามว่าอากาศร้อนๆหน้าเหนอะๆถ้าเราได้ไปล้างหน้า ณ ฟีลตอนนั้นจะรู้สึกฟินแค่ไห
น
-กระดาษทิชชู่ ย้ำ!!! ทิชชู่ ไม่เอาซับมันนะคะ เพราะรองพื้นและแป้งจะติดไปด้วย หลังจากขั้นตอนฉีดสเปรย์น้ำแร่แล้ว คงไม่มีใครกล้าเดินหน้าเปียกท่ามกลางสาธารณชนจริงไหม ดังนั้นหลังน้ำแร่เราก็ใช้ทิชชู่ซับออก เพียงเท่านี้ความโทรมความมันส่วนใหญ่บนหน้าก็จะจากเราไป (การใช้ทิชชู่ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องน้ำแร่ก่อน พอหน้าเริ่มมันก็สามารถใช้ทิชชู่ซับได้เลยค่ะ)
-แป้งพับ แนะนำให้ใช้เป็น pressed powder (แป้งพับไม่ผสมรองพื้น) เพราะแป้งผสมรองพื้นบางยี่ห้อเติมบ่อยเกินไปหน้าจะหมอง นอกจากนั้นเเล้วยังทำให้เมคอัพเราเมื่อหนาขึ้นเรื่อยเมื่อซับหน้ามันจะหลุดเป็นหย่อมๆ แต่ใช่ว่าแป้งรองพื้นจะห้ามใช้ เพียงแต่เราต้องแน่ใจว่าตัวที่เราใช้นั้นจะไม่ทำให้หน้าหมองระหว่างวัน การเติมแป้งไม่ควรเติมบ่อยจนเกินไปให้เติมในเวลาที่เรา ทำ 2 ขั้นตอนแรกเสร็จแล้วแต่ยังรู้สึกว่าหน้ายังโทรมอยู่เท่านั้น และเติมแค่ในบริเวณที่ความมันยังเด่นชัดอยู่อย่าง T โซนเพราะถ้าเติมบ่อยๆ เติมทั้งหน้า หน้าเราจะหนาเหมือนฉาบปูน ซึ่งแลดูแย่เนอะ
-ลิปสติก วันทั้งวันจะไม่กินไม่ดื่มเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีการกินเกิดขึ้นลิปย่อมเลือนเป็นธรรมดาเพราะไม่มียี่ห้อไหนสามารถต้านทานความมันและความร้อนของอาหารได้ ถ้ามียี่ห้อไหนทำได้บอกต่อกันบ้างนะคะ(แต่ว่าจนบัดนี้ฟิล์มยังไม่เคยเจอนะ) ดังนั้นเพื่อความเป๊ะ พกติดตัวไว้ อุ่นใจค่ะ
-ลิปกรอส ถ้าใครปากแห้งเราแนะนำสิ่งนี้ค่ะ เลือกสีกลางๆ สีออกส้มอมชมพูก็ได้ค่ะ จะได้สวยฉ่ำเด้ง
แล้วถามว่า มาสคาร่า อายไลน์เนอร์ บรัชออนไม่ต้องเหรอคะ? ถ้าพี่มีที่พก ก็พกมาได้ค่ะ :”)
หลังงานเลิก
เราอยู่กับเครื่องสำอางมาทั้งวันแล้ว เราก็ควรล้างออกให้สะอาดจริงไหมคะ จะได้ไม่เสี่ยงกับการเป็นสิว หรือถ้ามันจะเป็นก็เลี่ยงไว้ให้น้อยที่สุด
Vควรใช้ คลีนเซอร์ให้เหมาะกับผิว ถ้าเป็นคนไม่แพ้ง่าย ควรจะเอา คลีนเซอร์ ใส่สำลีแผ่น โปะค้างไว้ที่ตา แล้วค่อยๆเช็ดออกนะคะ เอาคอตต้อนบัด เช็ดอินเนอร์อาย เอาคลีนเซอร์โปะแล้วนวดให้ทั่วหน้า แล้วค่อยๆเอาสำลีเช็ดซ้ำอีกครั้ง แล้วค่อยล้างด้วย โฟม หรือเจล หรือครีม ตามแต่ทุกคนจะมี
*** แนะนำว่าใช้ออย ดีที่สุด ยิ่งออยที่จะสามารถโดนน้ำแล้วเป็นน้ำนมด้วยแล้วยิ่งดีคะ
Xอย่านอนพร้อมเครื่องสำอาง เพราะจะทำให้ผิวแย่ และเกิดสิว ง่า เพราะการสะสมของเครื่องสำอาง เหงื่อ ฝุ่นละออง จะทำให้เกิดสิวได้ง่าย นะคะ
V ควรใช้ครีมนวดลงผมที่โดนการยี แล้วหวีออก แล้วล้าง หลังจากนั้นใช้ยาสระผมได้ตามปกติคะ
X ไม่ควร นอนทั้งหัวเปียกๆหลังจากการสระผม ที่เกิดจากการยี จะทำให้ผมพังและสุขภาพไม่ดี และมีกลิ่นด้วย ง่า....
เราเคยเขียนบทความนี้ไว้ในเพจเราค่ะ :')
แสดงความคิดเห็น
ขอตัวอย่างและคำแนะนำ การแต่งหน้า+ทำผมรับปริญญาหน่อยค่ะ
เลยอยากทราบคำแนะนำ สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ หรือข้อห้ามสำหรับการแต่งหน้าทำผมในวันรับปริญญาหน่อยค่ะ
เพราะ จขกท. ยังอยู่ปี 3 เลยไม่ค่อยรู้ว่ามีหลักการอย่างไรในการแต่งหน้าทำผมวันรับปริญญาค่ะ
ใครใจดีโพสรูป โพสคลิป ก็ขอบคุณมากเลยนะคะ ^___^