นายกฯหุ่นเชิดระบอบทักษิณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเหล่าขี้ข้าระบอบทักษิณพยายามยื้อเกมซื้อเวลาอยู่ในอำนาจต่อไปอย่างสุดฤทธิ์ โดยต่างเรียงหน้าออกมาทำลายความชอบธรรมของพลังมหาประชาชนรวมทั้งคัดค้านแนวคิดการตั้งสภาประชาชนภายใต้มาตรา 3 และ มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความเหิมเกริม
โดยชี้ว่า มวลมหาประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้โค่นระบอบทักษิณถึงจะมี 1 ล้านคนก็เป็นแค่เสียงข้างน้อย ขณะที่รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งและเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นฝ่ายเสียงข้างน้อยไม่มีสิทธิมากดดันรัฐบาล
ขณะที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ขู่ให้ นายสุเทพ มอบตัวในข้อหากบฏและเตรียมให้ตำรวจคดีกับผู้ที่ให้ทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนในฐานะ
ช่วยเหลือกบฏ
ส่วนแกนนำและทีมกฎหมายพรรคเพื่อแม้ว อาทิ นายโภคิน พลกุล นายชูศักดิ์ ศิรินิล
ค้านแนวคิดใช้มาตรา 7 เพื่อตั้งสภาประชาชนแบบหัวชนฝา โดยอ้างว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
แต่นักวิชาการหลายคนกลับเห็นว่าการตั้งสภาประชาชนโดยอาศัยมาตรา 7 สามารถทำได้ อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ระบุว่า การยุติปัญหาในบ้านเมืองขณะนี้สามารถทำได้โดยให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลให้มีการยุบสภาผู้แทนฯ จากนั้นให้กราบบังคมทูลให้รัฐมนตรีทุกคนพ้นจากตำแหน่งโดยไม่ตั้งใครมารับตำแหน่งรัฐมนตรี
แล้วให้ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทน จากนั้นให้นายกฯประกาศลาออกซึ่งเมื่อนายกฯและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งแล้วให้นายกฯประกาศลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการนายกฯอีกครั้งซึ่งจะทำให้เกิดสุญญากาศเนื่องจากไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีรัฐบาล อันจะเปิดทางให้มีการนำมาตรา 7 มาบังคับใช้โดยประธานวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภากราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีรักษาการและตั้งสภาประชาชนชั่วคราวหรือจะเรียกชื่ออะไรก็ตามเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป
ขณะที่ภาคเอกชนและนักวิชาการหลายคนเรียกร้องให้ นายกฯหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ รีบยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วเพื่อลดอุณภูมิร้อนแรงทางการเมือง แต่ นายกฯหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ กลับยืนกรานยื้อเกมซื้อเวลาเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองโดยมีความหายนะของชาติบ้านเมืองเป็นเดิมพัน
ความจริงแล้วรัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์หมดความน่าเชื่อถือจากพฤติกรรมหน้าไหวหลังหลอกกะล่อนปลิ้นปล้อนมาตลอด และหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศทั้งทางการเมืองและทางกฎหมายแล้วอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่ผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยเพื่อช่วยคนโกง รวมทั้งกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญฐานทำให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและที่ร้ายแรงกว่านั้นคือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยขาดความชอบธรรมทางกฏหมายหลังประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
เพราะฉะนั้น รัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์หากยังพอมีจิตสำนึกเพื่อชาติบ้านเมืองหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยก็ไม่ควรดันทุรังซื้อเวลาอยู่ในอำนาจเพื่อตัวเองโดยไม่คำรนึงถึงความหายะของชาติบ้านเมืองที่จะตามมา
ที่มา:
http://www.naewna.com/creative/80750
ปล. วันที่ 9 ธค.2556 พบกัน หน้าทำเนียบรัฐบาลครับ...
รัฐบาลปู หมดความชอบธรรม หยุดดันทุรังทำร้ายชาติเพื่อตัวเอง!
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความเหิมเกริม
โดยชี้ว่า มวลมหาประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้โค่นระบอบทักษิณถึงจะมี 1 ล้านคนก็เป็นแค่เสียงข้างน้อย ขณะที่รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งและเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นฝ่ายเสียงข้างน้อยไม่มีสิทธิมากดดันรัฐบาล
ขณะที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ขู่ให้ นายสุเทพ มอบตัวในข้อหากบฏและเตรียมให้ตำรวจคดีกับผู้ที่ให้ทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนในฐานะ
ช่วยเหลือกบฏ
ส่วนแกนนำและทีมกฎหมายพรรคเพื่อแม้ว อาทิ นายโภคิน พลกุล นายชูศักดิ์ ศิรินิล
ค้านแนวคิดใช้มาตรา 7 เพื่อตั้งสภาประชาชนแบบหัวชนฝา โดยอ้างว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
แต่นักวิชาการหลายคนกลับเห็นว่าการตั้งสภาประชาชนโดยอาศัยมาตรา 7 สามารถทำได้ อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ระบุว่า การยุติปัญหาในบ้านเมืองขณะนี้สามารถทำได้โดยให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลให้มีการยุบสภาผู้แทนฯ จากนั้นให้กราบบังคมทูลให้รัฐมนตรีทุกคนพ้นจากตำแหน่งโดยไม่ตั้งใครมารับตำแหน่งรัฐมนตรี
แล้วให้ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทน จากนั้นให้นายกฯประกาศลาออกซึ่งเมื่อนายกฯและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งแล้วให้นายกฯประกาศลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการนายกฯอีกครั้งซึ่งจะทำให้เกิดสุญญากาศเนื่องจากไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีรัฐบาล อันจะเปิดทางให้มีการนำมาตรา 7 มาบังคับใช้โดยประธานวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภากราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีรักษาการและตั้งสภาประชาชนชั่วคราวหรือจะเรียกชื่ออะไรก็ตามเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป
ขณะที่ภาคเอกชนและนักวิชาการหลายคนเรียกร้องให้ นายกฯหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ รีบยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วเพื่อลดอุณภูมิร้อนแรงทางการเมือง แต่ นายกฯหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ กลับยืนกรานยื้อเกมซื้อเวลาเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองโดยมีความหายนะของชาติบ้านเมืองเป็นเดิมพัน
ความจริงแล้วรัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์หมดความน่าเชื่อถือจากพฤติกรรมหน้าไหวหลังหลอกกะล่อนปลิ้นปล้อนมาตลอด และหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศทั้งทางการเมืองและทางกฎหมายแล้วอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่ผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยเพื่อช่วยคนโกง รวมทั้งกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญฐานทำให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและที่ร้ายแรงกว่านั้นคือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยขาดความชอบธรรมทางกฏหมายหลังประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
เพราะฉะนั้น รัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์หากยังพอมีจิตสำนึกเพื่อชาติบ้านเมืองหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยก็ไม่ควรดันทุรังซื้อเวลาอยู่ในอำนาจเพื่อตัวเองโดยไม่คำรนึงถึงความหายะของชาติบ้านเมืองที่จะตามมา
ที่มา:http://www.naewna.com/creative/80750
ปล. วันที่ 9 ธค.2556 พบกัน หน้าทำเนียบรัฐบาลครับ...