นักวิชาการในหน่วยงานคลังสมองและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ พิเคราะห์ความชอบธรรมของขบวนการขับไล่รัฐบาลในไทย ชี้เป็นความเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบประชาธิปไตย
อัลเลน ฮิกเกน แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน กับโจเอล เซลเวย์ แห่งมหาวิทยาลัยบริกแฮมยัง เขียนในบทความ ชื่อ "Why Thai protests are unlikely to yield electoral success" เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ Washington Post เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556

@ ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ยืนใกล้กับซากรถตำรวจที่ถูกเผา บริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556
ทั้งสองบอกว่า บรรดาผู้ก่อความไม่สงบในประเทศไทยในช่วงเวลานี้ คือ ขบวนการต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้มีบทบาทต่อเนื่องในการเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งเรียกกันว่า คนเสื้อเหลือง
บทความ เรื่อง "เหตุใดการประท้วงในไทยมีแนวโน้มไม่ประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้ง" ชิ้นนี้ บอกว่า คนเสื้อเหลืองเคยประสบความสำเร็จในการล้มรัฐบาลมาแล้ว 3 ชุด ทั้งโดยอาศัยความช่วยเหลือของกองทัพ และความช่วยเหลือของศาล แต่พวกเขาไม่สามารถแปรเปลี่ยนความสำเร็จนี้ให้กลายเป็นชัยชนะในการเลือกตั้งได้
ในการเลือกตั้งทุกครั้งนับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา กลุ่มการเมืองเดิมได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง และหวนกลับมามีอำนาจอีก ปัจจุบัน คือ พรรคเพื่อไทย
หัวใจของความขัดแย้งในขณะนี้ ก็คือ ประชาชนในภาคเหลือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พากันเทคะแนนเสียงให้พรรคของทักษิณ ผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน คือ ประชาธิปัตย์ ไม่สามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งได้ คนเหล่านี้จึงลงสู่ท้องถนน ด้วยความหวังที่จะก่อเหตุยั่วยุ ทำให้กองทัพ ศาล หรือสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้าข้างฝ่ายตน

@ ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล เดินผ่านซากรถตำรวจที่ถูกเผา บริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556
เพื่อป้องกันความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งในอนาคต พวกแกนนำผู้ประท้วงจึงเรียกร้องให้แต่งตั้ง "สภาประชาชน" เข้าแทนที่ผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ด้านโจชัว เคอร์แลนท์ซิก นักวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แห่งหน่วยงานคลังสมอง Council on Foreign Relations ในสหรัฐ เขียนในบทความ ชื่อ "Can Thailand break its coup addiction?" เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของ Business Week ในเครือสำนักข่าว Bloomberg เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2556 ระบุว่า แกนนำผู้ประท้วง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทย "คืนอำนาจ" ให้แก่ "สภาประชาชน" ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
บทความ "ประเทศไทยจะเลิกเสพติดรัฐประหารได้หรือไม่?" ชิ้นนี้ บอกว่า แนวโน้มที่จะเกิดการแทรกแซงนอกกรอบรัฐธรรมนูญ กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ พวกผู้ประท้วงได้ทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายในประเทศที่ใช้ระบบรัฐสภา นั่นคือ เข้ายึดกระทรวงต่างๆ, ยื่นคำขาดให้รัฐบาล, และเข้าควบคุมสำนักข่าวต่างๆ
เขาบอกว่า ประเทศไทยเสพติดการรัฐประหาร และการแทรกแซงนอกกรอบรัฐธรรมนูญในรูปแบบต่างๆ หนทางหนึ่งที่จะละเลิกการเสพติดการยึดอำนาจได้ ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบรรดาแกนนำ อาทิ นายสุเทพ ได้ละทิ้งการเลือกตั้ง หันไปหาผู้ประท้วงที่ใช้ความรุนแรงบนท้องถนน เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารนั้น จะต้องยอมรับการแข่งขัน และพยายามเอาชนะผ่านการเลือกตั้งให้ได้ ประชาธิปัตย์ต้องเข้าหาคนยากคนจนในชนบทให้มากขึ้น หากจะชนะเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน เขาเห็นว่า นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด การเลือกตั้งจะสร้างความแข็งแกร่งแก่ระบอบประชาธิปไตย และเพิ่มความชอบธรรมของเธอ

@ ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล โบกธงชาติขณะเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556
ดันแคน แม็กคาร์โก อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยลีดส์ ในอังกฤษ ให้สัมภาษณ์นิตยสารออนไลน์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ World Political Review ว่า ชนชั้นสูงและชนชั้นกลางในกรุงเทพ มีอภิสิทธิ์อย่างล้นเหลือในทางการเมืองและเศรษฐกิจ
แต่การเลือกตั้งได้ทวีความสำคัญมากขึ้นๆ จนกระทั่งประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทยได้โหวตออกเสียงชนะ กลายเป็นประชาชนฝ่ายเสียงข้างมาก คนเหล่านี้เลือกพรรคที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ
แม็กคาร์โก บอกว่า คนที่ต่อต้านรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในเวลานี้ ก็คือ ชาวกรุงเทพที่มีความรู้สึกต่อต้านประชาธิปไตย.
ที่มา : Washington Post ; Business Week ; World Political Review
Link :
http://news.voicetv.co.th/thailand/90436.html
นักวิชาการต่างชาติ ส่อง 'ความชอบธรรม' มวลมหาประชาชน
อัลเลน ฮิกเกน แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน กับโจเอล เซลเวย์ แห่งมหาวิทยาลัยบริกแฮมยัง เขียนในบทความ ชื่อ "Why Thai protests are unlikely to yield electoral success" เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ Washington Post เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556
@ ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ยืนใกล้กับซากรถตำรวจที่ถูกเผา บริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556
ทั้งสองบอกว่า บรรดาผู้ก่อความไม่สงบในประเทศไทยในช่วงเวลานี้ คือ ขบวนการต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้มีบทบาทต่อเนื่องในการเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งเรียกกันว่า คนเสื้อเหลือง
บทความ เรื่อง "เหตุใดการประท้วงในไทยมีแนวโน้มไม่ประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้ง" ชิ้นนี้ บอกว่า คนเสื้อเหลืองเคยประสบความสำเร็จในการล้มรัฐบาลมาแล้ว 3 ชุด ทั้งโดยอาศัยความช่วยเหลือของกองทัพ และความช่วยเหลือของศาล แต่พวกเขาไม่สามารถแปรเปลี่ยนความสำเร็จนี้ให้กลายเป็นชัยชนะในการเลือกตั้งได้
ในการเลือกตั้งทุกครั้งนับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา กลุ่มการเมืองเดิมได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง และหวนกลับมามีอำนาจอีก ปัจจุบัน คือ พรรคเพื่อไทย
หัวใจของความขัดแย้งในขณะนี้ ก็คือ ประชาชนในภาคเหลือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พากันเทคะแนนเสียงให้พรรคของทักษิณ ผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน คือ ประชาธิปัตย์ ไม่สามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งได้ คนเหล่านี้จึงลงสู่ท้องถนน ด้วยความหวังที่จะก่อเหตุยั่วยุ ทำให้กองทัพ ศาล หรือสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้าข้างฝ่ายตน
@ ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล เดินผ่านซากรถตำรวจที่ถูกเผา บริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556
เพื่อป้องกันความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งในอนาคต พวกแกนนำผู้ประท้วงจึงเรียกร้องให้แต่งตั้ง "สภาประชาชน" เข้าแทนที่ผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ด้านโจชัว เคอร์แลนท์ซิก นักวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แห่งหน่วยงานคลังสมอง Council on Foreign Relations ในสหรัฐ เขียนในบทความ ชื่อ "Can Thailand break its coup addiction?" เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของ Business Week ในเครือสำนักข่าว Bloomberg เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2556 ระบุว่า แกนนำผู้ประท้วง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทย "คืนอำนาจ" ให้แก่ "สภาประชาชน" ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
บทความ "ประเทศไทยจะเลิกเสพติดรัฐประหารได้หรือไม่?" ชิ้นนี้ บอกว่า แนวโน้มที่จะเกิดการแทรกแซงนอกกรอบรัฐธรรมนูญ กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ พวกผู้ประท้วงได้ทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายในประเทศที่ใช้ระบบรัฐสภา นั่นคือ เข้ายึดกระทรวงต่างๆ, ยื่นคำขาดให้รัฐบาล, และเข้าควบคุมสำนักข่าวต่างๆ
เขาบอกว่า ประเทศไทยเสพติดการรัฐประหาร และการแทรกแซงนอกกรอบรัฐธรรมนูญในรูปแบบต่างๆ หนทางหนึ่งที่จะละเลิกการเสพติดการยึดอำนาจได้ ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบรรดาแกนนำ อาทิ นายสุเทพ ได้ละทิ้งการเลือกตั้ง หันไปหาผู้ประท้วงที่ใช้ความรุนแรงบนท้องถนน เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารนั้น จะต้องยอมรับการแข่งขัน และพยายามเอาชนะผ่านการเลือกตั้งให้ได้ ประชาธิปัตย์ต้องเข้าหาคนยากคนจนในชนบทให้มากขึ้น หากจะชนะเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน เขาเห็นว่า นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด การเลือกตั้งจะสร้างความแข็งแกร่งแก่ระบอบประชาธิปไตย และเพิ่มความชอบธรรมของเธอ
@ ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล โบกธงชาติขณะเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556
ดันแคน แม็กคาร์โก อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยลีดส์ ในอังกฤษ ให้สัมภาษณ์นิตยสารออนไลน์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ World Political Review ว่า ชนชั้นสูงและชนชั้นกลางในกรุงเทพ มีอภิสิทธิ์อย่างล้นเหลือในทางการเมืองและเศรษฐกิจ
แต่การเลือกตั้งได้ทวีความสำคัญมากขึ้นๆ จนกระทั่งประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทยได้โหวตออกเสียงชนะ กลายเป็นประชาชนฝ่ายเสียงข้างมาก คนเหล่านี้เลือกพรรคที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ
แม็กคาร์โก บอกว่า คนที่ต่อต้านรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในเวลานี้ ก็คือ ชาวกรุงเทพที่มีความรู้สึกต่อต้านประชาธิปไตย.
ที่มา : Washington Post ; Business Week ; World Political Review
Link : http://news.voicetv.co.th/thailand/90436.html